ร้อง สธ.ห้ามนำตำแหน่งว่างไปบรรจุสายงานอื่น พร้อมขอคืนตำแหน่งว่างให้สายงานเดิม

Mon, 2019-04-01 12:56 -- hfocus
Print this pagePrint this page

เครือข่ายบุคลากรกระทรวงสาธารณสุขเรียกร้องการปฏิรูปฯที่เป็นธรรม ออกแถลงการณ์ฉบับ 3 เนื่องในวันข้าราชการพลเรือนไทย เสนอ 5 แนวทางแก้ปัญหากำลังคนสุขภาพ สธ. เช่น ห้ามยุบเลิกบรรจุข้าราชการสายงานสนับสนุนและสายงานรองทุกสายงาน ไม่นำตำแหน่งว่างของ จพ.เภสัช, จพ.สธ., นวก.สธ.ไปปรับบรรจุในตำแหน่งเภสัชกรหรือสายงานอื่นๆ อีกต่อไป พร้อมคืนตำแหน่งว่างที่เคยนำไปปรับไปให้สายงานอื่นๆ ปีละหลายร้อยตำแหน่งในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาให้สายงานเดิม

เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2562 เครือข่ายบุคลากรกระทรวงสาธารณสุข เรียกร้องการปฏิรูปฯที่เป็นธรรม ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 3 เนื่องในวันที่ 1 เมษายน 2562 เป็นวันข้าราชการพลเรือนไทย เสนอ 5 แนวทางการแก้ปัญหากำลังคนสุขภาพกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้มีความเป็นธรรม สร้างแรงจูงใจในการทำงานของบุคลากรทุกวิชาชีพทุกสายงานในกระทรวงสาธารณสุข ดังนี้

1.กรณีการเลือกปฏิบัติในการบรรจุข้าราชการ และความไม่เป็นธรรมในการบริหารจัดการตำแหน่งว่าง ควรมีมาตรการ

1.1 ห้ามมีการยุบเลิกการบรรจุข้าราชการของสายงานสนับสนุนและสายงานรองทุกสายงาน และพิจารณาจัดสรรตำแหน่งว่างที่เหลืออีก 10,830 ตำแหน่ง มาใช้ในการบรรจุ ปรับตำแหน่ง แต่ละสายงาน แต่ละวิชาชีพในสำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข อย่างเป็นธรรม

1.2 ห้ามมิให้กระทรวงสาธารณสุขนำตำแหน่งว่างของเจ้าพนักงานเภสัชกรรม เจ้าพนักงานสาธารณสุข นักวิชาการสาธารณสุข นำไปปรับตำแหน่งในตำแหน่งเภสัชกร หรือสายงานอื่นๆอีกต่อไป เว้นแต่นำมาบรรจุ ปรับตำแหน่งในสายงานตนเองเท่านั้น

1.3 ควรมีการคืนตำแหน่งว่าง ที่เคยนำไปปรับไปให้สายงานอื่นๆ ปีละหลายร้อยตำแหน่งในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาให้สายงานเดิม เพื่อนำมาใช้ในกรณี

-การบรรจุผู้ที่รอบรรจุมานานนับสิบปีในแต่ละสายงาน

-การเรียกบรรจุผู้ที่สอบขึ้นบัญชี (ว.80)สำนักปลัดกระทรวง อีกสามร้อยกว่าตำแหน่งในทุกเขต ก่อนจะหมดบัญชีในเดือนกันยายน 2562 รวมถึงเรียกบรรจุผู้ที่สอบขึ้นบัญชี (ว.80) ในกรมกองต่างๆด้วย

-การปรับตำแหน่งตามหลักเกณฑ์ ว.16 ชายแดนใต้ ควรดำเนินการตามหลักเกณฑ์อย่างต่อเนื่องทุกปี ควรดำเนินการปรับตำแหน่งให้ได้ ปีละ 2 ครั้ง (ตามมติคณะทำงาน ว.16)โดยในปี 2562 ยังไม่มีความคืบหน้าในการปรับตำแหน่งแม้สักครั้งเดีย

1.4 ห้ามมีการเลือกปฏิบัติในการบรรจุข้าราชการ

ขอให้รัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขดำเนินการบรรจุข้าราชการทุกวิชาชีพทุกสายงานอย่างเป็นธรรมทุกๆปี ในกลุ่มที่เป็นลูกจ้าง พนักงานราชการ พนักงานกระทรวงสาธารณสุข โดยเฉพาะคนที่ทำงานมานานเกิน 5-10 ปี และจัดสรรบุคลากรให้ครอบคลุมทุกหน่วยงานในส่วนภูมิภาค (รพ.สต. รพศ. รพท. รพช. สสอ.และ สสจ) ให้มีอัตรากำลังครบถ้วนตามโครงสร้างใหม่ (อย่าเลือกปฏิบัติบรรจุแค่บางสายงาน ซึ่งไม่ได้มีปัญหาความขาดแคลนแต่มีปัญหาการกระจายตัว กระจุกในตัวเมือง และไหลออกไปเอกชนต่างหาก)

