เปิดใจหมอนก“พญ.กนกวรรณ” หัวขบวนทวงธรรมาภิบาลรพ.ขอนแก่น

Mon, 2020-06-22 08:40 -- hfocus team editor
Print this pagePrint this page

 

ชื่อของ พญ.กนกวรรณ ศรีรักษา ประธานองค์กรแพทย์ รพ.ขอนแก่น เป็นที่รู้จักผ่านสื่อหลังจากออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมและธรรมาภิบาลในกระทรวงสาธารณสุข จากกรณีการย้าย นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล อดีตผู้อำนวยการ รพ.ขอนแก่น และตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงกรณีรับเงินบริจาคจากบริษัทยา

การออกมาเคลื่อนไหวในฐานะประธานองค์กรแพทย์ รพ.ขอนแก่น เป็นประเด็นที่สังคมจับจ้องเนื่องจากทุกก้าวของ พญ.กนกวรรณ กระเทาะเปลือกการบริหารงานภายในกระทรวงสาธารณสุขออกมาให้เห็นในหลายด้าน สร้างแรงกระเพื่อมระลอกใหญ่ในวงการแพทย์

พญ.กนกวรรณ ศรีรักษา หรือ “หมอนก” เป็นชาว จ.อุดรธานี โดยกำเนิด หลังจบมัธยมศึกษาปีที่ 3 แล้วได้เข้ามาเรียนต่อที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา

“ตอนเรียนอยู่เตรียมอุดมฯเป็นเด็กเรียน เพราะว่าเหมือนเป็นเด็กบ้านนอกที่เข้ามาเรียนต้องปรับตัวและยัง Culture Shock ไม่ได้เป็นเด็กกิจกรรมอะไร อยู่ห้องคิง ผลการเรียนค่อนข้างดี คือไม่ได้เกรด 4.00 แค่เทอมเดียว พออยู่ชั้น ม.6 สอบได้ 3 ทุน มีทุนเล่าเรียนหลวง ทุนทรัพยากรธรณี และทุนธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งเรียนรุ่นเดียวห้องเดียวกับ ดร.ดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)”  พญ.กนกวรรณ เล่าย้อนความหลังครั้งยังอยู่ในช่วงวัยกระโปรงบาน ในฐานะศิษย์เก่าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา รุ่น 48

พญ.กนกวรรณ กล่าวอีกว่า สาเหตุที่เลือกเรียนแพทย์เนื่องจากคุณพ่อไม่ให้เรียนทุน เพราะนักเรียนทุนต้องไปเรียนต่างประเทศ ต้องเข้าไฮสคูล และเรียนต่อด้านเศรษฐศาสตร์

“คุณพ่อบอกว่าเราอายุยังน้อยไปอยู่ต่างประเทศก็ไม่รู้จักใคร แล้วไหนๆ ก็สอบติดคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดลได้แล้วก็เลยเลือกเรียนแพทย์”

หลังสำเร็จการศึกษาพญ.กนกวรรณ ใช้ทุนที่ รพ.กาฬสินธุ์ 2 ปี แล้วได้ทุนจาก รพ.ขอนแก่น เรียนต่อด้านกุมารเวชศาสตร์ ที่ศิริราช 1 ปี ก่อนจะต่อยอดทางด้านโรคระบบทางเดินหายใจ ที่ รพ.รามาธิบดี

“ตอนเรียนอยู่ก็ลาออกจากราชการเพราะไม่มีทุน กลายเป็น Free Training พอเรียนจบจาก รพ.รามาธิบดีก็ติดต่อกลับมาที่ รพ.ขอนแก่น ซึ่งตอนนั้นคุณพ่อกับคุณแม่ย้ายจาก จ.อุดรธานี มาอยู่ที่ จ.ขอนแก่น เลยเข้ามาทำงานที่ รพ.ขอนแก่น ตั้งแต่ปี 2545 จนถึงปัจจุบันก็เกือบ 20 ปีแล้ว”

