BHซื้อรพ.ไทย-เทศทุ่มงบ4พันล้าน จับเป้าหมายเดิมลูกค้าเศรษฐี

Mon, 2013-08-19 11:35 -- hfocus
Print this pagePrint this page

นายชัย โสภณพนิช

“บำรุงราษฎร์” (BH) ทุ่มกว่า 2 พันล้านบาท บุกมองโกเลีย เล็งกวาดลูกค้าจีนเพิ่ม และควักอีก 3 พันล้านบาท เทกโอเวอร์ ร.พ.ในพิษณุโลก “ชัย โสภณพนิช” เผยใช้เม็ดเงินลงทุนจากการขายหุ้นร.พ.เกษมราษฎร์ และหุ้นกู้อีก 5 พันล้านบาท

นายชัย โสภณพนิช ประธานกรรมการ บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH เปิด เผยว่า ล่าสุด โรงพยาบาลมีแผนที่จะขยายธุรกิจไปยังประเทศมองโกเลีย เพื่อต่อยอดรายได้และการเติบโตของธุรกิจในอนาคต หลังจากพบว่าฐานลูกค้าโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ส่วนใหญ่มาจากประเทศมองโกเลีย ดังนั้น การเข้าไปร่วมทุนกับโรงพยาบาลท้องถิ่นที่มองโกเลีย ถือเป็นการต่อยอดธุรกิจและเพิ่มช่องทางขยายฐานลูกค้าในพื้นที่ใกล้เคียงกับมองโกเลียอย่างประเทศจีนมากขึ้น

แผนการลงทุนดังกล่าว ขณะนี้อยู่ระหว่างทำการศึกษารายละเอียด คาดว่าดีลจะจบได้ภายในปีนี้ โดยใช้เม็ดเงินลงทุนประมาณ 2,000 ล้านบาท

สำหรับหลักการการเข้าไปลงทุนครั้งนี้ จะเน้นการถือหุ้นใหญ่เพื่อดูแลการจัดการเป็นหลัก แต่ภายใต้กฎหมายของมองโกเลียการถือหุ้นเกิน 51% อาจจะกระทำได้อยาก ดังนั้น เพื่อเข้าบริหารได้เต็มที่ อาจจะใช้วิธีรวบรวมสมาชิกเข้าไปถือหุ้นร่วมเพื่อให้ได้สัดส่วนเกิน 50% ส่วนบุคลากรจะเน้นคนในพื้นที่เป็นหลัก เพราะเชื่อว่าคนในพื้นที่จะเข้าใจหลักการให้บริการได้ดีกว่า

นายชัย กล่าวว่า แผนการขยายธุรกิจภายในประเทศ ขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจาเข้ารวมทุนกับโรงพยาบาลเอกชนในจังหวัดพิษณุโลก คาดว่าดีลดังกล่าวจะแล้วเสร็จภายในปีนี้เช่นกัน สำหรับเม็ดเงินลงทุนโรงพยาบาลดังกล่าวประมาณ 2,000-3,000 ล้านบาท โดยสัดส่วนการถือหุ้นประมาณ 51%

ทั้งนี้ เชื่อว่าการขยายธุรกิจไปยังพื้นที่ต่างจังหวัดในครั้งนี้ จะเป็นการช่วยเพิ่มฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น เนื่องจากกลุ่มคนมีรายได้สูงในพื้นที่ต่างจังหวัดมีอยู่เป็นจำนวนมาก การใช้แบรนด์บำรุงราษฎร์เข้าไปต่อยอดความเชื่อมั่นในการรักษาลูกค้าระดับดังกล่าว จะเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับโรงพยาบาลมากขึ้น

และด้วยจังหวะพอดีที่โรงพยาบาลเอกชนในพิษณุโลกต้องการหาพาร์ตเนอร์เข้าร่วมลงทุนพอดี จึงถือเป็นจังหวะเหมาะในการขยายธุรกิจ ประกอบกับการเข้าลงทุนครั้งนี้สามารถถือได้เกิน 50% ทำให้มีสิทธิขาดในการบริหารจัดการอย่างเต็มที่ ต่างจากกรณีเข้าลงทุนในโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ที่ถือสัดส่วนการลงทุนได้เพียง 24% ทำให้สิทธิในการบริหารมีน้อยไม่เหมาะกับการเข้าลงทุน จึงจำเป็นต้องขายหุ้นโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ทิ้งเพื่อไปลงทุนที่อื่นแทน

 “การที่ราคาหุ้น BH ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากมีข่าวหลุดออกมาว่า บำรุงราษฎร์เตรียมซื้อรพ.เอกชนที่พิษณุโลก ก็ไม่แปลกอะไรที่ข่าวดังกล่าวจะหลุดออกมา ขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาและเจรจา การเลือกรพ.นี้ คนในพื้นที่มีกำลังจ่ายสูงรวมถึงพื้นที่รอบๆ ด้วย ที่สำคัญอำนาจการบริหารมีมากเพราะถือหุ้นเกิน 51% ตามหลักการของรพ.ที่จะต้องถือเกิน 50% สำหรับธุรกิจร่วมทุนในประเทศ ส่วนต่างประเทศก็เช่นแต่อาจจะใช้วิธีรวบรวมสมาชิกในการเข้าลงทุน” นายชัย กล่าว

นายชัย กล่าวว่า ส่วนเม็ดเงินลงทุนสำหรับการขยายธุรกิจไปยังจังหวัดพิษณุโลกและประเทศมองโกเลียครั้งนี้ มีเพียงพอสำหรับการลงทุน โดยเม็ดเงินลงทุนส่วนใหญ่มาจากการขายหุ้นโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประมาณ 3,000-4,000 ล้านบาท รวมกับเม็ดเงินที่ได้จากการขายหุ้นกู้ประมาณ 5,000 ล้านบาท ดังนั้น เม็ดเงินลงทุนในการขยายธุรกิจปีนี้มีเพียงพอ

ที่มา : นสพ.ข่าวหุ้น วันที่ 19 สิงหาคม 2556