แลหน้า

  • ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา การอภิปรายนโยบายด้านสุขภาพถูกจัดขึ้นหลายครั้งในประเทศออสเตรเลีย เพื่อถกเถียงกันเรื่อง “เงินร่วมจ่าย 7 ดอลล่าร์” ราวกับว่าการใช้ระบบร่วมจ่ายค่ารักษาจะสามารถสะสางทุกปัญหาที่เกิดขึ้นในระบบบริการสุขภาพลงได้ อย่างไรก็ตาม การผลักภาระค่าใช้จ่ายไปยังผู้บริโภคจะนำมาซึ่งกระแสต่อต้านที่รุนแรง และมีแนวโน้มว่าแนวคิดดังกล่าวอาจไม่ผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภา จริงๆ แล้วการจัดการระบบสุขภาพยังมีทางเลือกที่น่าสนใจอีกหลายรูปแบบ และนี่คือ 7 เคล็ดลับซึ่งผู้กำหนดนโยบายสามารถปฏิบัติตามเพื่อปฏิรูประบบสุขภาพให้ดีขึ้น
    2014-09-21 17:56
  • ความพยายามของ นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดสธ.ในการขับเคลื่อนนโยบาย “เขตสุขภาพ” ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าจะก่อร่างสร้างตัวจนจับต้องได้บางส่วน ทว่า นพ.ณรงค์ เองก็ “เจ็บตัว” ไม่น้อย ราคาที่ต้องจ่าย คือการถูกผู้เห็นต่าง ตีรวนตั้งป้อมโจมตีอย่างหนักหน่วง โดยข้อกังวลว่าจะเข้าข่าย “รวบอำนาจ” ทว่าการดำเนินงานก่อนจะมาถึงจุดนี้ น่าสนใจว่าความสำเร็จนโยบายเขตสุขภาพเดิมเป็นอย่างไร ในเวทีเสวนาเรื่อง “งานวิจัยเขตสุขภาพ ปรับชีวิตคนในเขตให้เปลี่ยนได้อย่างไร” มีการเปิดเผยผลวิจัยจากการติดตามนโยบายเขตบริการสุขภาพอย่างใกล้ชิด สังเคราะห์แนวทางการพัฒนาเพื่อประสิทธิภาพของระบบได้อย่างน่าสนใจ
    2014-09-19 16:37
  • รพ.นครพิงค์ จ.เชียงใหม่ เผยผลสำเร็จ Service plan - เขตบริการสุขภาพ สธ. ไม่ถึง 2 ปี เห็นผล ดันศักยภาพ รพ.ตติยภูมิดูแลผู้ป่วยซับซ้อนเพิ่ม ทั้งผ่าตัดสมอง หัวใจ และรักษามะเร็ง เหตุช่วยกระจายผู้ป่วยโรคทั่วไปรับบริการยัง รพ.ลูกข่ายแทน ระบุเฉพาะกรณี “ผ่าตัดไส้ติ่ง” ลดลงถึง 700 รายต่อปี แถมลดส่งต่อผู้ป่วยซับซ้อนเข้ารักษายังโรงเรียนแพทย์ ขณะที่ รพ.สมเด็จพระยุพราชสว่างแดนดิน จ.สกลนคร เร่งพัฒนาเปิดบริการครบ 5 สาขาหลัก รองรับผู้ป่วยทั่วไปจาก รพ.สกลนคร และ รพ.อุดรธานี เพิ่ม ช่วยประชาชนเข้าถึงบริการ 
    2014-09-18 15:17
  • จากแนวคิดการบริหารรูปแบบ “เขตบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข” ที่ได้รับการผลักดันและดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา จนเริ่มปรากฎผลทั้งในด้านประสิทธิภาพและประสิทธิผลในหลายพื้นที่ ซึ่งสธ.ระบุว่าไม่เพียงแต่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาอย่างทั่วถึง ยังช่วยลดภาระการบริหารจัดการของหน่วยบริการ ทั้งในด้านงบประมาณ บุคลากร รวมถึงการบริหารจัดการ และการบริการ ที่นับเป็นรูปแบบการบริหารที่น่าสนใจและติดตาม และไปพูดคุยกับ นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะผู้บริหารซึ่งรับหน้าที่ผลักดันโนยบายเขตบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ถึงความคืบหน้านโยบายเขตสุขภาพ