ระยะเวลาเกือบ 20 ปี ที่ผ่านมา ใน รพ.ขอนแก่น พญ.กนกวรรณ กล่าวว่า โรงพยาบาลแห่งนี้มีคนต้นแบบมากมาย แพทย์รุ่นเก่าๆ ที่ทำงานบุกเบิกเป็นตัวอย่างการทำงานที่ดีที่ซึมซับมาโดยตลอด

“เช่น พญ.ศิริจิตต์ วาสนะวัฒน ที่พวกเราเพิ่งทำบุญครบรอบวันเสียชีวิต ซึ่งแพทย์ที่ รพ.ขอนแก่นหลายท่านเป็น American Board คือได้รับการฝึกสอนจากต่างประเทศ โดยแพทย์ส่วนใหญ่ที่เป็น American Board จะอยู่โรงเรียนแพทย์ อาจารย์หมอเก่าๆ ที่เก่งๆ เป็นผู้เสียสละเพื่อองค์กร ซื่อสัตย์ และไม่ทำคลินิก เกือบ 20 ปีเราได้ซึมซับตรงนี้มา เรียกได้ว่าคุณหมอเหล่านั้นเป็นยุค Baby Boomer คุณหมอบางท่านเราก็เป็นที่ใกล้ชิดได้ทำงานด้วย อาจารย์หมอผู้ใหญ่หลายท่านแม้ไม่ทันแต่ท่านก็เป็นตัวอย่างที่ดี”

พญ.กนกวรรณ ยอมรับว่าการทำงานที่ผ่านมาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำกิจกรรมใดๆ เพราะส่วนใหญ่นอกจากงานบริการแล้วจะทำงานพัฒนาบุคลากร เนื่องจากเคยได้รับทุนแพทยศาสตร์ศึกษาของกระทรวงสาธารณสุขเมื่อปี 2006-2007 ไปศึกษาที่ประเทศสก็อตแลนด์ โดยแพทยศาสตร์ศึกษาเปรียบเหมือนคุรุศาสตร์ทางการแพทย์ ที่มีวัตถุประสงค์ผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบท

“มาเป็นประธานองค์กรแพทย์ รพ.ขอนแก่น ได้อย่างไร อาจเป็นเพราะบุคลิกที่เป็นคนลักษณ์ 8 คือมีลักษณะ 8 ประการ เช่น รักความยุติธรรม ตำแหน่งประธานองค์กรแพทย์ที่ รพ.ขอนแก่น ลักษณะ Culture ก็ไม่เหมือนกับที่อื่นๆ บางโรงพยาบาลเป็นตำแหน่งที่จะเตรียมก้าวเป็นผู้บริหาร แต่ รพ.ขอนแก่น ไม่ใช่ เราแค่อยากมาช่วย ไม่ได้หวังให้มีตำแหน่งอะไรสูงขึ้น ส่วนใหญ่แล้วจะมีหน้าที่เชื่อมหมอและทำกิจกรรมสันทนาการ ส่วนการเคลื่อนไหวในนามประธานองค์กรแพทย์ก็เป็นการออกมาในนามองค์กรแพทย์ เรามีกลุ่มสนับสนุนการทำงาน มีทีม เราออกหน้าแค่นั้นเอง”

พญ.กนกวรรณ เปิดเผยอีกว่า การออกมาเรียกร้องให้มีธรรมาภิบาลในกระทรวงสาธารณสุขที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบันก็ยังมองไม่เห็นเลยว่าจะเกิดขึ้นอย่างไร

“บางคนนินทาว่าพอหมอว่างก็จะทะเลาะกันเองภาพลักษณ์กระทรวงเป็นอย่างนั้น หมอแบ่งกลุ่มก๊วน จากเดิมก็ไม่เคยสนใจที่จะออกมาเรียกร้องอะไรเพราะไม่มีผลกระทบกับเราโดยตรง จนกระทั่งเริ่มกระทบกับเรา เราเห็นกระบวนการที่มีอิทธิพลในกระทรวง เริ่มมีบทบาท อำนาจ หน้าที่ เริ่มเข้ามาจัดการโยกย้าย  จัดตำแหน่งให้ลงล็อคตามที่เขาต้องการ”

