Taxonomy term
  • Sunday, October 02, 2016
    20:58
    บทความโดย “พญ.นิลวรรณ นิมมานวรวงศ์” เขียนถึงการขับเคลื่อนนโยบายการดูแลผู้ป่วย palliative care อย่างจริงจัง โดยระบุว่า จะสามารถนำไปสู่การขยายบริการดูแลและบรรเทาอาการช่วงใกล้เสียชีวิตให้ครอบคลุมทั่วถึงทั้งที่บ้านและสถานพยาบาล เพื่อคุณภาพชีวิตอย่างแท้จริงตราบจนวาระสุดท้าย ซึ่งจากประสบการณ์การทำงานในการดูแลผู้ป่วย palliative care ในภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัว คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี พบว่าหลายครั้งที่สถานที่ที่ผู้ป่วยหรือครอบครัวต้องการเสียชีวิตกับสถานที่ที่เสียชีวิตจริงต่างกัน
    2016-10-02, 20:58
  • Sunday, October 02, 2016
    13:29
    TDRI เสนอตั้งกองทุนช่วยเหลือผู้ป่วยระยะยาวรับมือสังคมสูงวัย ให้ประชาชนอายุ 40-65 ปี ร่วมกันจ่ายเงินสมทบในแต่ละปี แนะส่งเสริมให้เกิดระบบการดูแลระยะท้ายที่บ้าน โดยให้เป็นทางเลือกของผู้ป่วย (ไม่บังคับ) หากผู้ป่วยต้องการกลับไปอยู่กับครอบครัวในระยะสุดท้ายของชีวิตที่บ้าน ก็ควรมีทางเลือกการดูแลแบบประคับประคองที่บ้านเพิ่มเติมในสิทธิประโยชน์ในระบบประกันสุขภาพของไทยด้วย ปัจจุบันทั้ง 3 สิทธิไม่ครอบคลุมการดูแลที่บ้าน
    2016-10-02, 13:29
  • Saturday, June 11, 2016
    22:34
    ในฐานะแพทย์ ผู้มีหน้าที่หลักคือ ‘ให้การรักษา’ เราก็มักมองหน้าที่นี้ของเราว่าเหนื่อยและหนักกว่าใครๆ ผู้ป่วยแต่ละวันก็มาก ยิ่งเดี๋ยวนี้มีแต่ผู้ป่วยโรคเรื้อรังขาประจำที่รักษาอย่างไรก็ไม่หายเสียที ตรวจเสร็จก็ไม่มีแรงจะทำงานอื่นไหวแล้ว แต่เรามักมองข้ามผู้ที่ทำหน้าที่ ‘ให้การดูแล’ ผู้ป่วยของเรา เรามักลืมว่าจริงๆ แล้ว การดูแลนั้นบางครั้งยากและเหนื่อยยิ่งกว่าการรักษาเสียอีก เพราะเป็นงานที่ต้องอยู่กับผู้ป่วยตลอดเวลา การที่ผู้ป่วยของเราจะได้รับยา อาหารหรือการดูแลด้านต่างๆตามแพทย์สั่งหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับผู้ดูแลเหล่านี้ด้วย แพทย์จึงไม่ควรละเลยความสำคัญของบุคคลกลุ่มนี้
    2016-06-11, 22:34
  • Wednesday, June 08, 2016
    23:22
    ประเทศไทยมีการดูแลผู้ป่วยระยะท้ายของชีวิตด้วยรูปแบบ “ประคับประคอง” ในบาง รพ.มาเป็นระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งสำหรับผู้ป่วยระยะท้ายของชีวิตมักจะต้องการอยู่ “บ้าน” ที่ตนเองคุ้นเคยมากกว่านอนอยู่ที่ รพ. แต่การให้การดูแลผู้ป่วยระยะท้ายที่บ้านกลับยังไม่มีการดำเนินการอย่างเป็นระบบ กรณีศึกษาของสิงคโปร์และมาเลเซียจะช่วยให้เราเข้าใจและเล็งเห็นความสำคัญของการดูแลผู้ป่วยระยะท้ายของชีวิต “ที่บ้าน” มากขึ้น
    2016-06-08, 23:22
  • Thursday, January 28, 2016
    21:42
    ประกาศผลไปแล้วสำหรับผู้ที่ได้รับพระราชทานทุนโครงการเยาวชนรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2558 ซึ่งมีผู้เข้ารับพระราชทานทุนทั้งหมด 5 คน 1 ใน 5 คนนั้นคือ ศีลวันต์ สถิตย์รัตนชีวิน นิสิตคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับงานที่สนใจด้านการเตรียมความพร้อมและการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคองอย่างเป็นองค์รวมในช่วงสุดท้ายของชีวิต โดยเฉพาะการพัฒนาวิธีประเมินอาการปวด สำหรับผู้ป่วยวิกฤตที่ไม่สามารถสื่อสารได้
    2016-01-28, 21:42
