สธ.รับปากตั้งคณะกรรมการพิจารณาบรรจุข้าราชการให้สหวิชาชีพ

เครือข่ายสหวิชาชีพสาธารณสุขชายขอบฯ เผย รองปลัด สธ.รับปากตั้งคณะกรรมการร่วมพิจารณาเรื่องการบรรจุเข้ารับราชการ แต่ยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจน คาดเดือนหน้าติดตามผลอีกครั้ง หากไม่คืบหน้าจะไปยื่นหนังสือที่ทำเนียบรัฐบาล

นายภาณุพงศ์ ปิ่นแก้ว ประธานเครือข่ายสหวิชาชีพสาธารณสุขชายขอบต้องการบรรจุแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากการเข้ายื่นหนังสือเรียกร้องขอบรรจุราชการที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.2560 ที่ผ่านมา ซึ่งมี พญ.ประนอม คำเที่ยง รองปลัดกระทรวง เป็นผู้รับมอบหนังสือ ทาง พญ.ประนอม ได้กล่าวภายหลังจากที่รับหนังสือไปแล้วว่าจะรับเรื่องไว้พิจารณา โดยจะหาคณะกรรมการในแต่ละสายงานมาทำงานร่วมกันและยืนยันว่าไม่ทอดทิ้งสหวิชาชีพ

อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมแล้วก็ยังไม่มีความชัดเจน เช่น ไม่มีกำหนดเวลาเรื่องการตั้งคณะกรรมการ หรือไม่มีรายละเอียดอื่นใด ดังนั้นคาดว่าอาจต้องมีการรวมตัวอีกครั้ง โดยในเดือนหน้าจะมาติดตามผลการดำเนินการ ซึ่งหากยังไม่มีความคืบหน้าก็จะไปยื่นหนังสือที่ทำเนียบรัฐบาลต่อไป

“เรายื่นข้อเสนอประมาณ 8 ข้อ ซึ่งข้อ 3 ขอให้เร่งดำเนินการบรรจุในปีงบประมาณนี้ ทาง พญ.ประนอมก็ไม่ได้ให้คำตอบว่าอย่างไร เราก็เกรงว่าจะไม่ได้บรรจุเพราะเขาจะเน้นวิชาชีพหลัก คือแพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล เภสัชกร ซึ่งได้รับการบรรจุ 90-100% แต่สหวิชาชีพได้รับการบรรจุไม่ถึง 75% บางสายงานก็ถูกลืมไปเลย เช่น นักสังคมสงเคราะห์ ตอนนี้สหวิชาชีพที่ได้รับผลกระทบมีแนวโน้มไม่ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการมีเกือบ 5,000 คน” นายภานุพงศ์ กล่าว

ทั้งนี้ ข้อเรียกร้องทั้ง 8 ข้อประกอบด้วย

1. ขอให้มีการจัดสรรตำแหน่งว่าง หรือกำหนดตำแหน่งใหม่ให้กับเครือข่ายสหวิชาชีพฯ ด้วยความเป็นธรรม

2. ขอให้มีการเพิ่มการบรรจุบุคลากรที่เป็นพนักงานราชการ พนักงานกระทรวงสาธารณสุข ลูกจ้างชั่วคราว และลูกจ้างทุกประเภท 100% ในทุกวิชาชีพเหมือนกับสายหลัก

3. ขอให้ชี้แจงตำแหน่งที่จะบรรจุในปี พ.ศ. 2560 ของสหวิชาชีพฯ ให้ชัดเจน

4. ขอให้มีการเพิ่มอัตรากำลังการบรรจุนักวิชาชีพสาธารณสุขในส่วนภูมิภาค ให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

5. พิจารณาค่าตอบแทนทุกฉบับให้เหมาะสมแก่ลูกจ้างทุกประเภทที่ยังไม่ได้รับการบรรจุ

6. ขอให้ยกเลิกหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการจ่ายค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานให้กับหน่วยบริการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2544 (ฉบับที่ 10 ) พ.ศ. 2559 เนื่องจากซับซ้อนกับเงินเสี่ยงภัยของข้าราชการของกระทรวงในจังหวัดชายแดนภาคใต้

7. ขอให้ข้าราชการพลเรือนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลดความเหลื่อมล้ำสร้างความเป็นธรรมกับทุกวิชาชีพ

8.ขอให้ข้าราชการพลเรือนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาปรับปรุงตำแหน่งในสายงานที่มีการปรับหลักสูตรจากอนุปริญญาเป็นปริญญาตรี เช่น เจ้าพนักงานทันตสาธารณสุข เป็นนักวิชาการทันตสาธารณสุข, เจ้าพนักงานเภสัชกร เป็นนักวิชาการเภสัชกรรมชุมชน เป็นต้น

กดถูกใจแฟนเพจ Hfocus.org บน Facebook ติดตามข่าวสารระบบสุขภาพทุกความเคลื่อนไหว

ความคิดเห็นล่าสุด

แล้วไงค่ะ
17 ชั่วโมง 39 นาที ago
melonpung
19 ชั่วโมง 46 นาที ago

ข่าวล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

แล้วไงค่ะ
17 ชั่วโมง 39 นาที ago
melonpung
19 ชั่วโมง 46 นาที ago
กลับด้านบน