“หมอชาญชัย” เปิดห้องทำงานผอ.ศูนย์โควิด19 พร้อมเดินหน้าฟ้องร้องคืนความเป็นธรรมให้ตนเอง

Wed, 2020-07-29 12:15 -- hfocus team
Print this pagePrint this page

เปิดห้องทำงานศูนย์บริหารทรัพยากรโควิด-19 “หมอชาญชัย” เตรียมประชุมจัดกำลังรับมือกรณีระบาดรอบสอง พร้อมให้สัมภาษณ์เดินหน้าฟ้องร้องขอความเป็นธรรมกลับคืน  

จากกรณี นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ลงนามตั้งศูนย์บริหารทรัพยากรกรณีโรคติดเชื้อโควิด-19 เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.2563 และตั้ง นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผอ.รพ.ขอนแก่น ซึ่งถูกย้ายออกจากรพ.ขอนแก่น กรณีถูกกล่าวหารับเงินบริจาคจากบริษัทยาเข้ากองทุนพัฒนารพ.ขอนแก่น โดยให้มาดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการศูนย์ดังกล่าว

ล่าสุดวันที่ 29 ก.ค. ที่ศูนย์บริหารทรัพยากรกรณีโรคติดเชื้อโควิด-19 นพ.ชาญชัย ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมพร้อมหากเกิดการระบาดโควิด-19 รอบสอง ว่า ขณะนี้กำลังเตรียมการประชุมต้นส.ค.นี้ เพื่อวางแผนการบริหารงานว่า หากศูนย์บริหารโควิดอยู่ต่อจะต้องบริหารงานอย่างไร โดยเฉพาะการเตรียมพร้อมรับมือกรณีหากมีการระบาดรอบสอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอุปกรณ์ในการทำงาน การบริหารคน ซึ่งเรื่องคนนั้นได้ทำหนังสือขอเพื่อโยกย้ายคนมา หรือจัดสรรเพิ่ม ซึ่งกำลังทำแผนงานปีงบประมาณ แต่ปีงบประมาณ 2564 กระทรวงได้ทำผ่านไปแล้ว อาจต้องใช้งบกลางก่อน อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญต้องมีการหารือร่วมกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาลต่างๆ โดยเฉพาะโรงพยาบาลศูนย์โรงพยาบาลทั่วไป เพราะจะต้องมีการประสานเรื่องโลจิสติกส์

“นอกจากนี้ เรายังสำรวจอุปกรณ์ที่ใช้ไม่ได้ อย่างเครื่องช่วยหายใจ พบว่ามีประมาณ 1,000 เครื่องที่รอซ่อมอยู่ หากซ่อมจะสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ เพื่อเตรียมพร้อมหากมีการระบาดรอบสอง รวมถึงหน้ากากอนามัย ชุด PPE ซึ่งมีการคำนวณไว้แล้วว่าต้องใช้มากน้อยแค่ไหน หากมีการระบาดรอบสอง โดยนำตัวเลขจากกรมควบคุมโรคมาคำนวณว่า หากระบาดรอบสองจะมีผู้ป่วยเท่าไหร่ต่อเดือน และต้องใช้อุปกรณ์เท่าไหร่อย่างไร ซึ่งขณะนี้กำลังดำเนินการ” นพ.ชาญชัย กล่าว

ภายหลังการสัมภาษณ์การเตรียมความพร้อมการทำงานศูนย์บริหารทรัพยากรโควิด-19 นพ.ชาญชัย พาชมห้องทำงาน เนื่องจากยังไม่มีอุปกรณ์ หรือเจ้าหน้าที่มาปฏิบัติงานเต็มเวลา เพราะเพิ่งมีการแต่งตั้ง แต่อยู่ระหว่างดำเนินการในเร็วๆนี้ อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวได้ถามถึงกรณีเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นพ.ชาญชัย เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นพ.ชาญชัย กล่าวว่า ใช่ ตนได้ยื่นหนังสือ