  • Sunday, October 11, 2015
    13:32
    กระทรวงสาธารณสุข ให้โรงพยาบาลในสังกัดตั้งหน่วยดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย เตรียมความพร้อมผู้ป่วยและญาติเพื่อให้พร้อมกลับไปใช้ชีวิตในช่วงวาระสุดท้ายที่บ้าน ตามมติสมัชชาอนามัยโลก
    2015-10-11, 13:32
  • Tuesday, November 12, 2013
    09:45
    มีผู้คนจำนวนมากที่มีทัศนคติต่อความตายว่าเป็นการพลัดพราก เป็นสิ่งที่น่าสะพรึงกลัว แม้เราจะมีความเชื่อต่อชีวิตหลังความตายแตกต่างกัน แต่มนุษย์ย่อมรู้สึกประหวั่นพรั่นพรึงเมื่อต้องเผชิญกับความตาย บางคนอาจมองความตายเป็นสิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยง บ้างพยายามที่จะประวิงเวลาการตายให้นานที่สุดทั้งที่เราทุกคนต่างรับรู้ว่าความตายเป็นสิ่งแท้แน่นอนสิ่งสุดท้ายที่ทุกคนทุกชีวิตต่างต้องเจออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
    2013-11-12, 09:45
  • Tuesday, October 29, 2013
    11:53
    Hfocus -นอกจากการก่อตั้งสถานที่ดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายเป็นการเฉพาะแล้ว ปัจจุบันการช่วยเหลือให้ผู้ป่วยระยะสุดท้ายได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมและใส่ใจในทุกมิติในโรงพยาบาล ได้พัฒนาดีขึ้นมากกว่าในอดีตและยังขยายออกไปครอบคลุมผู้ป่วยที่ไม่ใช่ผู้ป่วยระยะสุดท้ายอีกด้วย ผู้ที่ให้กำเนิดแนวคิดเรื่องการดูแลแบบประคับประคองในทวีปอเมริกาตอนเหนือได้แก่ นายแพทย์บัลโฟร์ เมาท์ ศัลยแพทย์รักษามะเร็ง อาจารย์อยู่ที่โรงเรียนแพทย์ มหาวิทยาลัยแมคกิล (McGill University) ในแคนาดา เมื่อปี พ.ศ.2516 เขาได้เข้าร่วมวงเสวนาเกี่ยวกับหนังสือเรื่อง On Death and Dying ซึ่งทำให้เขาตระหนักว่า แม้จะเป็นหมอมานานหลายสิบปี แต่ตนเองไม่ได้รู้เรื่องเกี่ยวกับความตายเลย
    2013-10-29, 11:53
  • Tuesday, October 22, 2013
    15:18
    Hfocus -เมื่อโลกเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ ความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีทางการแพทย์ทำให้เกิดเครื่องมือที่จะช่วยยื้อชีวิต (หรือกล่าวอีกด้านหนึ่งคือยืดความตาย) ให้ยาวออกไปอีก การเปลี่ยนแปลงทางสังคมวัฒนธรรมทำให้การตายเป็นเรื่องต้องห้าม (Taboo) ในหลายๆ วัฒนธรรม เป็นเรื่องที่พูดกันอย่างเปิดเผยไม่ได้ กลายเป็นเรื่องอัปมงคล ฯลฯ รวมไปถึงความสามารถในการจัดการดูแลการตายที่เคยทำกันได้ในบ้านหรือในชุมชนของคนทั่วไปก็ลดลง คนต้องพึ่งพาระบบการแพทย์ที่เจริญก้าวหน้าขึ้นอย่างรวดเร็วจนแทบจะไม่มีทางเลือกอื่น ที่ตายของคนสมัยใหม่ส่วนใหญ่จึงเป็นที่โรงพยาบาล ในขณะเดียวกันแพทย์ก็ใช้เครื่องมือเครื่องไม้ในการดูแลผู้ป่วยมากขึ้น ให้ความสำคัญกับการรักษาอาการของผู้ป่วย จนหลงลืมไปว่างานที่ควรทำกันคือ การรักษาคนมากกว่าจะรักษาโรคหรืออาการของโรคโดยไม่คำนึงถึงตัวผู้ป่วย วิถีชีวิตของเขา และโลกที่แวดล้อมเขาอยู่
    2013-10-22, 15:18

ความคิดเห็นล่าสุด

Rogerdum
15 ชั่วโมง 17 นาที ago
Rogerdum
15 ชั่วโมง 19 นาที ago
Rogerdum
15 ชั่วโมง 24 นาที ago
Rogerdum
15 ชั่วโมง 27 นาที ago

ข่าวล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

Rogerdum
15 ชั่วโมง 17 นาที ago
Rogerdum
15 ชั่วโมง 19 นาที ago
Rogerdum
15 ชั่วโมง 24 นาที ago
Rogerdum
15 ชั่วโมง 27 นาที ago
กลับด้านบน