โรครุมเร้าคนเมือง “อ้วน เบาหวาน ความดัน ซึมเศร้า” ทั้งมีปัญหาเหลื่อมล้ำการเข้าถึงสิทธิสุขภาพ

คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติเห็นชอบ ร่าง ยุทธศาสตร์พัฒนาระบบบริการสุขภาพเขตเมือง พ.ศ.๒๕๖๑–๒๕๗๐ มุ่งเน้นบริการแบบปฐมภูมิที่เข้มแข็งให้เข้าถึงประชาชนทุกตรอกซอกซอย หลังพบโรคคนเมืองพุ่งพรวด ทั้งโรคอ้วน เบาหวาน ความดัน ซึมเศร้า และไม่สามารถเข้าถึงสิทธิอย่างเท่าเทียม ด้าน กขป. เขต ๑๓ (กทม.) นำร่องนโยบายหมอครอบครัวและเชื่อมสถานพยาบาลทุกระดับ ผนึกทุกเครือข่ายหวังเป็นที่พึ่งชุมชนทั้ง ๕๐ เขต

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ ๖/๒๕๖๑ เมื่อวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ ได้มีมติเห็นชอบ “ร่างยุทธศาสตร์ระบบบริการสุขภาพเขตเมือง พ.ศ.๒๕๖๑-๒๕๗๐” ที่มุ่งเน้นบริการสุขภาพแบบปฐมภูมิที่ทำงานโดยหลักเวชศาสตร์ครอบครัว ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ และครอบคลุมทุกกลุ่มคนอย่างมีประสิทธิภาพ หลังจากพบว่าแนวโน้มประชากรในเขตเมืองเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี โดยในปี ๒๕๕๙ มีอัตราส่วนผู้คนที่อาศัยในเขตเมืองถึงร้อยละ ๔๘.๔ ของประชากรทั้งประเทศ

ซึ่งสภาพสังคมเมืองที่แออัด มีค่าใช้จ่ายสูง วิถีชีวิตที่ต้องแข่งขันกับเวลา เผชิญกับมลภาวะทุกวัน บริโภคอาหารที่ไม่เหมาะสม ขาดการออกกำลังกาย ส่งผลอัตราป่วยของคนเมืองด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังมีมากขึ้น เช่น โรคอ้วน เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และปัญหาด้านสุขภาพจิต เช่น ภาวะซึมเศร้า นอกจากนี้ยังมีปัญหาสืบเนื่องจากสภาพเศรษฐกิจและสังคม เช่น ยาเสพติด ความรุนแรงทางสังคม และความไม่เท่าเทียมในการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพ เช่น แรงงานย้ายถิ่นจากชนบท แรงงานต่างด้าวในชุมชนเมืองทั่วประเทศด้วย

“ยุทธศาสตร์ระบบบริการสุขภาพเขตเมือง พ.ศ.๒๕๖๑-๒๕๗๐ จะเป็นแผนแม่บทที่บูรณาการทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ดำเนินการอยู่แล้ว ให้มาร่วมกันขับเคลื่อนโดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง เพื่อรับมือสถานการณ์โรคคนเมือง เน้นการสร้างนำซ่อม มีวิสัยทัศน์ เพื่อพัฒนาระบบบริการสุขภาพเขตเมืองที่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนในเขตเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยุทธศาสตร์นี้จะเสริมหนุนกับการทำงานของร่างพระราชบัญญัติการแพทย์ปฐมภูมิและบริการสาธารณสุข พ.ศ. .... ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๖๐ และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) ที่เป็นการทำงานร่วมกันของกระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข สปสช. และ สสส. ด้วย”

ร่างยุทธศาสตร์ฯ นี้จัดทำขึ้นตามมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้งที่ ๘ เรื่อง “ระบบสุขภาพเขตเมือง: การพัฒนาระบบบริการสุขภาพอย่างมีส่วนร่วม” โดยคณะกรรมการระดับชาติจัดทำแผนยุทธศาสตร์ระบบบริการสุขภาพเขตเมืองที่มีปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน มุ่งพัฒนาระบบบริการสุขภาพเขตเมืองที่หมายถึง เขตเทศบาลที่มีประชากรตั้งแต่ ๑๐,๐๐๐ คนขึ้นไปและพื้นที่มีลักษณะความเป็นเมือง มีประชากรอยู่กันหนาแน่น ประกอบด้วย ๖ ยุทธศาสตร์ย่อย ได้แก่

