‘อนุทิน’ ย้ำ สธ.ไม่เคยกลับมติแบนสารเคมี เผยปลัด สธ. ร่อนหนังสือท้วงติงแล้ว

Thu, 2019-12-05 10:53 -- hfocus
Print this pagePrint this page

“อนุทิน” ตอก ยืดแบนสารเคมีซ้ำซาก สะท้อนการทำงานไร้ประสิทธิภาพ เผย “บิ๊กตู่” แค่รับทราบการยืดแบนสารเคมี ไม่เคยพูดรัฐไร้เงินเยียวยา ลั่นไม่หน้าที่ ย้ำ สธ.ไม่เคยกลับมติแบนสารเคมี เผย ปลัด สธ. ร่อนหนังสือ ท้วงติงแล้ว ด้าน “หมอโอภาส” แนะเปิดเทปตั้งแต่ต้น อย่าตัดตอนทำเข้าใจผิด ยันชัดไม่เคยหนุนยืดการใช้สารพิษ

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2562 ที่กระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงกรณีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการวัตถุอันตราย ออกมาระบุว่าคณะกรรมการมีมติยืดระยะเวลาการยกเลิกการใช้พาราควอต และคลอไพริฟอส ออกไปอีก 6 เดือน และให้มีการจำกัดการใช้ไกลโฟเซต ว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไม่ได้มีการฝากอะไรเป็นพิเศษ และไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ แค่รับทราบรายงาน ส่วนที่นายสุริยะ ให้สัมภาษณ์ว่านายกฯ เห็นชอบให้ยืดการแบนสารเคมีเพราะรัฐไม่มีเงินจ่ายนั้นตนไม่ทราบ แต่คงไม่เกี่ยวกับเรื่องเงิน และมีตรงไหนที่เขียนว่ารัฐต้องรับผิดชอบการกำจัดสารพิษนี้ หรือรัฐต้องไปเยียวยาผู้ประกอบการ ผู้ประกอบการนำสารพิษเข้ามาขายในเมืองไทย ก็ต้องรับผิดชอบเอง อย่างไรก็ตามในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ก็มีการจำกัดการใช้อยู่แล้ว ถ้ายังนำเข้ามาเพิ่มจะเรียกว่าจำกัดได้อย่างไร และถ้ายังยืดไปอีก 6 เดือน เท่ากับว่าเราไม่มีประสิทธิภาพในการทำงานเลยใช่หรือไม่ เพราะยืดมาแล้ว 2 ปี ยังมายืดอีก

นายอนุทิน กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องเคลียร์อะไรกับนายสุริยะ เนื่องจากไม่ได้มีความขัดแย้งอะไรกัน แต่ละคนก็รับผิดชอบแต่ละกระทรวงที่มีเป้าหมายต่างกัน สำหรับตน กระทรวงสาธารณสุขยืนยันว่าอะไรที่เป็นอันตรายกับสุขภาพต้องมาคุยกัน ใครจะได้ประโยชน์ทางธุรกิจ ประโยชน์ทางเครื่องทุ่นแรง ประโยชน์ทางรายได้แค่ไหนแต่หากต้องสังเวยด้วยชีวิตตนไม่แลกด้วย

เมื่อถามว่าเครือข่ายสนับสนุนการแบนสารเคมี 686 องค์กร ระบุว่าจะยื่นฟ้องนายสุริยะ ใน 2 ศาล หากไม่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยื่นตีความมติที่ประชุมวันที่ 29 พฤศจิกายน ดังนั้นกระทรวงจะยื่นตีความหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า หากเครือข่ายฯ จะฟ้องร้องก็สามารถทำได้ ส่วนกระทรวงสาธารณสุขมีตัวแทนในคณะกรรมการฯ 2 คน ซึ่งยืนยันว่าไม่หนุนให้มีการยืดระยะเวลาการยกเลิกสารเคมีอยู่แล้ว คงไม่ต้องตีความอะไร แต่ให้ดูในบันทึกรายงานการประชุมครั้งต่อไป หากเขียนว่ามติเป็นเอกฉันท์เรื่องการยืดระยะเวลาการยกเลิกสารพิษ กระทรวงสาธารณสุขก็ต้องโต้แย้งว่าไม่ใช่ และขอให้บันทึกเอาไว้ว่ากระทรวงไม่เห็นด้วย แต่ถ้าบอกเป็นเสียงข้างมากก็ใช้ได้ แต่ก็ต้องบอกว่าเสียงข้างน้อยคือใคร ซึ่งเสียงข้างมากไม่มีกระทรวงสาธารณสุขแน่นอน เมื่อเป็นเช่นนั้นเราก็ต้องปฏิบัติตาม และให้ความรู้เรื่องผลกระทบกับสุขภาพต่อไป

“ย้ำว่าเราไม่ได้ปล่อยให้เครือข่ายภาคประชาชนสู้อย่างเดียวดาย แต่เราทำในสิ่งที่ทำได้ ทำจนสุดซอยแล้ว อย่างไรก็ตาม ได้รับรายงานเบื้องต้นว่า นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้ทำหนังสือท้วงติงไปที่คณะกรรมการวัตถุอันตราย แต่ไม่ใช่คำสั่งหรือหน้าที่ของรมว.สาธารณสุขเพราะทุกคนทำตามพันธะกิจที่มีอยู่ต่อองค์กร”

นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า การมีมติกลับไปกลับมา ตนไม่รู้ว่ามีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไรหรือไม่ แต่กระทรวงสาธารณสุขไม่เคยกลับมติ ไม่ว่าจะเป็นมติวันที่ 22 ตุลาคม 2562 หรือวันที่ 29 ธันวาคม 2562 แต่ไหนแต่ไรมากระทรวงสาธารณสุขไม่เคยหนุนให้มีการใช้สารเคมีอยู่แล้ว เรายืนกรานมาตลอด ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลไม่มีความจริงใจในการขับเคลื่อนการทำเกษตรอย่างยั่งยืนทั้งที่มีการประกาศกันไว้นั้น ตนไม่ทราบ ต้องไปถามกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และในฐานะของรองนายกฯ ก็ไม่ได้คุมกระทรวงเกษตรฯ

ด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า ยืนยันว่าผู้แทนของกระทรวงสาธารณสุข 2 คน ได้ยืนยันในที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย ว่า กระทรวงสาธารณสุขขอให้ยืนยันให้มีการยกเลิกการใช้สารเคมีภาคเกษตรตามมติเดิมเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2562 และได้ทำหนังสือถึงท่านประธานคณะกรรมการวัตถุอันตราย ผ่านทางเลขานุการคณะกรรมการวัตถุอันตรายเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมาด้วย เรื่องการยืนยันมติเดิม แต่ไม่ใช่การขอให้ตีความมติใหม่ ทั้งนี้ ยินดีให้มีการเปิดเผยเทปการประชุมครั้งล่าสุด แต่ถ้าจะเปิดขอให้เปิดตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่ควรเปิดเพียงบางช่วงบางตอนเพราะจะทำให้เกิดการตีความผิดได้ เพราะวันนั้นมีการประชุมกันนานถึง 4 ชั่วโมง จะมีว่าใครพูดอะไร อย่างไร เข้าใจว่าในการสรุปการประชุมจะมีรายละเอียดว่าใครพูดอะไร ซึ่งจะเป็นเอกสารอ้างอิงได้ ก็ขอให้บันทึกให้ครบถ้วน อย่าตัดเอาตอนใดตอนหนึ่งมาเท่านั้น.

Add new comment