ญาติเหยื่อเมาแล้วขับดับ 5 ศพ จี้สอบอัยการปล่อยคดีสิ้นสุด ไม่ยื่นอุทธรณ์ ไม่แจ้งสิทธิ

Wed, 2017-11-29 18:19 -- hfocus
Print this pagePrint this page

ญาติเหยื่อเมาแล้วขับดับ 5 ศพ ร้องอัยการสูงสุด ตรวจสอบอัยการจังหวัดตรังไม่ยื่นอุทธรณ์ ปล่อยคดีสิ้นสุด โดยไม่ติดต่อแจ้งสิทธิญาติผู้ตาย ชี้กระบวนการยุติธรรมมีช่องว่าง ทำปัญหาเมาแล้วขับไม่ลด

เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 เวลา13.00 น. ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ กทม. นายสายัณห์ อินทรภักดิ์ นายกสมาคมควบคุมปัจจัยเสี่ยงภาคใต้ อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง นำนางกานต์รวี ซุ่นสั้น ภรรยาดาบตำรวจเหยื่อเมาแล้วขับ จังหวัดตรัง และตัวแทนครอบครัวเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่เสียชีวิต 5 ศพ และเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดตรัง เครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต และเครือข่ายนักกฎหมายเพื่อเด็กและเยาวชน กว่า 30 คน เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนถึง นายเข็มชัย ชุติวงศ์ อัยการสูงสุด เพื่อให้ตรวจสอบกรณีอัยการจังหวัดตรังที่รับผิดชอบคดีคนเมาแล้วขับ ชนตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ภัยเสียชีวิต 5 ศพ แต่ไม่แจ้งสิทธิให้ครอบครัวผู้เสียหายในการยื่นอุทธรณ์ ส่งผลให้คำพิพากษาสิ้นสุดลง จำคุก 4 ปี ปรับ 3,400 บ. พร้อมข้อเสนอเพื่อลดช่องว่างในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมของผู้เสียหายโดยเฉพาะที่เป็นชาวบ้าน ไม่มีความรู้ และเรียกร้องให้มีการยกระดับกระบวนการยุติธรรม กรณีเมาแล้วขับ ไม่ใช่แค่ประมาท ต้องเป็นเจตนาทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต

นายสายัณห์ กล่าวว่า อยากให้มีการตรวจสอบว่าเหตุใดอัยการจังหวัดตรังไม่อุธรณ์ และไม่มีการติดต่อหรือแจ้งให้ผู้เสียหายและญาติทราบ หรือมีส่วนรับรู้ความเป็นไปในคดี ทั้งที่เป็นคดีสะเทือนขวัญ มีคนตาย 5 ศพ ซึ่งสังคมให้ความสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะชาวตรังที่ถือให้ความสำคัญมาก แต่ผู้สูญเสียต้องมารับทราบตอนคดีหมดอายุความ ซึ่งมันไม่มีประโยชน์ เขาไม่ได้มีส่วนรับรู้ ร่วมตัดสินใจ ถือว่าเป็นประโยชน์ต่อผู้กระทำผิดหรือไม่

ทั้งนี้จากประสบการณ์ที่ได้ให้ความช่วยเหลือผู้ที่ขาดโอกาสให้ได้รับความเป็นธรรม ในคดีเมาแล้วขับ พบว่า มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากการพูดคุยกับผู้เสียหายเขาเกรงว่าคดีอาญาเมื่อผู้ทำผิดรับโทษน้อย จะส่งผลต่อคดีแพ่งตามมา จึงอยากฝากให้เคสนี้เป็นกรณีตัวอย่างกับสังคม

ทั้งนี้เครือข่ายได้แสดงจุดยืนและมีข้อเสนอถึงท่านอัยการสูงสุด ดังนี้

1. ขอทราบเหตุผลที่อัยการจังหวัดตรังไม่แจ้งสิทธิและผลคดีให้ผู้เสียหายทราบ ทั้งยังไม่ยื่นอุทธรณ์คดีต่อศาลสูงเพื่อพิจารณาคดี มิได้ประสานงานกับผู้เสียหายให้มีส่วนร่วมตามสิทธิอันพึงมี

2. กระบวนการยุติธรรมควรออกแบบวิธีการทำให้ผู้เสียหายได้เข้าถึงสิทธิอันพึงมีพึงได้ตามกฎหมาย ช่องทางการติดต่อทั้งในระดับพื้นที่และส่วนกลาง เพื่อให้ครอบครัวผู้เสียหายได้รับรู้และสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ในขั้นตอนต่างๆตามกฎหมาย โดยเฉพาะชาวบ้าน คนทั่วไปที่ไม่มีความรู้ เพื่อลดช่องว่างในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมของผู้เสียหาย