“เราไม่ได้กำหนดว่าผู้อำนวยการ รพ.ขอนแก่น ต้องเป็น นพ.ชาญชัยตลอดกาล แต่การย้ายผู้บริหารที่ผ่านมาเป็นไปตามความต้องการของพวกพ้องบางกลุ่ม ไม่ดูประโยชน์ของโรงพยาบาล บางคนไม่ดูว่าย้ายมาทำอะไร ในฐานะที่เราเป็นเจ้าของบ้านเห็นรพ.ขอนแก่นโดนปู้ยี่ปู้ยำมาโดยตลอด เพราะฉะนั้นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ควรมีวาระพัฒนาโรงพยาบาลให้เป็นรูปธรรม ถ้าประสบกับภาวะขาดทุนคนที่ย้ายมาก็ควรต้องดูว่าจะมาช่วยโรงพยาบาลอย่างไร แต่ที่ผ่านมามีเส้นมีสายกัน เรามองว่ามันไม่เป็นธรรม ใช้เส้นสายไม่มองประโยชน์ของหน่วยงานเป็นหลักเลย มองแต่ประโยชน์ส่วนบุคคลพวกพ้อง”

“ประเด็นต่อมาคือเห็นชัดๆ เลยว่าโดนแกล้ง มีความไม่ปกติหลายอย่างในกระบวนการสอบสวนตั้งแต่ตั้งคณะกรรมการสอบ มีการข้ามขั้นตอนหลายอย่าง ตัวละครที่ปรากฏเป็นกลุ่มก้อนเดียวกับแพทย์ชนบท เราไม่รู้ว่ากลุ่มนี้ต้องการอะไรกับรพ.ขอนแก่น” พญ.กนกวรรณ กล่าว

กับคำถามที่ว่าหากการออกมาเรียกร้องธรรมาภิบาลในกระทรวงสาธารณสุขครั้งนี้ไม่ได้รับการตอบรับจากรัฐมนตรี หรือนายกรัฐมนตรี ทางองค์กรแพทย์ รพ.ขอนแก่น จะทำอย่างไรต่อไป พญ.กนกวรรณ ตอบว่า

“เราก็คงต้องก้าวข้ามกระทรวงไปให้ได้ เพราะเขาปล่อยเกียร์ว่าง แต่ก็ไม่รู้ว่าจะก้าวข้ามสำเร็จหรือปล่าว วันที่ 26 มิ.ย.นี้ จะไปยื่นหนังสือที่ทำเนียบรัฐบาลอีกครั้ง คราวนี้จะชักชวนองค์กรแพทย์ทั่วประเทศที่สนับสนุนให้ออกมาร่วมกัน ถ้านายกรัฐมนตรีไม่อยู่รับหนังสือก็จะเอาวางไว้แถวทำเนียบ” พญ.กนกวรรณบอกถึงก้าวความเคลื่อนไหวต่อไปของการเรียกร้องให้เกิดธรรมาภิบาลในกระทรวงสาธารณสุข

   

 

 

 

 

 

 

 

 