    2014-09-16 18:21
  • ข้อเขียนจาก นพ.ไพบูลย์ สุริยะวงศ์ไพศาล ว่าด้วยความเห็นต่างๆในระบบสุขภาพ ที่ระบุว่า “สองปีมานี้ เหตุการณ์ในวงการสาธารสุขที่ดึงดูดความสนใจของสังคม เกิดขึ้นเป็นระลอกในรูปความขัดแย้ง คู่แรกระหว่างผู้นำของสธ.ส่วนกลางกับแพทย์ชนบทกลุ่มหนึ่ง  คู่ถัดมาคือ ระหว่างปลัดสธ.กับอดีตรมต.สธ.และรัฐบาลยิ่งลักษณ์  ล่าสุดคือระหว่างปลัดสธ.กับผู้บริหารสปสช.ส่วนกลาง  นอกจากเห็นว่าเหตุการณ์เหล่านี้เป็นความวุ่นวาย ถามว่า ยังอาจหาความหมายอื่นใดได้อีกอันจะยังประโยชน์แก่การพัฒนาวงการสาธารณสุขเพื่อคนไทยทั้งมวล”
    2014-09-15 20:50
  • จากรายงานพิเศษเรื่อง “พ.ร.บ.ยา ... ล้าหลัง ต้องแก้ !!?” ตอนที่ 1 และ 2 ที่สำนักข่าว Health focus ได้เผยแพร่ไปแล้วนั้น ชัดเจนว่า พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน มีความล้าหลังไม่ทันสถานการณ์ และมีช่องโหว่มากมายที่จำเป็นต้องปรับปรุง ทั้งหมดตอบโจทย์ความจำเป็นเร่งด่วนในการแก้ไข ... เพื่อประโยชน์ของผู้บริโภคและประชาชนชาวไทยสำหรับ “พ.ร.บ.ยา ... ล้าหลัง ต้องแก้ !!?” ตอนสุดท้ายนี้ สำนักข่าว Health focus มุ่งหวังที่จะฉายภาพความแตกต่างระหว่าง ร่าง พ.ร.บ.ยา 2 ฉบับ ฉบับแรก เป็นของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) อีกหนึ่งฉบับเป็นของภาคประชาชน
    2014-09-14 12:37
  • นอกจากความล้าหลังของพ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 ที่เชื่องช้ากว่าความเป็นจริงร่วม 50 ปีแล้ว แผนงานพัฒนาวิชาการและกลไกคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ (คคส.) คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยังได้ “ชำแหละ” จุดอ่อน-ช่องโหว่ ของ พ.ร.บ.ยา ที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ประเด็นใหญ่ๆ ได้แก่ 1.การคุ้มครองผู้บริโภคด้านยา 2.ราคายาและการเข้าถึงยา 3.การพัฒนาอุตสาหกรรมยาภายในประเทศให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ 4.การบังคับใช้กฎหมาย
    2014-09-13 20:04
  • ความหวาดวิตกขยายตัวไปทั่วทั้งแวดวงสุขภาพ ภายหลังอย. ผลักดัน ร่าง พ.ร.บ.ยา เข้าสู่การพิจารณาของ สนช.ได้สำเร็จ นั่นเพราะ “สาระสำคัญ” ที่ปรับแก้ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดช่องให้บุคคลที่ไม่ใช่เภสัชกรสามารถจ่ายยาอันตรายได้ หรือแม้แต่การเปิดไฟเขียวให้สามารถนำยาที่ได้รับการรับรองมาผสมกันเป็นจ่ายให้ผู้ป่วยเป็นการเฉพาะรายได้ จะนำมาซึ่ง “ความเสี่ยง” ด้านสุขภาพระดับสูงสุด อย่างไรก็ดี ทุกวันนี้กฎหมายยาที่ใช้อยู่คือ พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 ต้องยอมรับว่า “ล้าหลัง”  และถึงแม้ว่าเคยมีการปรับแก้มาแล้ว 4 ครั้ง แต่ก็เป็นเพียงรายละเอียดยิบย่อย ความจำเป็นในการแก้ไขจึงมีอยู่ หากแต่ต้องเป็นไปในทิศทางที่ถูกควร
    2014-09-12 20:52
  • หมอไพบูลย์เผยผลศึกษาวิจัยเขตบริการสุขภาพ สธ. พบการเดินหน้านโยบายนี้มาถูกทาง ในด้านกระจายอำนาจและตัดสินใจ อย่างน้อยในระดับปฏิบัติที่กระจายไปตามเขต เปิดโอกาสทำงานเพื่อตอบสนองประชาชนในพื้นที่ เขตที่ประสบผลสำเร็จเด่นชัด คือ เขต 8 และ 9 ปัจจัยเกิดจากภาวะผู้นำ และความร่วมมือกับเขตของสปสช. แต่ยังเป็นระบบที่มองแค่ใน สธ. ขาดการสร้างความเข้มแข็งโดยการมีส่วนร่วม แถมโครงสร้างยังมีปัญหาธรรมาภิบาล ต่างจาก สปสช. โครงสร้างบริหารเน้นการมีส่วนร่วม 10 ปี ไม่พบทุจริต เสนอออก กม.ตะวันรอน เดินหน้า “เขตสุขภาพ” กันการเมืองเปลี่ยน
    2014-09-10 15:05
  • หาก สนช. เปิดไฟเขียวให้ความเห็นชอบ พ.ร.บ.ยา ฉบับใหม่ ตามที่ อย.เสนอ สุขภาพของประชาชนจะตกอยู่ในความเสี่ยงโดยทันที สาระสำคัญจาก ร่าง พ.ร.บ.ยา ซึ่งผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการกฤษฎีกาไปแล้วนั้น มี 2 ประเด็น ที่เครือข่ายนักวิชาการ เภสัชกร รวมถึงสภาวิชาชีพและสถาบันการศึกษา แสดงความกังวลอย่างรุนแรง คือ การเปลี่ยนนิยาม ยาอันตรายmถูกขยายให้ “ผู้ประกอบวิชาชีพ” ในวงการสาธารณสุขสามารถจ่ายได้ อีกหนึ่งประเด็นที่ผู้เชี่ยวชาญด้านยาแสดงความกังวลก็คือ กฎหมาย “เปิดช่อง” ให้สามารถนำยาที่ขึ้นทะเบียนแล้วมา “ผสม-บรรจุใหม่” ให้กับผู้ป่วยเป็นการเฉพาะรายได้
    2014-09-09 10:18
  • สธ.ได้นำรูปแบบการรวมศูนย์การจัดการทรัพยากรในระดับเขตมาใช้ในการบริหาร โดยใช้ชื่อ “เขตบริการสุขภาพสธ.” แบ่งพื้นที่บริหารจัดการออกเป็น 12 เขต และได้เริ่มดำเนินการไปแล้วในช่วงกว่า 1 ปีที่ผ่านมา ด้วยพื้นที่เขตบริกาารสุขภาพ 8 ซึ่งเป็นเขตที่ได้วางแผนดำเนินการและโครงสร้างการจัดการที่ชัดเจน ส่งผลให้การดำเนินงานเขตสุขภาพเป็นไปอย่างมีประสิทธิผล ได้รับการยอมรับทั้งภายในกระทรวงสาธารณสุขเอง รวมไปถึงนักวิชาการที่ติดตามศึกษาวิจัยตั้งแต่นโยบาย กระบวนการ ไปจนถึงการปฏิบัติที่ได้ผลเป็นรูปธรรม
    2014-09-07 08:24
  • โลกเชื่อมต่อเป็นหนึ่ง แต่ละประเทศสอดประสานโดยมี “โลกาภิวัตน์” หลอมรวม จึงไม่แปลกที่ปัญหาสุขภาพในปัจจุบันจะกินความไปถึงปัญหาสุขภาพ “ข้ามพรมแดน” และไม่แปลกอีกเช่นกันที่องค์การอนามัยโลก จะให้น้ำหนักกับ “ความร่วมมือ” จากนานาประเทศเพื่อป้องกัน-ควบคุมโรค ภัยคุกคามด้านสุขภาพข้างต้นไม่ละเว้นขนาดและศักยภาพของประเทศ ไม่มีข้อยกเว้นสำหรับประเทศที่พัฒนาแล้วหรือกำลังพัฒนา และไม่ใช่ภาระของคนชาติใดชาติหนึ่ง ในงานประชุมวิชาการวิจัยระบบสุขภาพ ศ.นพ.สมเกียรติ วัฒนศิริชัยกุล ผอ.สวรส. ฉายภาพความเกี่ยวโยงระหว่างประเทศไทยกับสุขภาพคนกว่า 3,000 ล้านคน ทั่วทั้งภูมิภาค
    2014-09-05 12:26

Pages