ไม่มีผิด ไม่มีถูก

  • นพ.วิชัย โชควิวัฒน เขียนถึงตำนานบัตรทองตอนที่ 15 ระบุถึงความสำเร็จของประเทศไทยในการสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าให้กับประชาชน และได้รับการยกย่องจากองค์กรระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นองค์การอนามัยโลก สหประชาชาติ ธนาคารโลก และนักวิชาการรางวัลโนเบล ว่าเป็นต้นแบบที่แสดงให้เห็นว่าไม่จำเป็นต้องเป็นประเทศร่ำรวยก็สามารถสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าได้ และยังทำได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย  
    2015-08-31 19:31
  • บทความจาก นพ.วิชัย โชควิวัฒน ว่าด้วยเรื่องพัฒนาการของระบบการคุ้มครองสิทธิของประชาชนด้านการรักษพยาบาล ที่เปรียบเสมือนการดูแลลุกค้าสัมพันธ์ในภาคเอกชน ที่ไม่เพียงการให้ความสำคัญกับประชาชน แต่ยังคำนึงถึงการให้บริการของบุคลากรสาธารณสุขต่อประชาชนด้วย ซึ่งเริ่มจากการมีสายด่วน 1330 เพื่อบริการสอบถามสำหรับประชาชน และการดำเนินการร่วมกับ รพ.ในการจัดตั้งศูนย์บริการหลักประกันสุขภาพใน รพ.ขึ้นด้วย  
    2015-08-24 14:54
  • บทความจาก นพ.วิชัย โชควิวัฒน ว่าด้วยการพัฒนาการระบบการแพทย์ฉุกเฉิน เพื่อช่วยชีวิต ลดความพิการ และเยียวยาคนไข้อุบัติเหตุและฉุกเฉินอย่างทันท่วงที มีคุณภาพและประสิทธิภาพ ซึ่งแนวคิดในการพัฒนาระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินโดยเน้นการสร้าง “ความเป็นธรรม” (Equity) ด้วยการพัฒนาระบบพื้นฐานให้กระจายไปทั่วประเทศ ก่อนจะมีการออกกฎหมายการแพทย์ฉุกเฉิน เพื่อให้ครอบคลุมสิทธิประกันสังคมและข้าราชการ และมีองค์กรที่อิสระจาก สธ. และ สปสช. ซึ่งปัจจุบันถือได้ว่า ระบบการแพทย์ฉุกเฉินของไทยสามารถลงหลักปักฐานได้ในระดับหนึ่ง มีการเข้าถึงบริการเพิ่มมากขึ้น แต่ก็ยังมีหลายประเด็นที่ต้องได้รับการพัฒนาต่อไป 
    2015-08-23 12:28
  • นพ.วิชัย โชควิวัฒน เขียนถึงการจัดการสิทธิประโยชน์การรักษาโรคมะเร็งในสิทธิบัตรทอง โดยยกข้อความ อมรรตยะ เสน ได้กล่าวไว้ว่า “การไม่การจัดระบบเพื่อการส่งเสริมสาธารณสุขสำหรับทุกคนอย่างเป็นระบบที่ดีพอ ทำให้ประชาชนจำนวนมากต้องเผชิญกับบริการสุขภาพของเอกชนที่ไม่มีประสิทธิภาพและมีราคาแพง” ระบบบัตรทองตระหนักดีถึงปัญหานี้ จึงศึกษาและแก้ปัญหานี้อย่างเป็นระบบ เพื่อให้ประชาชนที่ประสบเคราะห์กรรมจากโรคมะเร็ง ได้รับการดูแลจากความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีทางการแพทย์อย่างมีคุณภาพ และประสิทธิภาพ มีคุณภาพ คือ ได้รับการดูแลรักษาด้วยยาที่พิสูจน์แล้วว่าปลอดภัย และมีประสิทธิผล มีประสิทธิภาพ คือ สามารถใช้เงินภาษีอากรของประชาชนได้อย่างประหยัด มีเหตุมีผล ไม่ใช้จ่ายตามใจชอบ
    2015-08-22 12:29
  • บทความจาก นพ.วิชัย โชควิวัฒน ระบุถึงการจัดการโรคเฉพาะในชุดสิทธิประโยชน์หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อเป็นการรับประกันว่าผู้ป่วยที่เป็นโรคเหล่านี้จะได้รับการรักษา และ รพ.ไม่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่าย ซึ่งต้องมีการจัดการควบคู่กันไปกับเรื่องการบริหารยา รวมไปจนถึง อภ.ที่ต้องผลิตยาเพื่อรองรับ และการจัดการต่างๆ เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพมาตรฐาน ซึ่งต้องเป็นการทำงานร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนั้นยังเขียนถึงเรื่องการส่งเสริมบริการแพทย์แผนไทย และอัตราการใช้บริการของผู้ป่วยบัตรทองที่ปี 57 อยู่ที่ 3.7 ครั้ง/คน เทียบกับญี่ปุ่นปีละ 12 ครั้ง/คน
    2015-08-18 13:12
  • เรื่องต่อไปที่จะกล่าวถึงคือเรื่องการให้บริการผ่าตัดเปลี่ยนตับหรือปลูกถ่ายตับในเด็ก ที่เป็นโรคท่อน้ำดีตีบตันมาแต่กำเนิด โรคนี้พบน้อย ถ้าคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ก็น้อยมากราว 1 ใน 15,000 รายของทารกที่คลอดมีชีวิตรอด หรือราวร้อยละ 0.007 เท่านั้น แต่ถ้าเกิดกับครอบครัวใดครอบครัวนั้นก็รับไป 100 เปอร์เซ็นต์เต็มๆ เป็นทุกข์ทรมานแสนสาหัสของพ่อแม่ การรักษาที่ได้ผลดีน่าพอใจคือการผ่าตัดเปลี่ยนตับหรือปลูกถ่ายตับ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงมาก ยากที่ครอบครัวประชาชนทั่วไปจะแบกรับได้ แต่ถ้ากระจายภาระแก่ประชาชนทั้งประเทศ ก็จะสามารถดูแลรักษาผู้ป่วยเหล่านี้ให้มีชีวิตรอดได้
    2015-08-15 13:12
  • ว่าด้วยเรื่องสิทธิประโยชน์การผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจหรือปลูกถ่ายหัวใจ ซึ่งประเทศไทยสามารถทำได้สำเร็จตั้งแต่ปี 2530 และจนถึงปี 2554 มี รพ.ที่สามารถปลูกถ่ายหัวใจได้ 3 แห่ง คือ รพ.จุฬาลงกรณ์ รพ.ศิริราช และสถาบันโรคทรวงอก ประเด็นสำคัญของเรื่องนี้ คือ ก่อนหน้านี้ มีเฉพาะสิทธิข้าราชการ และผู้มีฐานะร่ำรวยเท่านั้น ที่จะเข้าถึงบริการนี้เพราะมีค่าใช้จ่ายสูงมาก ดังนั้นจึงมีผู้ป่วยน้อยรายที่จะได้รับการผ่าตัดปลูกถ่าย เมื่อมีน้อยรายก็ส่งผลทำให้ศักยภาพของแพทย์ไทยในด้านนี้ลดถอยลง และย่อมกระทบกับภาพรวมทั้งประเทศ จึงมีการหารือว่าทำอย่างไรที่จะขยายสิทธินี้ให้ครอบคลุมในบัตรทองด้วย เพื่อให้มีคนไข้แต่ละปีเพียงพอให้ไทยสามารถรักษาขีดความสามารถด้านการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจได้ จึงมีการศึกษาและพบว่าเป็นไปได้ที่จะบรรจุสิทธิประโยชน์นี้ในบัตรทอง และแต่ละปีก็ใช้งบประมาณไม่มากด้วย
    2015-08-14 10:00
  • บทความโดย นพ.วิชัย โชควิวัฒน เขียนถึงนโยบายการสำรองยากำพร้าที่ สปสช.ริเริ่มดำเนินการ และกำหนดให้ใช้ได้กับผู้ป่วยทุกสิทธิการรักษานั้น เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ใช้เงินอย่างประหยัด และคุ้มค่า ซึ่ง ยากำพร้า (Orphan Drugs)คือยาที่ไม่มีพ่อไม่มีแม่ เพราะแม้เป็นยาจำเป็น หรือจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อช่วยชีวิต แต่บริษัทยาโดยมากไม่ผลิตหรือไม่สั่งนำเข้ามาจำหน่าย เนื่องจากนานๆ จึงจะมีโอกาสได้ใช้ จึงบ่อยครั้งที่ยาที่สั่งนำเข้ามาจำหน่ายไม่มีใครซื้อจนยาหมดอายุ ต้องทำลายทิ้งไป โอกาสขาดทุนจึงมีอยู่สูง จึงเป็นธรรมดาที่ธุรกิจเอกชนไม่สามารถแบกรับความเสี่ยงนี้ได้ และเป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องเข้ามาดูแลจัดการเรื่องนี้ 