Comments

Submitted by ด้วยความเคารพยิ่ง on
ผมขอชื่นชมคุณหมอนก ในความกล้าหาญกล้าต่อสู้กับกลุ่มเครือข่ายอิทธิพลที่ครอบงำในวงการสาธารณทุกข์เพื่อเรียกร้องธรรมาภิบาล ระบบคุณธรรมได้กลับคืนมาเป็นวงการสาธารณสุข ....... หลายท่านคงไม่ทราบว่าเครือข่ายกลุ่มอิทธิพลที่ครอบงำวงการสาธารณทุกข์ไทยมีเครือข่ายไหนบ้าง มีอิทธิพลระดับไหน ? ..... ผมมองว่าเครือข่ายกลุ่มอิทธิพลที่ครอบงำวงการสาธารณทุกข์น่าจะมีอยู่ 2 กลุ่มหลัก ๆ ....... กลุ่มแรกคือเครือข่ายหมอเอ็นจีโอสาธารณทุกข์ กลุ่มนี้มีอิทธิพลครอบงำวงการสาธารณทุกข์ไทยมานาน มีอิทธิพลยิ่งใหญ่ในระดับที่ คสช.ยังไม่กล้าแตะ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนก็เคยเกิดเหตุที่ขอนแก่น คุณหมอนกคงทราบดี กรณีล้มประชาพิจารณ์ที่ขอนแก่น เมื่อ 17 มิย. 2560 ตั้งแต่สมัยรัฐบาล คสช. จนบัดนี้ผู้มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องยังไม่กล้าดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดที่เกี่ยวข้องแม้แต่รายเดียว ทั้ง ๆ ที่โฆษกรัฐบาล คสช.ในยุคนั้นได้ชี้โทษไว้อย่างชัดเจน https://www.thairath.co.th/news/local/northeast/976113 ............อีกกลุ่มหนึ่งก็คือกลุ่มทุนสามานย์แสนล้านที่เพิ่งถูกปรับไปหลายร้อยล้านกรณีปั่นหุ้น กลุ่มนี้มีอิทธิพลมากมายในระดับที่สามารถผลักดันให้โรงพยาบาลเอกชนเข้าไปซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ได้ สามารถแสวงหาผลประโยชน์กำไรสูงสุดจากความเจ็บป่วยของเพื่อนมนุษย์มาแบ่งปันแก่เจ้าของกิจการและผู้ถือหุ้นได้ สามารถผลักดันนโยบาย Medical Hub, Medical Tourism ให้เป็นนโยบายหลักของประเทศที่ทุกรัฐบาลต้องให้การสนับสนุน ...... มีอิทธิพลในระดับที่กระทรวงสาธารณสุขไม่กล้าใช้มาตรการทางกฎหมายคุ้มครองผู้บิโภคที่ไปรับบริการภาคเอกชน ไม่กล้าควบคุมค่ายาและค่ารักษาพยาบาลของภาคเอกชน ต้องโยนภาระไปให้กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ทั้ง ๆ ที่มีกฎหมายกำหนดไว้ชัดเจนว่ากระทรวงสาธารณสุขมีอำนาจหน้าที่ในการคุ้มครองผู้บริโภคทางด้านสุขภาพด้วย ...... ทุกวันนี้กลุ่มทุนสามานย์แสนล้านคงจะได้ส่งคนในเครือข่ายของพวกเขามาลอยตัวร่วมมือกับกลุ่มหมอเอ็นจีโอสาธารณทุกข์ คุมวงการสาธาณทุกข์สารขัณฑ์ไว้เรียบร้อยแล้ว https://mgronline.com/business/detail/9630000005508 ทำให้ทุกวันนี้ประเทศไทยได้ประกาศเขตติดโรคติดต่ออันตราย COVID-19 นอกราชอาณาจักรไปได้แค่ 9 ประเทศเอง และถูกถอดไปแล้ว 2 ประเทศ เหลือแค่ 7 ประเทศ ทั้ง ๆ ที่โรคติดต่ออันตราย COVID-19 ระบาดไปแล้วกว่า 200 ประเทศทั่วโลก..... ที่ไม่กล้าประกาศฯ เพิ่มน่าจะเพราะคงกลัวจะไปกระทบกับนโยบาย Medical Hub, Medical Tourism ของภาคเอกชน ...................... ผมเชื่อว่าคงไม่มีใคร รัฐบาลไหน หรือนายกรัฐมนตรีคนไหนกล้าคืนธรรมาภิบาลให้แก่กระทรวงสาธารณสุขของคุณหมอนกหรอกครับ..... น่าจะเสียเวลาเปล่า.