3. เครือข่ายฯเห็นว่าควรถึงเวลาแล้วที่จำเป็นต้องยกระดับกระบวนการยุติธรรมในปัญหาเมาแล้วขับ ให้เป็นเจตนาทำให้ผู้อื่นเสียชีวิตซึ่งย่อมเล็งเห็นผล มิใช่แค่ประมาท ซึ่งจะส่งผลต่อบทลงโทษที่หนักขึ้นแข็งแรงขึ้น มิเช่นนั้นแล้วจำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากคนเมาแล้วขับ มูลค่าความเสียหายต่างๆ จะไม่มีทางลดลงเลย เป้าหมายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนนจะไม่มีทางบรรลุได้เลย

และ 4. เครือข่ายฯ ขอให้กำลังใจผู้สูญเสียจากเหตุการณ์เมาแล้วขับทั่วประเทศ และขอให้กำลังใจทุกฝ่ายที่พยายามแก้ไขปัญหา และพร้อมร่วมสนับสนุนภารกิจเพื่อลดปัญหาเมาแล้วขับให้ลดลงอย่างเต็มที่

ด้านนางกานต์รวี ซุ่นสั้น ภรรยาดาบตำรวจเหยื่อเมาแล้วขับ จังหวัดตรัง กล่าวว่า เพราะเหตุใดผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ และญาติผู้เสียเสียชีวิตจึงไม่ได้รับการติดต่อ หรือมีส่วนร่วมอะไรเลยเกี่ยวกับคดีนี้ ผลที่ออกมาเราทำอะไรไม่ได้เลย เพราะคดีสิ้นสุดแล้ว หากกระบวนการยุติธรรมมีช่องว่าง เชื่อว่าปัญหาเมาแล้วขับไม่ลดลงอย่างแน่นอน กรณีนี้จะเกิดบนท้องถนนเพิ่มขึ้น อยากเรียกร้องความยุติธรรมให้สามี และผู้สูญเสียด้วยกัน เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานกับสังคม ขนาดคดีอาญายังมีโทษจำคุกแค่ 4 ปี ปรับไม่กี่พันบาท อีกไม่นานก็ขอลดโทษได้อีก ซึ่งผู้กระทำผิดรวมถึงญาติพี่น้องเขาก็ไม่ได้ติดต่อแม้แต่คำว่าขอโทษเสียใจยังไม่มี ไม่เคยมางานศพสามีและผู้ตายทุกคน ไม่เคยแสดงความรับผิดชอบอะไรทั้งสิ้น หากพ้นโทษใครจะรับรองว่าเขาจะไม่ทำอีก ทุกวันนี้มีน้องกู้ภัยอีกคนเป็นนักศึกษารามคำแหง ปี 2 ได้รับบาดเจ็บทางสมองและดามเหล็กระบบขับถ่ายมีปัญหา ต้องหยุดเรียน ยังไม่ได้รับการเยียวยาเท่าที่ควร

“ยังเสียขวัญ เวลาขับรถไปส่งลูกที่โรงเรียน เพราะจะผ่านถนนเส้นนั้นตลอด ภาพสามีถูกชนติดตาอยู่ทุกวัน คนเมาแล้วขับสร้างความเสียหาย ทำลายครอบครัวมานักต่อนัก หากมาตรการไม่จริงจังจะเกิดซ้ำ ทั้งนี้ตนและผู้เสียหายด้วยกันอยู่ระหว่างการรวบรวมเอกสารเพื่อยื่นฟ้องคดีแพ่งต่อไป และเร็วนี้เครือข่ายจะไปยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้มีการแก้ไขกฎหมายเพิ่มโทษคนเมาแล้วขับ ไม่ใช่แค่ฐานประมาทแต่คือเจตนาซึ่งย่อมเล็งเห็นผล มิเช่นนั้นแล้วปัญหาเมาแล้วขับซึ่งสร้างความสูญเสียมหาศาลต่อปีก็จะพายเรือวนในอ่าง ไปไม่ถึงไหน เป็นปัญหาซ้ำซากที่ต้องผ่าตัดใหญ่และยังเชื่อว่ารัฐบาลนี้จะทำได้” นางกานต์รวี กล่าว

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม