เภสัชกรโวย อย.บิดเบือน ยันไม่เคยเห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.ยา ฉบับเสนอ ครม.

ชมรมเภสัชกรภาคใต้และ 12 เครือข่ายวิชาชีพเภสัชกรรมออกแถลงการณ์ยืนยันไม่เคยเห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.ยาฉบับที่ สธ.เสนอ ครม. ระบุผู้จัดทำร่างบิดเบือนข้อมูลแถมยังเพิ่มเนื้อหาที่กระทบต่อความปลอดภัยในการใช้ยาของประชาชน ทั้งที่ไม่เคยมีข้อเสนอนี้มาก่อน เรียกร้อง สธ.ดึงร่างคืนมาจาก ครม.พร้อมเปิดเผยต่อสาธารณะ และจัดประชาพิจารณ์ 15 วัน

เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2561 ชมรมเภสัชกรภาคใต้และ 12 เครือข่ายวิชาชีพเภสัชกรรม นำโดย ภญ.สุจิดา กุลถวายพร ประธานชมรมเภสัชกรภาคใต้แถลงการณ์คัดค้านร่าง พ.ร.บ.ยา พ.ศ. ...ฉบับเดือนตุลาคม 2561 : ฉบับยื่นต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยระบุว่า

เนื่องจากร่าง พ.ร.บ.ยาฉบับที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุขยื่นเสนอต่อ ครม.นั้น ผู้ที่รับผิดชอบจัดทำร่าง พ.ร.บ.ยาฉบับดังกล่าวได้สรุปการรับฟังความคิดเห็นไปฝ่ายเดียวว่า “ชมรมเภสัชกรภาคใต้เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.ยา พ.ศ. ...ที่จะเสนอต่อ ครม.” ซึ่งไม่เป็นความจริง

ทั้งนี้ ชมรมเภสัชกรภาคใต้และ 12 เครือข่ายวิชาชีพเภสัชกรรมยึดมั่นในเจตนารมณ์ต้องการให้ร่าง พ.ร.บ.ยา พ.ศ. ...ฉบับนี้คุ้มครองประชาชนอย่างแท้จริง และได้เสนอข้อคิดเห็นต่อผู้ที่เกี่ยวข้องที่รับผิดชอบจัดทำร่าง พ.ร.บ.ยาฉบับนี้หลายประการ แม้ผู้จัดทำจะได้ปรับแก้ไขในบางประเด็นที่ได้ถกเถียงหรือโต้แย้งกันไปบางส่วนแล้ว

แต่ปรากฎว่า ผู้จัดทำร่าง พ.ร.บ.ยามีการเพิ่มบทบัญญัติที่มีเนื้อหาอันเป็นสาระสำคัญซึ่งไปกระทบกระเทือนความปลอดภัยด้านยาของประชาชนอย่างมากเข้าไปในร่าง พ.ร.บ.ยา ฉบับที่จะนำเสนอต่อ ครม. โดยไม่เคยมีปรากฎมาก่อนในร่าง พ.ร.บ.ยาฉบับเดิมที่เคยผ่านการทำประชาพิจารณ์ (ระหว่างวันที่ 26-31 กรกฎาคม 2561 ทางเว็บไซต์ http:/lawamendment.go.th เพียงแค่ 6 วันเท่านั้น) จากความเร่งรีบในการแก้ไขและเสนอร่าง พ.ร.บ.ยา จึงส่งผลกระทบให้เปลี่ยนแปลงระบบยาของประเทศทั้งระบบ ให้ยิ่งซ้ำเติมปัญหาเดิม โดยไม่คำนึงว่าจะทำงานระบบยาของประเทศและยิ่งทำให้เสี่ยงต่อความไม่ปลอดภัยในการใช้ยาของประชาชนอย่างร้ายแรงที่สุด และขาดหลักธรรมาภิบาลว่าด้วยการรับฟังให้รอบด้านและความโปร่งใส นอกจากนั้นยังไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 77 ด้วย

ชมรมเภสัชกรภาคใต้และ 12 เครือข่ายวิชาชีพเภสัชกรรมจึงขอคัดค้านและไม่เห็นด้วยกับการกระทำดังกล่าวและขอเรียกร้องให้

1.ผู้จัดทำร่าง พ.ร.บ.และผู้เกี่ยวข้องออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อกรณีกล่าวอ้างบิดเบือนข้อมูลอันเป็นเท็จ จนเกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนและสร้างความเสียหายต่อชมรมเภสัชกรรมภาคใต้

2.เสนอให้นำร่าง พ.ร.บ.ยา พ.ศ. ...(ฉบับเดือนตุลาคม พ.ศ.2561 : ฉบับยื่นต่อคณะรัฐมนตรี) กลับคืนมาและให้เปิดเผยร่าง พ.ร.บ.ยาต่อสาธารณชน เปิดรับฟังประชาพิจารณืจากทุกภาคส่วนในหลายช่องทางอย่างชอบธรรมทั้งกระบวนการ เนื้อหา และระยะเวลา ไม่น้อยกว่า 15 วัน รวมทั้งปรับแก้อย่างรอบคอบและชอบธรรมในทุกมิติ เพื่อให้ประชาชนชาวไทยได้รับความคุ้มครองและมีความปลอดภัยในการใช้ยาอย่างแท้จริง

Comments

Anonymous • 2018-10-16, 13:02
"........ 9-สถานการณ์วิกฤติของสำนักอาหารและยาของประเทศไทย สิ่งที่ต้องแก้ไขโดยด่วน ประเทศไทยกำลังส่งเสริมการเป็นศูนย์กลางการวิจัยทางคลินิกและนวัตกรรมด้านยาและเทคโนโลยีชีวภาพ แต่จากการประเมินระบบยาของประเทศไทยโดยองค์การอนามัยโลกที่เรียกว่า WHO Benchmarking tool ระหว่างวันที่ 11-15 มิถุนายน พบว่า ประเทศไทยยังต้องทำแผนแก้ไขปรับปรุง 5 จาก 9 function ได้แก่ ระบบการขึ้นทะเบียน ระบบการเฝ้าระวังความปลอดภัย (Vigilance) ระบบการอนุญาตสถานที่โดยเฉพาะที่ต้องเชื่อมโยงกับ สสจ.ทั่วประเทศ ระบบการตรวจตราให้เป็นไปตามกฎหมาย และการตรวจตราการวิจัยทางคลินิก (Clinical trial oversight) WHO สรุปคำแนะนำว่า ที่สำคัญที่สุดคือการแก้ไขกฎหมายยาให้ทันสมัย Obsolete Drug Act resulted to complex and inadequate legal and regulatory framework สำหรับ activity ที่มีปัญหามากที่สุดคือ การตรวจตราการวิจัยทางคลินิกซึ่งต้องเร่งแก้ไข ตัวอย่างของข้อเสนอแนะของตัวชี้วัดต่างๆ ชี้ว่าจะต้องมีการแก้ไขกฎหมาย ซึ่งต้องแก้ไข พ.ร.บ.ยา เพื่อให้ อย. มีอำนาจในการระงับหรือ suspend clinical trial......... ประเด็นเหล่านี้ WHO ให้เวลาในการแก้ไข 1 ปี ในขณะที่ยังไม่ชัดเจนว่าประเทศไทยจะมีกฎหมายอะไรมาควบคุมการวิจัยทางคลินิกจึงต้องเพิ่มมาตราที่จำเป็นเหล่านี้ไว้ โดยควรแก้ไข พ.ร.บ.ยาเป็นรายมาตรา....... ในขณะนี้มีความพยายามหมกเม็ด อยากให้กองส่งเสริมการประกอบการผลิตภัณฑ์สุขภาพ (สสผ.) เป็นฝ่ายผิดฝ่ายเดียวว่าทำให้ตกการประเมินจาก WHO ทั้งๆที่มีหลายประเด็นมากมายที่ต้องได้รับการแก้ไขจากสำนักยา และการแก้ พ.ร.บ.ต้องเป็นไปอย่างรอบคอบไม่ให้วิชาชีพใดวิชาชีพหนึ่งมีสิทธิ์ในการผลิตยา ขายยาที่ไม่เป็นไปตามสากล และมีความพยายามที่จะให้ พ.ร.บ.ยาออกไปให้เร็วที่สุดโดยรีบร้อน และไม่ได้แก้ไขตามที่ WHO แนะนำ เพียงแต่อยากรวบอำนาจกลับไปที่สำนักยา และไม่ได้ไตร่ตรองอะไรที่มาจากความเห็นส่วนรวม คนข้างใน อย.เองก็ไม่ได้รับทราบการแก้ไข เปลี่ยนแปลง ที่เอื้อประโยชน์ต่อคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง......... "........."หมอดื้อ" https://www.thairath.co.th/content/1391396
Anonymous • 2018-10-16, 23:56
"แฉร่าง พ.ร.บ.ยาฉบับยื่น ครม. เปิดช่อง "นายทุน" เปิดร้านยาพันธุ์ใหม่ แค่ผ่านอบรมจาก อย. ไม่ต้องมีเภสัชกร"....โดย: ผู้จัดการออนไลน์....... สภาเภสัชกรรม ค้านร่าง พ.ร.บ.ยาฉบับยื่น ครม. ชี้เพิ่มเนื้อหาที่ไม่เคยตกลง เขียนเปิดช่อง "คนผ่านอบรม" เปิดร้านยาสายพันธุ์ใหม่ ร้านยาสะดวกซื้อ โดยไม่ต้องมีเภสัชกร ส่อเอื้อนายทุนชัด ยันยาทุกประเภทควรขายในร้านยา เหตุเก็บไม่ดีส่งผลหมดอายุเร็วกว่ากำหนด.......... วันนี้ (16 ต.ค.) ภก.นิลสุวรรณ ลีลารัศมี นายกสภาเภสัชกรรม แถลงข่าวคัดค้านร่าง พ.ร.บ. ยา พ.ศ. ... ฉบับที่เสนอเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ร่าง พ.ร.บ.ยา ฉบับยื่น ครม. มีการเพิ่มรายละเอียดในบางมาตรา ที่ไม่เคยตกลงกันมาก่อน คือ มาตรา 24 (3) ที่ระบุว่า การขายปลีกยาแผนปัจจุบันที่ไม่ใช่ยาที่จ่ายโดยเภสัชกรหรือยาตามใบสั่งยา ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการจะเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม วิชาชีพเวชกรรม ทันตกรรม การพยาบาลและผดุงครรภ์ หรือผู้ผ่านการอบรมโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก็ได้ ซึ่งยาดังกล่าวใช่ยาบรรจุเสร็จตามกฎหมายเดิมหรือไม่ และผู้ผ่านการอบรมโดย อย.คือใคร ซึ่งเราไม่เคยเห็นมาก่อน แสดงว่า อย.จะรับบุคคลกลุ่มนี้อบรมแล้วมาขายยาที่ไม่ได้จ่ายโดยเภสัชกรหรือแพทย์หรือไม่......... "ร้านขายยาที่ไม่มีเภสัชกร หรือ ขย.2 เขียนไว้บทเฉพาะกาล ม.228 ว่า จะให้หมดอายุไปตามการถือครองใบอนุญาต แต่จากมาตรา 24 (3) และ มาตรา 25 (6) คือ ใบอนุญาตขายปลีกยาแผนปัจจุบันที่ไม่ใช่ยาที่จ่ายโดยเภสัชกรหรือยาตามใบสั่งยา เหมือนกับว่า อย.จะยกเลิก ขย.2 เก่า แล้วมาเปิด ขย.2 ใหม่ เป็นร้านยาประเภทใหม่ หรือร้านยาสายพันธุ์ใหม่ แต่กลับไม่มีบอกรายละเอียดเรื่องของการหมดอายุเลย และเหมือนกำลังสร้างบุคคลใหม่ มาเป็นผู้ถือใบอนุญาตร้านขายปลีกยาแผนปัจจุบันที่ไม่ใช่ยาที่จ่ายโดยเภสัชกรหรือยาตามใบสั่งยา คนถึงขั้นพูดกันว่าเป็นร้านขายยาประเภทสะดวกซื้อ" ภก.นิลสุวรรณ กล่าว................ ภก.นิลสุวรรณ กล่าวว่า จุดยืนในการทำ พ.ร.บ. ยา ฉบับใหม่ คือ จะต้องทันสมัย มีความปลอดภัยกับประชาชนมากขึ้น ถามว่าเมื่อมีร้านยาประเภทนี้ขึ้นมา มันทันสมัยหรือปลอดภัยขึ้นหรือไม่ คำตอบคือ ไม่มีมาตรการชัดเจน และ อย.