๑.พัฒนาระบบบริการสุขภาพเขตเมืองที่เน้นการให้บริการแบบเวชศาสตร์ครอบครัว ๒.พัฒนากำลังคนสุขภาพเขตเมือง มีการทำงานเป็นทีมและบริการด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์ ๓.การจัดการด้านการเงินการคลัง ๔.การพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศ ๕.การวิจัยและพัฒนาเพื่อสนับสนุนระบบบริการเขตเมืองที่มีคุณภาพ และ ๖.การอภิบาลระบบบริการแบบมีส่วนร่วม

พล.อ.ฉัตรชัย ได้ยกตัวอย่างการดำเนินงานของ คณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน (กขป.) เขตพื้นที่ ๑๓ กรุงเทพมหานคร ที่ได้รายงานผลการดำเนินงานในที่ประชุมครั้งนี้ด้วยว่า เป็นตัวอย่างของการทำงานที่มุ่งพัฒนาระบบบริการสุขภาพเขตเมืองที่เป็นรูปธรรม โดย กขป. เขตพื้นที่ ๑๓ ได้กำหนดเป้าหมายพัฒนาระบบเครือข่ายการให้บริการในพื้นที่ โดยให้ “ศูนย์บริการสาธารณสุข” ทำหน้าที่เป็นหน่วยจัดการระดับพื้นที่หรือ Area Manager ทำหน้าที่เชื่อมโยง ส่งต่อ และติดตาม บนความร่วมมือของหน่วยบริการสุขภาพอื่นๆ เพื่อลดอัตราการเจ็บป่วย พิการ และเสียชีวิต มีทีมหมอครอบครัว การส่งเสริมสุขภาพ การคุ้มครองผู้บริโภค รวมทั้งยกระดับการเข้าถึงสิทธิรักษาพยาบาลให้ครอบคลุมทุกคน ดูแลส่งต่อผู้ป่วยให้ต่อเนื่องตั้งแต่ระดับปฐมภูมิจนถึงระดับตติยภูมิ เชื่อมโยงจากโรงพยาบาลสู่ชุมชน ให้ผู้ป่วยสามารถดูแลรักษาตนเองที่บ้านได้จนมีสุขภาพดี

ขณะนี้ได้เริ่มดำเนินงานในพื้นที่ทดลองแล้ว ๔ เขต ได้แก่ เขตลาดพร้าว เขตดอนเมือง เขตจอมทอง และเขตบางกอกน้อย และจะสรุปบทเรียนก่อนขยายให้ครอบคลุมทั้ง ๕๐ เขต พร้อมร่วมกับหน่วยร่วมบริการอื่นๆ เช่น คลินิกเวชกรรม คลินิกทันตกรรม สถานบริการสร้างเสริมสุขภาพ ร้านยาคุณภาพ คลินิกกายภาพบำบัด ซึ่งมีข้อมูลว่าปัจจุบัน กทม. มีโรงพยาบาลทั้งหมด ๑๔๒ แห่ง ระบบบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิโดยศูนย์บริการสาธารณสุขและสาขา ๑๒๘ แห่ง คลินิกเอกชนกว่า ๔,๔๐๐ แห่ง ร้านขายยา ๕,๐๐๐ แห่ง และมีอาสาสมัครสาธารณสุขกว่า ๑๐,๐๐๐ คนกระจายอยู่ทั้ง ๕๐ เขต

หลังจากคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติได้เห็นชอบยุทธศาสตร์ฯแล้ว ได้มอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาตินำข้อเสนอแนะของกรรมการฯ ไปปรับปรุงในรายละเอียด และมอบหมายกระทรวงสาธารณสุขจัดตั้งและสนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ระบบบริการสุขภาพเขตเมืองระดับชาติให้จัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ฯ ที่ระบุแนวทางการขับเคลื่อนและผู้รับผิดชอบ การติดตามผลแต่ละยุทธศาสตร์อย่างชัดเจน พร้อมทั้งแจ้งยุทธศาสตร์ระบบบริการสุขภาพเขตเมือง พ.ศ.๒๕๖๑-๒๕๗๐ ให้หน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้องรับทราบและพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

