“ดักแด้ไหม” ป้องกันอัลไซเมอร์ พบกรดอะมิโนจำนวนมาก

Sat, 2015-08-22 13:19 -- hfocus
Print this pagePrint this page

“ดักแด้ไหม” อาหารสุขภาพยุคใหม่ อุดมด้วยโปรตีน ป้องกันโรคสมองเสื่อม ลดความบกพร่องทางสมอง มีกรดอะมิโนสำคัญจำนวนมาก

รศ.ดร.จินตนาภรณ์ วัฒนธร

รศ.ดร.จินตนาภรณ์ วัฒนธร ศูนย์วิจัยและพัฒนาการแพทย์ทางเลือกแบบบูรณาการ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยว่า ข้อมูลจากการศึกษาวิจัยเมื่อเร็วๆ นี้พบว่าดักแด้ไหมสามารถเพิ่มการเรียนรู้และความ จำและสามารถป้องกันภาวะความจำบกพร่องที่พบในโรคสมองเสื่อมหรืออัลไซม์เมอร์ (Alzheimer’s disease) ได้ มีรายงานว่าเมื่อนำดักแด้ไหมมาป้อนให้หนูแรทกิน หนูแรทจะมีความจำดีขึ้น และเมื่อป้อนดักแด้ไหมให้หนูแรทกิน 14 วันจากนั้นนำมาเหนี่ยวนำให้เกิดความจำบกพร่อง โดยจำลองภาวะที่พบในโรคสมองเสื่อมพบว่าหนูแรทที่ได้รับดักแด้ไหมจะมีความจำดีกว่าและมีการตายของเซลล์ประสาทในสมอง

ส่วนฮิปโปแคมปัสซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเรียนรู้และความจำน้อยกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับดักแด้ไหม  นอกจากนั้นยังพบว่าดักแด้ไหมยังสามารถป้องกันและลดอันตรายจากการทำลายสมองเนื่องจากโรคหลอดเลือดสมองและโรคพิษสุราเรื้อรังได้ อย่างไรก็ตามเนื่องจากการเก็บดักแด้ไหมไว้นานๆ มักมีปัญหาเรื่องเกิดกลิ่นหืน ดังนั้นจึงมีการพัฒนาดักแด้ไหมให้อยู่ในรูปสารสกัด เพื่อพร้อมใช้ในการบริโภค

สารสกัดดักแด้ไหมเองนั้นจะมีกรดอะมิโนที่สำคัญจำนวนมาก นอกจากนั้นยังมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และปกป้องสมอง มีรายงานว่าสารสกัดดักแด้ไหมสามารถปกป้องเซลล์ประสาทจากความเป็นพิษของสาร beta amyloid และ glutamate นอกจากนั้นยังมีฤทธิ์เพิ่มการเรียนรู้และความจำในอาสาสมัคร งานวิจัยเบื้องต้นของนักวิจัยศูนย์วิจัยและพัฒนาการแพทย์ทางเลือกแบบบูรณาการพบว่า สารสกัดดักแด้ไหมสามารถลดความบกพร่องทางสมองในแบบจำลองของภาวะออติสติกได้ ยิ่งไปกว่านั้นสารสกัดดักแด้ไหมยังมีฤทธิ์ลดโคเลสเตอรอลในกระแสเลือด ตลอดจนลดการเกิดหลอดเลือดตีบ (atherosclerotic plaque) มีฤทธิ์ลดภาวะเสื่อมสมรรถนะทางเพศที่เหนี่ยวนำโดยแอลกอฮอล์ โดยจะมีผลเพิ่มการทำงานของเอนไซม์ไนตริกออกไซด์ซินเธส (nitric oxide synthase) ที่ทำหน้าที่สร้างสารไนตริกออกไซด์ (nitric oxide) ทำให้หลอดเลือดที่องคชาติขยายตัว ดังนั้นจึงทำให้เพิ่มการแข็งตัวขององคชาติได้

ดักแด้ไหมจึงไม่ใช่เพียงอาหารพื้นบ้านอีกต่อไปแต่กำลังจะกลายเป็นนวัตกรรมสุขภาพที่จะทำให้เราพึ่งพาตัวเองได้มากขึ้น และยังอาจเป็นช่องทางสร้างรายได้ในเชิงพาณิชย์ในยุคที่เราจะก้าวเข้าสู่ประชาคมเอเซียนอีกด้วย

รศ.ดร.จินตนาภรณ์ กล่าวอีกว่า เมื่อเร็วๆ นี้มีรายงานว่าดักแด้ไหมได้กลายเป็นอาหารของนักบินอวกาศไปแล้ว เนื่องจากดักแด้ไหมเองนั้นอุดมด้วยโปรตีนที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย นอกจากดักแด้ไหมจะถูกนำไปใช้เป็นอาหารที่ใช้ในการบริโภคทุกวันและอาหารสำหรับมนุษย์อวกาศแล้ว ดักแด้ไหมยังถูกนำมาใช้เป็นอาหารสุขภาพแต่โบราณ ในประเทศจีนมีการนำดักแด้ไหมมาใช้เป็นสมุนไพรใช้บำรุงตับ ปอด ใช้ระงับอาการชัก ทำให้สงบ มีฤทธิ์ระงับอาการคัน อาการปวด ในประเทศอินเดียเองก็มีการนำดักแด้ไหมไปเป็นส่วนผสมของยาสมุนไพรรักษาความผิดปกติของหัวใจและหลอดเลือด ถึงแม้จะมีการกล่าวอ้างสรรพคุณของดักแด้ไหมกันอย่างมาก แต่ข้อจำกัดที่สำคัญอย่างหนึ่งในการนำมาใช้เพื่อประโยชน์ด้านการสร้างเสริมสุขภาพและรักษาโรคคือ การขาดหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มาสนับสนุนในเรื่องความปลอดภัยและสรรพคุณ สืบเนื่องจากการเป็นวัตถุดิบที่มีราคาไม่แพง และมากคุณค่าจึงมีการพยายามนำเอาดักแด้ไหมมาพัฒนาเป็นอาหารสุขภาพอย่างจริง จังโดยเน้นการประยุกต์ใช้ โดยอาศัยหลักฐานเชิงประจักษ์