ก็บอกจะไปอบรม คำถามคือ จะต้องมีรายละเอียดว่าอบรมอย่างไร หลักการอบรมจะวางประกันได้หรือไม่ว่าประชาชนจะได้รับการดูแลเรื่องยาอย่างปลอดภัย หากไม่ใช่ การเขียนกฎหมายเช่นนี้ย่อมเป็นการถอยหลัง ให้บุคคลไม่มีความรู้จริงเพิ่มเข้ามาอีก ใครก็ได้เปิดร้านได้ อบรมได้ ซึ่งเราเห็นว่าไม่ถูกต้อง จึงต้องคัดค้านประท้วง............ ภก.นิลสุวรรณ กล่าวว่า ขณะนี้เรามีข้อตกลงว่าจะยื่นคัดค้านไปตลอดทาง โดยได้ทำหนังสือถึงคัดค้านไปที่เลขาธิการ อย.แล้ว และจะเรียกร้องให้ทางเลขาธิการ ครม.ที่จะต้องกลั่นกรองความเรียบร้อยและหาประเด็นที่ยังไม่ชัดเจนโดยการเวียนหนังสือยังหน่วยงานภาครัฐให้ความเห็นชอบ จึงอยากให้ส่งมาให้สภาเภสัชกรรมด้วย แต่หากไม่ส่งมาก็จะส่งข้อมูลไปยังเลขาธิการ ครม.เอง เพื่อยืนยันว่าร้านขายยาใหม่ดังกล่าวใช่ ขย.2 หรือไม่ ถ้าไม่ใช่ก็จะคัดค้าน และหาก ครม.เห็นชอบไปทั้งอย่างนั้น ก็จะตามไปคัดค้านที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาด้วย อย่างไรก็ตาม ขอเรียกร้องให้ รมว.สาธารณสุข และเลขาธิการ อย.ออกมาชี้แจงเรื่องนี้ ......... ภก.วรวิทย์ กิตติวงศ์สุนทร อุปนายกสภาเภสัชกรรม กล่าวว่า การเขียนกฎหมายออกมาเช่นนี้ก็เหมือนกับที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า ทุนใหญ่อยากจะมาเปิดร้านยาและไม่ใช้เภสัชกร แบบนี้คือใช่เลย เพราะใครที่มีคุณสมบัติ เป็นเจ้าของธุรดิจได้ก็มาเปิดร้านยาประเภทนี้ คือ ไม่ใช่ยาที่ต้องใช้ใบสั่งและยาที่ต้องจข่ายโดยเภสัชกร ยิ่งเขียนว่าโดยผ่านการอบรม แบบนี้ประเทศไทยก็ไม่รู้จะมองหน้าคนอื่นติดได้อย่างไร อย่างไรก็ตาม แม้จะคัดค้านเราก็จะเสนอด้วยว่าควรจะร่างกฎหมายอย่างไร.......... เมื่อถามว่าควรตัดมาตรา 24 (3) ออกหรือไม่ ภก.นิลสุวรรณ กล่าวว่า โดยหลักการควรตัดออก แต่ถ้าตัดทั้งหมดก็จะกระทบกับผู้ประกอบวิชาชีพอื่นด้วย ซึ่งเห็นว่าอาจไม่จำเป็น ถ้ามีทางออกอื่นได้ก็จะตัดทิ้งทั้งหมด.......... เมื่อถามว่าคนมองว่าการซื้อยาในร้านสะดวกซื้อบางอย่างก็มีความสะดวก จริงๆ แล้วมีอันตรายหรือไม่ ภก.นิลสุวรรณ กล่าวว่า ยามีทั้งคุณและโทษ ถึงต้องมีกฎหมายควบคุมไม่ให้ใช้ยาพร่ำเพรื่อ หรือซี๊ซั๊วซื้อ มิเช่นนั้นยาก็ไปอยู่ตามร้านสะดวกซื้อกันหมด แต่ยาใดที่เชื่อว่าประชาชนโดยสามัญสำนึกทั่วไปสามารถดูแลตัวเองได้ และยาเหล่านี้ถ้าดูแลตามสามัญทั่วไปโทษของยาสามารถป้องกันได้ คือ มีความปลอดภัย เช่นนี้ให้เป็นยาที่ขายได้ทั่วไป แต่เจตนารมณ์ที่แท้จริงอยากให้ขายในร้านขายยา แต่ไม่ต้องไปปรึกษาเภสัชกร เพราะมีปัจจัยเรื่องการเก็บยาด้วย