'รพ.ม่วงสามสิบ จ.อุบล' ระดมทีมย้ายผู้ป่วยหลังโดนน้ำท่วมทั้งหมู่บ้าน

รพ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี ระดมทีมพยาบาลและทีม MCATT เข้าไปเคลื่อนย้ายผู้ป่วยโรคไตและผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงที่บ้านดอนส้มป่อยหลังโดนน้ำท่วมทั้งหมู่บ้าน เผยสถานการณ์ปัจจุบันยังคงต้องเฝ้าระวังและพร้อมเข้าไปให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบตลอดเวลา

นพ.ประจักษ์ ลีลาชาติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลม่วงสามสิบ อ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี ในขณะนี้ อำเภอม่วงสามสิบมีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจำนวน 4 ตำบล 10 หมู่บ้าน แต่ลักษณะการท่วมยังท่วมเป็นบางส่วน ไม่ได้ท่วมทั้งตำบล ทำให้กลุ่มผู้ป่วยที่มีความเสี่ยง เช่น ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง ผู้ป่วยที่ต้องฟอกไต ผู้สูงอายุและผู้ป่วยที่ต้องการความช่วยเหลืออื่นๆ เลือกที่จะย้ายไปพักอาศัยกับญาติมากกว่าจะมารับการดูแลที่โรงพยาบาล

อย่างไรก็ดี มี 1 พื้นที่ซึ่งอยู่ใกล้กับลําน้ำเซบายและน้ำท่วมทั้งหมู่บ้านคือที่หมู่บ้านดอนส้มป่อย ต.นาเลิง ทางโรงพยาบาลได้ส่งทีมพยาบาลและทีมช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤต (MCATT) เข้าไปเคลื่อนย้ายผู้ป่วยมาดูแลที่โรงพยาบาลแล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

"สถานการณ์น้ำท่วมเริ่มตั้งแต่สัปดาห์ก่อน ตอนนั้นพายุเข้า ฝนตกหนัก ลําน้ำเซบายเอ่อท่วมหมู่บ้านดอนส้มป่อย รัศมีน้ำท่วมประมาณ 2 กิโลเมตร ทีมของโรงพยาบาลก็ลงพื้นที่ประสานกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) และสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ วางแผนดูว่ามีผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง ผู้ป่วยที่ต้องฟอกไต และผู้สูงอายุที่ต้องการความช่วยเหลือเท่าใดโดยมีผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง 2 คน ผู้ป่วยที่ต้องฟอกไต 1 คน และผู้สูงอายุ 95 ปีอีก 1 คน ตอนนั้นน้ำสูงท่วมบ้านชั้นล่างแล้วกำลังจะสูงขึ้นไปถึงชั้นสอง เราก็เคลื่อนย้ายผู้ป่วยขึ้นเรือท้องแบนไปดูแลที่โรงพยาบาล ยกเว้นคุณยายอายุ 95 ปีที่ทีม MCATT เกลี้ยกล่อมเป็นชั่วโมงก็ไม่ยอมย้าย แต่วันต่อมาน้ำท่วมสูงมากขึ้นขึ้น คุณยายถึงยอมย้ายออก" นพ.ประจักษ์ กล่าว

สำหรับพื้นที่อื่นๆ โรงพยาบาลมีข้อมูลอยู่แล้วว่ามีกลุ่มเสี่ยงอยู่ที่ไหน จำนวนเท่าใด แต่กลุ่มนี้ไม่มีปัญหา เพราะลักษณะของคนอีสานจะพึ่งพาอาศัยญาติกันก่อน ส่วนพื้นที่ฝั่งที่อยู่ด้านลำน้ำเซบก มีอีกพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบคือบ้านดุมใหญ่ ต.ดุมใหญ่ ลักษณะหมู่บ้านอยู่บนเนิน มีน้ำล้อมรอบเหมือนเกาะ มีผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง 2 คน แต่ผู้ป่วยขอพักอยู่กับญาติก่อนเพราะน้ำไม่ได้ท่วมทั้งหมู่บ้าน และมีผู้ป่วยที่ต้องฟอกไตอีก 1 รายซึ่งก็ได้เคลื่อนย้ายเข้ามาดูแลต่อที่โรงพยาบาลแล้วเช่นกัน

นพ.ประจักษ์ กล่าวอีกว่า สถานการณ์ในปัจจุบันยังไว้ใจไม่ได้ ต้องเฝ้าระวังตลอดเวลา พื้นที่ฝั่งลำน้ำเซบายยังคงท่วมอยู่และมีอัตราการลดที่ช้ามากเนื่องจากยังมีมวลน้ำเข้ามาเรื่อยๆ ส่วนพื้นที่ด้านลำน้ำเซบกน้ำเริ่มแห้งแล้ว ยังมีผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ 15 รายซึ่งทางโรงพยาบาลได้โทรสอบถามและพร้อมให้ความช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลา ขณะที่ผู้ป่วยที่รับเข้ามาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาขอ Discharge ออกจากโรงพยาบาลไปอยู่กับญาติหมดแล้ว

ข่าวล่าสุด

กลับด้านบน