ไม่มีผิด ไม่มีถูก

  • "ผมมีความเห็นมานานแล้วว่า ประเทศไทยควรมีกรรมการระดับชาติพิจารณาความต้องการบุคลากรในอาชีพต่างๆ ในปัจจุบัน และมองไปในอนาคตด้วยตั้งแต่นักบิน แพทย์ (แพทย์สาขา อนุสาขาอะไรบ้าง) พยาบาล เภสัช ทันตแพทย์ วิศวกร อาชีวะ สถาปนิก นักเศรษฐศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์ รวมทั้งนักวิจัย ครู  นักกฎหมาย และอาชีพอื่นๆ ถ้าเรารู้ความต้องการใน 5-10 ปีข้างหน้า จะได้วางแผนการผลิตให้เหมาะสม ทั้งปริมาณและคุณภาพ ไม่ใช่ปล่อยให้ประชาชนเลือกเรียนเอง โดยไม่รู้ว่า เรียนจบแล้วจะมีงานทำหรือไม่ ควรมีการแนะประชาชนว่า อาชีพอะไรที่จำเป็นมากน้อย"
    2016-04-04 16:47
  • ช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา รพ.เอกชนขนาดใหญ่หลายแห่ง ต่างหันมาจับกลุ่มลูกค้าคนไข้ชาวต่างชาติ แต่ยังคงมี รพ.เอกชนอีกจำนวนมากที่คนไข้หลักยังคงเป็นกลุ่มคนไทย และจากสภาพเศรษฐกิจในประเทศที่ซบเซา ทำให้กลุ่มลูกค้าคนไข้คนไทยที่จ่ายเงินสด ไปใช้สิทธิรักษาผ่านระบบประกันสังคม และ บัตรทอง ซึ่งก็เริ่มเห็นสัญญาณเมื่อผู้ประกันตนใช้สิทธิเจ็บป่วย ในปี 58 เพิ่มขึ้น 4.5% ดังนั้นทางเลือกรับมือกำลังซื้อคนไทยที่ลดลง คือการขยายฐานลูกค้าของ รพ.เอกชนกลุ่มนี้ ไปยังประกันสังคมและข้าราชการ 
    2016-03-23 18:34
  • ข้อเขียนจาก ผศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ ที่นำเสนอประเด็นการตัดสินใจให้การรักษาโดยแพทย์กับความต้องการของผู้ป่วย โดย นพ.ธีระ ยกประเด็นที่พบจากงานวิจัยต่างประเทศ และได้มีข้อเสนอแนะที่ได้จากงานวิจัยว่า “นโยบายสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการจัดระบบการดูแลรักษาพยาบาลนั้น ควรพิจารณาอย่างรอบคอบ และครอบคลุม โดยเฉพาะการรักษาสมดุลระหว่างอำนาจการตัดสินใจในการดูแลรักษาของแพทย์ และการมีส่วนร่วมของผู้ป่วย จึงจะทำให้เกิดประสิทธิภาพ และลดผลกระทบอันไม่พึงประสงค์”
    2016-03-21 18:29
  • กิจกรรมปาฐกถาป๋วย อึ๊งภากรณ์ ของคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดต่อเนื่องทุก 2 ปี ในวาระครบรอบวันคล้ายวันเกิด 9 มีนาคม โดยปีนี้เป็นครั้งที่ 15 ประจวบวาระ 100 ปีชาตกาล คณะกรรมการคัดเลือกให้ นพ.วิโรจน์ ตั้งเจริญเสถียร เลขาธิการมูลนิธิสำนักงานพัฒนานโยบายสาธารณสุขระหว่างประเทศ  เป็นผู้แสดงปาฐกถาในหัวข้อ "จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน : หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ผลสัมฤทธิ์และความท้าทายในอนาคต"
    2016-03-16 19:52