เนื่องจากพบว่ามีการนำเอกสารข้อมูลการสืบสวนข้อเท็จจริงของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ชุดนพ.อภิชาติ รอดสม เป็นประธานไปเผยแพร่ ทั้งที่ตนเองทำเรื่องขอทราบผลตรวจสอบ เพราะเป็นการตรวจสอบตน แต่กลับไม่ได้ข้อมูลดังกล่าว ปรากฏว่ามีการหลุดไปยังสื่อออนไลน์ ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้นมีแต่ข้อคำถาม ไม่มีคำชี้แจงของตน และเอกสารเหล่านี้เป็นเอกสารทางราชการ ซึ่งเป็นเอกสารลับ สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ตน และกระทรวงสาธารณสุขเสียหาย เพราะเป็นข้อมูลราชการรั่วไหลออกไป

“เรื่องนี้ผมได้ติดต่อไปยังกลุ่มวินัยของกระทรวงสาธารณสุขมาพักหนึ่งแล้ว ว่า จะทำอย่างไรได้บ้าง ซึ่งผมก็รอมาสัปดาห์กว่า แต่ยังไม่เห็นความคืบหน้าใดๆ จึงได้ทำหนังสือถึงท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุข ช่วยกรุณาตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า เอกสารหลุดไปได้อย่างไร และมีผู้ใดกระทำผิด หรือมีเจตนาอะไรหรือไม่ และหากพบผู้กระทำผิดขอให้ท่านทำตามระเบียบวินัยทางราชการ โดยผมได้ยื่นหนังสือไปเมื่อช่วงเช้าวันนี้(29 ก.ค.)ที่ผ่านมา เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะผมอยู่ในชั้นการสอบสวนวินัยร้ายแรงอยู่ มีคณะกรรมการดำเนินการอยู่ ตรงนี้จึงยังไม่ได้สรุปว่าเป็นผู้กระทำผิด แต่การมาเผยแพร่ข้อมูลแบบนี้ซ้ำไปมา ทั้งที่มีการสอบไปแล้ว และในชั้นสืบสวนก็ตกไปแล้ว แต่กลับเอาข้อคำถามมาเวียนอีก ผมไม่เข้าใจเจตนา ซึ่งเรื่องนี้จงใจให้เกิดความเข้าใจผิดหรือไม่” นพ.ชาญชัย กล่าว

นพ.ชาญชัย กล่าวว่า จริงๆ ตนได้ขอข้อมูลผลการสืบสวนจากทางกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งก็คือเอกสารที่หลุดไปนั้น เพื่อจะได้นำมาพิจารณาว่า มีประเด็นอะไรที่ต้องใช้ในชั้นสอบสวนวินัยร้ายแรง จะได้เตรียมการแก้ข้อกล่าวหาเราได้ แต่ทางกระทรวงสาธารณสุขบอกว่าให้เราไม่ได้ แต่กลับไปเผยแพร่ในสื่อออนไลน์ จึงเป็นเรื่องน่าแปลกใจ ประกอบกับตนได้มีการดำเนินการฟ้องเรื่องหมิ่นประมาทกรณีปลัดสธ.มีการเผยแพร่ข้อมูลว่า ตนมีความผิดชัดเจนแล้วทั้งที่ยังสอบสวนอยู่ โดยกรณีนี้จะเข้าข่ายผิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ซึ่งศาลก็กำลังขอข้อมูลตรงนี้อยู่เช่นกัน คาดว่าหมายศาลจะถึงกระทรวงสาธารณสุขเร็วๆนี้ นอกจากนี้ตนกำลังดำเนินการฟ้องร้องขั้นต่อไป ซึ่งเป็นขั้นสุดท้าย จะดำเนินการในเร็วๆนี้

นพ.ชาญชัย กล่าวว่า ส่วนที่ตนได้ร้องนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการสธ.กรณีนพ.สุขุม สั่งย้ายตนด้วยข้อกล่าวหาว่า ต้องออกจากพื้นที่เพราะมีการข่มขู่พยาน ปรากฏว่า มีการตรวจสอบผลคือ อยู่ในอำนาจที่ปลัดสธ.ดำเนินการได้ แม้ตรงนี้จะไม่เป็นไปตามที่ตนคาดหมาย แต่เมื่อผลออกมาเช่นนี้ ตนคงต้องพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมที่สุด

 

Add new comment