2.ประเด็นปัญหาความเป็นธรรมในเรื่องเงินเดือน ค่าจ้าง และค่าตอบแทน

2.1 กรณีการเรียกเงินเดือนเกินสิทธิ์คืน ห้ามมิให้หน่วยงานมีการเรียกคืนเงินเดือนเกินสิทธิ์ในระยะเวลาจำกัด และให้กระทรวงสาธารณสุขควร

ชี้แจงมาตรการที่ได้หารือกับกระทรวงการคลังกรณีการเรียกเงินเดือนเกินสิทธิ์คืนให้ชัดเจนว่าผลออกมาเป็นอย่างไร พร้อมทั้งสั่งการให้ทุกจังหวัดดำเนินการตามมาตรการดังดังกล่าว และดูแลขวัญกำลังใจบุคลากรที่ต้องคืนเงิน ที่มาจากการทำงานไม่รอบคอบของผู้เกี่ยวข้องด้วย

2.2 กรณีการเรียกคืนเงินค่าตอบแทน ห้ามมิให้มีการเรียกคืนค่าตอบแทนฉบับ 11 หากมีคุณสมบัติครบตามหลักเกณฑ์ กรณีที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เข้าตรวจ แล้วตีความการจ่ายค่าตอบแทนไม่เป็นคุณ ทั้งนี้ให้กระทรวงสาธารณสุขชี้แจงระเบียบหลักเกณฑ์ของค่าตอบแทนให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเข้าใจ และตีความระเบียบให้ถูกต้องตามเจตนารมณ์ของการจ่ายค่าตอบแทนฉบับดังกล่าวด้วย

2.3 กรณีจ้างลูกจ้างในอัตราต่ำกว่ากฎหมายแรงงาน (เฉลี่ย 4,500-6,000 บาท) ห้ามมิให้หน่วยงานในหน่วยงานสาธารณสุขทุกระดับจ้างลูกจ้างในอัตราต่ำกว่ากฎหมายแรงงาน ซึ่งถือว่าส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของลูกจ้างในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ขอให้รัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขสนับสนุนงบประมาณแก่หน่วยงานในกระทรวงสาธารณสุข ให้สามารถจ้างในอัตราไม่น้อยกว่าขั้นต่ำของกฎหมายแรงงาน และควรมีการดูแลสิทธิ สวัสดิการ ลูกจ้าง พนักงานกระทรวงพนักงานราชการด้วย

3.กรณีความเหลื่อมล้ำค่าตอบแทนของกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่10 ชายแดนใต้ ให้รัฐบาล และกระทรวงสาธารณสุขประกาศยกเลิกค่าตอบแทน ฉบับ10 ชายแดนใต้ทันที เนื่องจากมีความซ้ำซ้อน ไม่เป็นธรรม ใช้งบประมาณเงินบำรุงที่ทุกวิชาชีพช่วยกันทำงาน แต่เบิกจ่ายได้แค่ 4 วิชาชีพ แล้วนำมาเพิ่มในเงินเสี่ยงภัยหรือค่าตอบแทนสำหรับผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่พิเศษ(สปพ)ให้ไม่น้อยกว่าข้าราชการอื่นแทน(3,500-5,000 บาท) รวมทั้งควรปรับปรุงระเบียบเพิ่มในค่าเสี่ยงภัยชายแดนใต้ให้ครอบคลุมในกลุ่มลูกจ้างประเภทต่างๆ ด้วย(1,000-2,000 บาท) จะเหมาะสมกว่า

4.กรณีความเหลื่อมล้ำค่าตอบแทนของกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 11 และ 12 ให้กระทรวงสาธารณสุขยกร่างหลักเกณฑ์ค่าตอบแทนฉบับที่ 11 และ 12 ขึ้นมาใหม่ ให้ชัดเจน เป็นธรรม อธิบายได้ ไม่ต้องตีความมาก ไม่เหลื่อมล้ำสูงมากอย่างในปัจจุบัน เพราะบางสายงาน ได้ 0 บาทในขณะที่บางวิชาชีพ ได้ค่าตอบแทนสูงถึง 60,000 บาทต่อเดือน ทั้งนี้หลักเกณฑ์ใหม่ทียกร่าง ควรพิจารณาให้ครอบคลุมทุกสายงาน(รวม back office) ทุกวิชาชีพ (รวมเวชสถิติ และโสตทัศนศึกษา : เวชสาธิต) ทุกหน่วยงานในกระทรวงสาธารณสุข (รวม สสอ. สสจ.)