Comments

มท.ต้องเป็นเจ้าภาพ • 2018-11-17, 07:17
QUOTE: "............มุ่งพัฒนาระบบบริการสุขภาพเขตเมืองที่หมายถึง "เขตเทศบาล"ที่มีประชากรตั้งแต่ ๑๐,๐๐๐ คนขึ้นไปและพื้นที่มีลักษณะความเป็นเมือง มีประชากรอยู่กันหนาแน่น..............." "............หลังจากคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติได้เห็นชอบยุทธศาสตร์ฯแล้ว ได้มอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาตินำข้อเสนอแนะของกรรมการฯ ไปปรับปรุงในรายละเอียด และมอบหมาย**กระทรวงสาธารณสุข**จัดตั้งและสนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ระบบบริการสุขภาพเขตเมืองระดับชาติให้จัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ฯ ที่ระบุแนวทางการขับเคลื่อนและผู้รับผิดชอบ การติดตามผลแต่ละยุทธศาสตร์อย่างชัดเจน พร้อมทั้งแจ้งยุทธศาสตร์ระบบบริการสุขภาพเขตเมือง พ.ศ.๒๕๖๑-๒๕๗๐ ให้หน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้องรับทราบและพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป" ......................................................................................................................................................................... ยุทธศาสตร์นี้เน้นเฉพาะพื้นที่"เขตเทศบาล" ก็ต้องให้กระทรวงมหาดไทยเขารับผิดชอบครับท่าน เพราะหากให้กระทรวงสาธารณสุขรับผิดชอบผมมองประสบความสำเร็จยาก
ตัวอย่างให้เรียนรู้ • 2018-11-17, 09:05
"โรงพยาบาลเทศบาลนครนครศรีธรรมราช จัดทำโครงการ 30,000 เตียง".................ผศ.เชาวน์วัศ เสนพงศ์ นายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่าโครงการ โรงพยาบาล 30,000 เตียง เป็นโครงการหนึ่งที่โรงพยาบาลเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ได้เปิดดำเนินการให้บริการแก่ประชาชนในเขตเทศบาล โดยมีเป้าหมายหลักคือ การให้การดูแลรักษาประชาชนที่ป่วยเรื้อรัง เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน อัมพฤกษ์ อัมพาต โรคชรา ผู้ป่วยจิตเวช และอื่นๆ ที่ไม่สะดวกในการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาล ทั้งในเรื่องของการเดินทาง ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ปัญหาผู้ดูแล รวมถึงปัญหาอื่นๆที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังให้บริการด้านการส่งเสริมสุขภาพ การควบคุมป้องกันโรค และการฟื้นฟูสภาพอีกด้วย ซึ่งโครงการโรงพยาบาล 30,000 เตียง จะให้บริการโดยยึดเอาบ้านเรือนในเขตเทศบาลซึ่งมีอยู่จำนวน 30,000 กว่าครัวเรือน เป็นเตียงผู้ป่วย ซึ่งเป็นบริการเชิงรุก เพื่ออำนวยความสะดวก ลดค่าใช้จ่ายและให้บริการที่ครอบคลุมทั่วถึง โดยเปิดบริการวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.00 น. – 16.00 น. นักกายภาพออกเยี่ยมร่วมกับทีมพยาบาล ทุกวันจันทร์-วันอังคาร เวลา 08.00 น. – 12.00 น.ให้บริการคลินิกพิเศษโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ร่วมทีมแพทย์ พยาบาลและเภสัชกร วันจันทร์-วันพุธ เวลา 13.00 น. – 16.00 น. ให้บริการออกเยี่ยมบ้าน สมาชิก 30,000 เตียง และผู้ป่วยส่งต่อจากโรงพยาบาลเทศบาลนครนครศรีธรรมราช โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช และโรงพยาบาลอื่นๆ จะให้บริการทำหัตการที่บ้าน เช่น เจาะเลือด ฉีดยา ทำแผล เปลี่ยนสาย NG tube เปลี่ยนสาย Foley s catheter ให้ความรู้แก่ผู้ป่วย ญาติ และผู้ดูแลผู้ป่วย เรื่องโรค การรักษาอย่างต่อเนื่อง การปฏิบัติตัว การดูแลผู้ป่วยที่บ้าน และการป้องกันภาวะแทรกซ้อน ร่วมกับทีมสหวิชาชีพ ให้บริการยืมอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นต่อการดูแลรักษา เช่น เตียงผู้ป่วย ที่นอนลม รถเข็น ชนิดนั่ง ไม้เท้าสี่ขา ถังออกซิเจน สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 075-356014 , 075-344789 http://www.nakhoncity.org/news_ad5/show_detail.php?sId=417

ความคิดเห็นล่าสุด

...
harry williams
2 วัน 2 ชั่วโมง ago

ข่าวล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

...
harry williams
2 วัน 2 ชั่วโมง ago
กลับด้านบน