สธ.จับมือ 20 ร.ร.แพทย์เตรียมเสนอแผนตั้งศูนย์เป็นเลิศด้านการแพทย์ให้ ครม.พิจารณา ก.ย.นี้

Thu, 2016-06-16 12:35 -- hfocus
Print this pagePrint this page

เขตสุขภาพ สธ. และคณะแพทยศาสตร์ 20 คณะจาก 19 มหาวิทยาลัย ได้ลงนามความร่วมมือในการพัฒนาศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์รักษาโรคซับซ้อน ใกล้บ้าน พัฒนาบริการ วิจัย บุคลากร โครงสร้างพื้นฐาน ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำโครงการของแต่ละเขต ก่อนเสนอยุทธศาสตร์การจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ พร้อมโครงการและแผนงานรองรับคณะรัฐมนตรีพิจารณาในเดือนกันยายน 2559

16 มิถุนายน 2559 ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข บรรยายเรื่องแนวทางการสนับสนุนการดำเนินงานของโรงพยาบาลเครือข่ายเขตสุขภาพในภาพรวมของประเทศ ในงานมหกรรมคุณภาพร่วมระหว่างโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รพ.ภูมิพลอดุลยเดช และ รพ.เครือข่ายเขตสุขภาพที่ 6

นพ.โสภณ กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขได้ปฏิรูประบบบริการสุขภาพ แบ่งเป็น 12 เขตสุขภาพและ กทม.แต่ละเขตรับผิดชอบดูแลประชากร 3 – 5 ล้านคน โดยให้แต่ละเขตดำเนินการตามแผนการพัฒนาระบบบริการ (Service Plan) ใน 13 สาขา เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการทางการแพทย์อย่างเหมาะสม ได้รับการดูแลรักษาใกล้บ้าน เบ็ดเสร็จภายในเขตสุขภาพ เพื่อลดป่วย ลดตาย ลดแออัด และลดเวลารอคอยการรักษา

ในปี 2559 นี้ เขตสุขภาพ และคณะแพทยศาสตร์ 20 คณะจาก 19 มหาวิทยาลัย ได้ลงนามความร่วมมือในการพัฒนาศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ใน 3 ด้านได้แก่ การบริการ การวิจัย การพัฒนาบุคลากร ตามร่างยุทธศาสตร์การจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ในภาพรวมของประเทศ ระยะยาว (5–10 ปี) ซึ่งประกอบด้วย 3 ยุทธศาสตร์หลัก คือ

1.การสร้างความสามารถในการแข่งขันระหว่างประเทศ เพิ่มการให้บริการด้วยเทคโนโลยีใหม่ การผลิตแพทย์เฉพาะทาง การวิจัยในระดับสากลและองค์ความรู้ใหม่

2.การสร้างความเข้มแข็งระบบสุขภาพ ลดการส่งต่อนอกเขตสุขภาพ การพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ การพัฒนาแพทย์เชี่ยวชาญและเฉพาะทาง

และ 3.การลดความเหลื่อมล้ำของสถานบริการ พัฒนาด้านพื้นฐานในเขตสุขภาพ และการฝึกอบรมหลักสูตรพื้นฐานต่างๆ

โดยแต่ละเขตสุขภาพได้จัดตั้งคณะกรรมการร่วมกันดำเนินการและวางแผนพัฒนาด้านต่างๆ อาทิ โครงสร้างพื้นฐาน กำหนดสาขาที่จะพัฒนาความเป็นเลิศ การวางแผนพัฒนาบุคลากรร่วมกัน ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำโครงการของแต่ละเขต เพื่อเสนอคณะกรรมการฯ พิจารณาคัดเลือกโครงการ และเสนอคณะกรรมการยุทธศาสตร์ระดับประเทศพิจารณา ก่อนเสนอยุทธศาสตร์การจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ พร้อมโครงการและแผนงานรองรับคณะรัฐมนตรีพิจารณาในเดือนกันยายน 2559

ด้าน นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวง เขตสุขภาพที่ 6 กล่าวว่า เขตสุขภาพที่ 6 มีความร่วมมือกับคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ม.บูรพา ม.ศรีนครินทรวิโรฒ ขณะนี้ได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์และแผนการดำเนินงานร่วมกันพัฒนา 8 เรื่อง คือ

1.ระบบส่งต่อ ใช้โปรแกรม Thai refer เชื่อมต่อข้อมูลการส่งต่อของโรงพยาบาลในเขตสุขภาพที่ 6 และจะจัดตั้งศูนย์ประสานการส่งต่อ 24 ชั่วโมง ที่ รพ.ม.บูรพา รพ.สมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา และ รพ.จุฬาลงกรณ์

2.ศูนย์หัวใจ จัดหลักสูตรการอบรมพยาบาลเฉพาะทาง การผลิตบุคลากรห้องศูนย์หัวใจ การผลิตแพทย์เฉพาะทางด้านหัวใจ การจัดตั้งศูนย์ส่งต่อผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ในการรักษาด้วยการขยายหลอดเลือดและผ่าตัด

3.ศูนย์อุบัติเหตุ พัฒนาช่องทางด่วนดูแลผู้ป่วยบาดเจ็บหลอดเลือด (Vascular injury Fast-track system)

4.ศูนย์มะเร็ง พัฒนาระบบการส่งต่อผู้ป่วยมะเร็งที่เกินศักยภาพของโรงพยาบาลในเขตสุขภาพที่ 6 โดยเฉพาะการฉายแสงและการผ่าตัดที่ซับซ้อน และจะร่วมกันวิจัยปัญหาด้านมะเร็งในพื้นที่ เช่น การคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นต้น

5.ศูนย์ทารกแรกเกิด พัฒนาระบบการส่งต่อทารกแรกเกิดวิกฤตที่มีภาวะหัวใจพิการแต่กำเนิดต้องรับการผ่าตัดหัวใจ

6.ศูนย์ปลูกถ่ายอวัยวะ พัฒนาศูนย์บริจาคอวัยวะของเขต ทีมผ่าตัดอวัยวะออก พยาบาลประสานงาน ระบบเทคโนโลยี และปรับปรุงระบบการเงิน

7.การฝึกอบรมและการเรียนการสอน โดยเป็นสถาบันร่วมผลิตแพทย์กับคณะแพทย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ใช้ รพ.ชุมชน รพ.ทั่วไป รพ.ศูนย์ เป็นสถานที่ฝึกในระดับคลินิก เพื่อให้แพทย์เข้าใจการทำงานในชุมชนชนบท รวมทั้งการพัฒนาศักยภาพแพทย์และบุคลากรสาธารณสุขในการดูแลรักษาโรคที่ซับซ้อนมาตรฐานเดียวกับ รพ.ในส่วนกลาง

และ 8.งานวิจัยเพื่อพัฒนาบริการของเขตสุขภาพ