และต้องเข้าใจด้วยว่า ยาสามัญประจำบ้าน คือ ยาที่ประชาชนสมควรซื้อเก็บไว้ที่บ้านเพื่อดูแลโรคเบื้องต้น แต่ควรซื้อที่ร้านขายยา แต่เอามาตีความว่าเอาไปขายที่ไหนก็ได้ ซึ่งไม่ใช่........... "ยามีวันหมดอายุ หากเก็บตามร้านทั่วไปเก็บไม่ถูกต้อง อายุจะสั้นกว่าในฉลาก ซึ่งประชาชนจะไม่มีทางทราบว่าหมดอายุแล้ว ขณะที่ร้านยาคุณภาพมีการติดกระจก ติดแอร์ ควบคุมไม่ให้ยาเสื่อม แต่เป็นมาตรฐานอุณหภูมิที่ใช้เก็บยาเพื่อให้ยาหมดอายุตามฉลาก หากซื้อขายข้างนอกตากแดดตากฝนจะหมดอายุก่อน ความปลอดภัยตรงนี้เป็นการเปิดช่องสมัยก่อน ปัจจุบันควรทำหรือไม่ ระยะยาวสนับสนุนให้เอายาทั้งหมดเหล่านี้ไปไว้ในร้านขายยาให้หมด อยากซื้อยาก็ควรไปร้านขายยา เพราะหากสงสัยอะไรขึ้นมาก็ถามเภสัชกรได้ แบบนี้เรียกว่าสะดวกกว่า นอกจากนี้ หากร้านยาปล่อยให้มียาหมดอายุก็เอาผิดเภสัชกรได้ แต่หากเป็นร้านสะดวกซื้อทั่วไปก็เอาผิดไม่ได้" ภก.นิลสุวรรณ กล่าว.......... เมื่อถามว่าหากให้ขายเฉพาะร้านขายยาจะทำให้ประชาชนเข้าถึงยากหรือไม่ ภก.นิลสุวรรณ กล่าวว่า ถ้ากระทบคือหาไม่เจอ แต่ปัจจุบันร้ายขายยาทั่วไปหรือ ขย.1 มี 17,000 แห่ง ร้านขย.2 มี 2,700 แห่ง คลินิก โรงพยาบาลอีก รวมๆ แล้วมี 33,000 แห่งที่สามารถจ่ายยาได้ อัตราส่วน 1 แห่งต่อประชากร 2,000 คน ครอบคลุมทุกอำเภอ ยกเว้นอำเภอเกิดใหม่ ซึ่งได้มาตรฐานสากลกระจายอยู่ทั่วประเทศแล้ว ........ ภก.นิลสุวรรณ กล่าวว่า ส่วนมาตรา 117 ระบุว่า เมื่อมีประกาศตามมาตรา 6 (7) แล้ว การจ่ายยาอันตรายที่จ่ายโดยเภสัชกร ต้องกระทำโดยเภสัชกร ณ สถานที่ตามที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต เว้นแต่เป็นการจ่ายยาในสถานพยาบาลประเภทที่ไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืนตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล ซึ่งแสดงว่าสถานที่เว้นหมายถึงคลินิกที่ไม่ต้องมีเภสัชกรจ่ายยา ซึ่งอาจจะไม่มีแพทย์ ไม่มีเภสัชกร มีแต่พยาบาลก็ได้ แปลว่าให้พยาบาลแต่ละสถานพยาบาลเป็นผู้กำหนด เป็นข้อขัดแย้งที่ทำไม่ได้ ต้องจ่ายโดยเภสัชกร มีทั้งยาอันตรายและไม่มีอันตราย ซึ่งต้องแก้ตรงนี้....... https://mgronline.com/qol/detail/9610000103517

ความคิดเห็นล่าสุด

Rogerdum
12 ชั่วโมง 43 นาที ago
Rogerdum
12 ชั่วโมง 45 นาที ago
Rogerdum
12 ชั่วโมง 50 นาที ago
Rogerdum
12 ชั่วโมง 53 นาที ago

ข่าวล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

Rogerdum
12 ชั่วโมง 43 นาที ago
Rogerdum
12 ชั่วโมง 45 นาที ago
Rogerdum
12 ชั่วโมง 50 นาที ago
Rogerdum
12 ชั่วโมง 53 นาที ago
กลับด้านบน