    2015-08-10 19:41
  • บทความจาก สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ที่ระบุว่า "มีความเหมาะสมที่รัฐธรรมนูญจะกำหนดให้มีบทบัญญัติในการควบคุมการออกกฎหมายภาษีเฉพาะ เพื่อกำหนดกรอบในการตั้งกองทุนต่างๆ เพื่อรักษาวินัยการคลังในอนาคต อย่างไรก็ตาม บทบัญญัติในปัจจุบันของร่างรัฐธรรมนูญยังมีปัญหามาก เพราะไปยกเลิกกองทุนที่จำเป็นต้องมีความเป็นอิสระ และห้ามจัดเก็บภาษีเฉพาะโดยเด็ดขาด ซึ่งทำให้ประเทศขาดโอกาสในการใช้เครื่องมือทางการคลังที่สำคัญไป ในขณะเดียวกันร่างรัฐธรรมนูญก็ไม่มีความรัดกุมพอ เพราะไม่ครอบคลุมถึงกองทุนที่มีรายได้จากค่าธรรมเนียมต่างๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อม จึงควรได้รับการปรับปรุงแก้ไข"
    2015-08-08 12:22
  • ตำนานบัตรทองตอนที่ 7 ว่าด้วยเรื่องการบริหารจัดการยาและเวชภัณฑ์ ที่ นพ.วิชัย โชควิวัฒน ยกตัวอย่างเรื่องการซื้อวัคซีน เลนส์ตาสำหรับการรักษาผู้ป่วยตาต้อกระจก และขดลวดหรือ stent รักษาโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน ที่ นพ.วิชัยบอกว่า ผลของการจัดซื้อ การควบคุมคุณภาพ นอกจากจะประหยัดงบประมาณประเทศได้อย่างมหาศาลแล้ว ยังทำให้วัคซีนที่ได้มีคุณภาพจากการควบคุมเรื่องการขนส่งที่ถูกต้องและเหมาะสม ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันเข้าถึงการรักษาเพิ่มขึ้น และทำให้ผู้ป่วยตาต้อกระจกที่เคยตกค้างนับแสนคนต่อปีได้เข้าถึงการรักษา ไม่ต้องตาบอดจากโรคที่ควรจะรักษาได้อีกต่อไป  
    2015-08-06 14:55
  • จากข่าวดีที่ท่าน นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ยืนยันจะคงระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าต่อไป เพราะเป็นสิ่งที่ประชาชนได้ประโยชน์ ซึ่งเป็นการแสดงความมุ่งมั่นทางการเมือง แต่ก็ยังเป็นห่วงใยเรื่องภาระงบประมาณ ที่ยังเป็นประเด็นถกเถียงถึงทางออกที่จะทำให้ระบบประกันสุขภาพของไทยสามารถพัฒนาให้มีคุณภาพมากขึ้น และมีงบประมาณเพียงพออย่างยั่งยืนได้อย่างไร  ผู้เขียนจึงขอน้อมนำยุทธศาสตร์พระราชทานทั้งปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และหลักการ เข้าถึง เข้าใจ พัฒนา มาเป็นหลักในการทำงาน ตามภาพประกอบ ดังนี้
    2015-08-06 14:46
  • “เราคงตายลูกเดียวถ้าไม่ได้ให้ความสนใจสุขภาพขั้นพื้นฐานของประชาชนที่ไม่ได้เกี่ยวกับโรคติดเชื้อ ไม่ให้ความสนใจที่จะพัฒนาขีดความสามารถในการวินิจฉัยให้ได้เฉียบพลันมีประสิทธิภาพเต็มที่ ถึงเวลานั้น เมื่อมีเชื้อใหม่เข้ามนุษย์ ประชากรในประเทศนั้นๆ เช่น ประเทศไทยจะพร้อมเป็นแหล่งเพาะโลกและพินาศไปทั่วประเทศ”
    2015-08-06 13:19

Pages