Submitted by ด้วยความเคารพยิ่ง on
ผมขอชื่นชมคุณหมอนก ในความกล้าหาญกล้าต่อสู้กับกลุ่มเครือข่ายอิทธิพลที่ครอบงำในวงการสาธารณทุกข์เพื่อเรียกร้องธรรมาภิบาล ระบบคุณธรรมได้กลับคืนมาเป็นวงการสาธารณสุข ....... หลายท่านคงไม่ทราบว่าเครือข่ายกลุ่มอิทธิพลที่ครอบงำวงการสาธารณทุกข์ไทยมีเครือข่ายไหนบ้าง มีอิทธิพลระดับไหน ? ..... ผมมองว่าเครือข่ายกลุ่มอิทธิพลที่ครอบงำวงการสาธารณทุกข์น่าจะมีอยู่ 2 กลุ่มหลัก ๆ ....... กลุ่มแรกคือเครือข่ายหมอเอ็นจีโอสาธารณทุกข์ กลุ่มนี้มีอิทธิพลครอบงำวงการสาธารณทุกข์ไทยมานาน มีอิทธิพลยิ่งใหญ่ในระดับที่ คสช.ยังไม่กล้าแตะ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนก็เคยเกิดเหตุที่ขอนแก่น คุณหมอนกคงทราบดี กรณีล้มประชาพิจารณ์ที่ขอนแก่น เมื่อ 17 มิย. 2560 ตั้งแต่สมัยรัฐบาล คสช. จนบัดนี้ผู้มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องยังไม่กล้าดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดที่เกี่ยวข้องแม้แต่รายเดียว ทั้ง ๆ ที่โฆษกรัฐบาล คสช.ในยุคนั้นได้ชี้โทษไว้อย่างชัดเจน https://www.thairath.co.th/news/local/northeast/976113 ............อีกกลุ่มหนึ่งก็คือกลุ่มทุนสามานย์แสนล้านที่เพิ่งถูกปรับไปหลายร้อยล้านกรณีปั่นหุ้น กลุ่มนี้มีอิทธิพลมากมายในระดับที่สามารถผลักดันให้โรงพยาบาลเอกชนเข้าไปซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ได้ สามารถแสวงหาผลประโยชน์กำไรสูงสุดจากความเจ็บป่วยของเพื่อนมนุษย์มาแบ่งปันแก่เจ้าของกิจการและผู้ถือหุ้นได้ สามารถผลักดันนโยบาย Medical Hub, Medical Tourism ให้เป็นนโยบายหลักของประเทศที่ทุกรัฐบาลต้องให้การสนับสนุน ...... มีอิทธิพลในระดับที่กระทรวงสาธารณสุขไม่กล้าใช้มาตรการทางกฎหมายคุ้มครองผู้บิโภคที่ไปรับบริการภาคเอกชน ไม่กล้าควบคุมค่ายาและค่ารักษาพยาบาลของภาคเอกชน ต้องโยนภาระไปให้กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ทั้ง ๆ ที่มีกฎหมายกำหนดไว้ชัดเจนว่ากระทรวงสาธารณสุขมีอำนาจหน้าที่ในการคุ้มครองผู้บริโภคทางด้านสุขภาพด้วย ...... ทุกวันนี้กลุ่มทุนสามานย์แสนล้านคงจะได้ส่งคนในเครือข่ายของพวกเขามาลอยตัวร่วมมือกับกลุ่มหมอเอ็นจีโอสาธารณทุกข์ คุมวงการสาธาณทุกข์สารขัณฑ์ไว้เรียบร้อยแล้ว https://mgronline.com/business/detail/9630000005508 ทำให้ทุกวันนี้ประเทศไทยได้ประกาศเขตติดโรคติดต่ออันตราย COVID-19 นอกราชอาณาจักรไปได้แค่ 9 ประเทศเอง และถูกถอดไปแล้ว 2 ประเทศ เหลือแค่ 7 ประเทศ ทั้ง ๆ ที่โรคติดต่ออันตราย COVID-19 ระบาดไปแล้วกว่า 200 ประเทศทั่วโลก..... ที่ไม่กล้าประกาศฯ เพิ่มน่าจะเพราะคงกลัวจะไปกระทบกับนโยบาย Medical Hub, Medical Tourism ของภาคเอกชน ...................... ผมเชื่อว่าคงไม่มีใคร รัฐบาลไหน หรือนายกรัฐมนตรีคนไหนกล้าคืนธรรมาภิบาลให้แก่กระทรวงสาธารณสุขของคุณหมอนกหรอกครับ..... น่าจะเสียเวลาเปล่า.

Add new comment