  • ข้อเขียนจาก นพ.ธีระ วรธนารัตน์ ที่ได้จากผลการวิจัยประเด็นการวางแผนเพื่อให้บริการด้านการควบคุมป้องกันโรคในเขตเมือง เพื่อรองรับกับสถานการณ์โรคติดต่อทั้งหลายที่มาพร้อมกับยุคโลกาภิวัตน์ โดยมี 2 ทางเลือกคือ การใช้หน่วยบริการปฐมภูมิเป็นกลไกหลักในการบริหารจัดการ หรือจะใช้ รพ.เป็นกลไกหลัก ทั้งสองแนวทางข้างต้นนั้น นพ.ธีระระบุว่า ภายใต้สังคมโลกที่เปลี่ยนไปสู่ความเป็นเมืองมากขึ้นเรื่อยๆ นี้ ทางเลือกต่างๆ ดังกล่าวแม้จะได้รับการนำไปพัฒนาเป็นนโยบาย และมาตรการได้จริง ก็อาจเป็นเพียงยาบรรเทาอาการ ที่ใช้ได้ผลเพียงระดับเดียว ดังนั้นสังคมเมืองยังจำเป็นต้องมีการพัฒนากลไกใหม่ในชุมชนนอกเหนือไปจากสถานพยาบาลระดับต่างๆ ให้มามีส่วนเอี่ยวในการช่วยเหลือ และดำเนินกิจกรรมควบคุมป้องกันโรค หรือความเสี่ยงทางสุขภาพที่เกิดขึ้นในอนาคต
    2016-03-13 16:33
  • ข้อเขียนจาก ผศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ ที่ตั้งคำถามถึงนโยบายของรัฐบาลที่ประกาศชัดเจนล่าสุดว่า จะส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ เพื่อหารายได้เข้าประเทศ เป็นการตั้งคำถามท่ามกลางสภาพระบบสาธารณสุขของไทยที่ยังประสบปัญหา รพ.รัฐคิวแน่น บุคลากรให้บริการในระบบรัฐที่ไม่เพียงพอ แต่ยังหาญกล้าที่จะประกาศให้ไทยเป็น Medical Hub ขณะที่การแก้ปัญหาระบบบริการสาธารณสุขของภาครัฐยังไม่มีความชัดเจน และเรียกได้ว่ายังมองไม่เห็นว่าจะทำได้สำเร็จในเร็ววัน ดังนั้นการนำทรัพยากรที่ยังมีไม่พอไปรองรับเพื่อต้องการหารายได้เข้าประเทศน่าจะเป็นสิ่งที่ได้ไม่คุ้มเสีย 
    2016-03-05 23:59
  • ข้อเขียนจาก ผศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ เขียนถึงการจัดการและการวางแผนกำลังคนด้านสุขภาพของประเทศไทยในอนาคต โดยระบุว่า “ควรมีข้อเสนอเชิงนโยบายที่จะดูแลกำลังคนด้านสุขภาพให้มีคุณภาพชีวิตและสมดุลชีวิต มีความสุขในการทำงาน เสริมสร้างทรัพยากรในระบบที่เอื้อต่อประสิทธิภาพในการทำงานและเกิดความปลอดภัยในการดูแลรักษาต่อผู้ป่วย เพื่อรักษาบุคลากรที่ทรงคุณค่าเหล่านั้นไว้”
    2016-02-21 14:08
  • การดูแลผู้ป่วยสูงอายุระยะยาว เป็นนโยบายแห่งชาติ ถือว่าผู้สูงอายุไม่ใช่ภาระของประเทศแต่เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า ควรได้รับการดูแลเอาใจใส่ทั้งจากตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคมและรัฐ รัฐได้จัดตั้งศูนย์ดูแลผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น มีนโยบายส่งเสริมการดูแลผู้สูงอายุ โดยการลดหย่อนภาษี ทางกระทรวงสาธารณสุขและ สปสช.เห็นความสำคัญโดยได้กระจายงบประมาณลงสู่ท้องถิ่น ให้บุคลากรทางการแพทย์ ทำงานเชิงรุก ส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรคเรื้อรัง และออกเยี่ยมบ้านผู้ป่วยสูงอายุ ทั้งยังมีเครือข่าย อาสาสมัคร จิตอาสา ทั้งภาครัฐและเอกชน ช่วยเหลือดูแลผู้ป่วยระยะยาว
    2016-02-08 15:01
  • ข้อเสนอจาก ผศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ ถึงภาครัฐที่ควรสร้างกลไกจูงใจเอกชนให้หันมาดูแลสุขภาพของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ไม่ใช่ปล่อยให้ภาคเอกชนเติบโตและแย่งเค้กก้อนเดียวที่มีอยู่ได้ตามใจต้องการ โดยทิ้งประชาชนที่ขัดสนไว้ให้มีทางเลือกแค่การได้รับการดูแลจาก รพ.รัฐเท่านั้น “เพื่อลดการเก็งกำไรจากการประกอบการ แต่แลกกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีหรืออื่นๆ โดยมองว่าเป็นการร่วมลงทุนกัน เพื่อทุนมนุษย์และทุนเศรษฐกิจของประเท แต่น่าเสียดาย ที่ รพ.รัฐโดยเฉพาะโรงเรียนแพทย์และ รพ.ใหญ่ๆ บางแห่งกำลังทำสิ่งตรงกันข้ามกับที่กล่าวมาข้างต้น ในขณะที่ภาคส่วนเอกชนก็อิ่มหนำสำราญกับการเลือกเค้กได้ตามใจชอบ”
    2016-01-31 09:10
  • ข้อเขียนจาก นพ.ธีระ วรธนารัตน์ ซึ่งเขียนในประเด็นนี้เป็นครั้งที่ 2 กับเหตุการณ์พบผู้ป่วยชาวต่างชาติที่มารักษาในไทย แต่เป็นผู้ป่วยโรคเมอร์ส ซึ่งข้อเสนอของ นพ.ธีระคือ เมื่อรัฐบาลยืนยันจะเดินหน้านโยบายเมดิคัลฮับ หรือเมดิโคทัวริสซึ่ม โดยให้เหตุผลว่าเพื่อหารายได้เข้าประเทศ แต่ยอมแลกกับปัญหาสมองไหล ผลกระทบต่อระบบสุขภาพของประชาชน ตลอดจนความลักลั่นและสั่นคลอนมาตรการรักษาพยาบาล ก็ต้องให้ผู้ประกอบธุรกิจ รพ.เอกชนรับผิดชอบความเสี่ยงให้กับสังคมมากขึ้นด้วย  
    2016-01-25 17:16
  • "ผู้เขียนมีโอกาสได้พบปะพูดคุยกับ "ศาสตราจารย์ นายแพทย์สำลี เปลี่ยนบางช้าง" อดีตเป็นผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกประจำภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งท่านได้สัมผัสเรื่องนี้ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก และผมขอร้องให้อาจารย์ช่วยเขียนข้อเสนอแนะเกี่ยวกับ "30 บาท รักษาทุกโรค" เพื่อสร้าง "ปัญญา" หรือ "แสงสว่าง" ให้เกิดขึ้นกับ "ครอบครัวสาธารณสุข" ได้ตั้งสติ ช่วยกันคิดทำ ปรับปรุงแก้ไขให้ดำเนินต่อไปได้ ซึ่งท่านอาจารย์ได้ส่งให้ผู้เขียนเมื่อ 31 ธันวาคม 2558...(ขอให้อ่านวิเคราะห์ให้ละเอียดได้ข้อมูลดีมาก)"
    2016-01-22 12:21
  • ข้อเขียนชวนคิดและให้ข้อมูลเพื่อนำไปขยายต่อจาก นพ.ธีระ วรธนารัตน์ ที่นำผลการศึกษาทบทวนข้อมูลวิชาการ เพื่อหาหนทางลดการใช้บริการห้องฉุกเฉินใน รพ.เพื่อประโยชน์ของประชาชนเอง โดยระบุว่า “การออกแบบระบบสาธารณูปโภคที่จำเป็นต่อการดูแลชีวิตประชาชนนั้นเป็นเรื่องสำคัญเหลือเกิน ควรที่จะสวมหมวกเป็นแต่ละฝ่าย และค่อยๆ พิจารณา เอาใจเขามาใส่ใจเรา แล้วทิศทางการพัฒนาที่เหมาะสมจะตามมาเอง...”
    2016-01-15 11:15

Pages