นอกจากนี้หากยกเลิกค่าตอบแทนฉบับ 10 และยกร่างหลักเกณฑ์ค่าตอบแทนฉบับที่11และ 12 ขึ้นมาใหม่แล้ว ควรหันมาปรับเพิ่มค่าตอบแทนในส่วนค่าเวร ค่าหัตถการ ค่า พตส.ต่างๆ ให้ครอบคลุมเหมาะสมแทน เพราะเป็นค่าตอบแทนจากภาระงานจริงๆ ซึ่งอธิบายได้ง่ายกว่า ค่าตอบแทนฉบับ 10-11-12

5.กรณีความเหลื่อมล้ำเงินเดือนและอายุราชการ ขอให้รัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุข มีการพิจารณาเยียวยากรณีความเหลื่อมล้ำเงินเดือนและอายุราชการ ของทุกกลุ่มที่ถูกลดเงินเดือน หรืออายุราชการหายให้รอบด้าน และดำเนินการเยียวยาให้เสร็จสิ้นภายในปีงบประมาณ 2562 และถึงแม้การเรียกร้องของทุกชมรมองค์กรต่างๆในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จะไม่มีความคืบหน้า เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารกระทรวงหลายครั้ง แต่ก็เป็นบทบาทของงานบุคลากร งานอัตรากำลัง กองกฎหมาย และกองนโยบายและแผน ของกระทรวงสาธารณสุข ที่ควรจะมีความพร้อมในการนำทุกข้อเสนอ ทุกข้อร้องเรียนในหลายปีที่ผ่านมาให้ผู้บริหารทุกท่านทราบเพื่อแก้ไขปัญหาต่อไป เพื่อเป็นการดูแลบุคลากรสาธารณสุขทุกระดับ เพื่อให้เป็นขวัญกำลังใจในการทำงานและดำรงชีวิตอย่างเหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน

ทั้งนี้การลดความเหลื่อมล้ำ มิได้หมายถึงการเรียกร้องให้ทุกวิชาชีพ ทุกสายงาน ให้ได้รับสิทธิ์ที่เท่ากัน แต่คือการให้สิทธิ์ในอัตราและสัดส่วนที่ลดหลั่นกันอย่างเหมาะสม อธิบายได้ จูงใจบุคลากรทุกคน

และเนื่องในวันที่ 1 เมษายน 2562 เป็นวันข้าราชการพลเรือนไทย จึงอยากให้บุคลากรในกระทรวงสาธารณสุขที่เป็นข้าราชการ และอยากเป็นข้าราชการ ได้รับการบรรจุเป็นของขวัญ และทุกวิชาชีพ ทุกสายงาน ได้รับความเป็นธรรมตามที่เสนอ เพื่อส่งเสริมความรัก ความปรองดอง ร่วมกันทำงานแบบสหสาขาวิชาชีพ เปรียบเสมือนคนในครอบครัวเดียวกันต่อไป

ทั้งนี้ เครือข่ายบุคลากรกระทรวงสาธารณสุข เรียกร้องการปฏิรูปฯที่เป็นธรรม ก่อตั้งขึ้นมาเนื่องจากต้องการดูแลพิทักษ์สิทธิ ความก้าวหน้า ค่าตอบแทน ให้มีความเป็นธรรมต่อทุกวิชาชีพทุกสายงานในกระทรวงสาธารณสุข และเห็นพ้องต้องกันว่า ควรมีการลดความเหลื่อมล้ำ และลดชนชั้นภายในกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม และมีความคาดหวังให้ทุกข้อเสนอที่ทุกองค์กรเคยแยกกันยื่นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จะถูกนำมายื่นติดตาม ให้กระทรวงสาธารณสุขพิจารณาและแก้ไขปัยหาได้อย่างทันท่วงที โดยในปัจจุบัน เครือข่ายฯ ประกอบด้วย๒๒ องค์กร ดังนี้

1.สหภาพพยาบาลแห่งประเทศไทย

2.ชมรมนักวิชาการสาธารณสุข(ประเทศไทย)

3.สมาพันธ์บุคลากรสาธารณสุขชายแดนใต้

4.สหพันธ์แบคออฟฟิศกระทรวงสาธารณสุข

5.ชมรมว.16 ชายแดนใต้ตอบแทนคุณแผ่นดิน

6.ชมรมนักสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ รพศ./รพท./รพช.

7.ชมรมทันตาภิบาล 77 จังหวัด

8.ชมรมลูกจ้างแพทย์แผนไทย(ประเทศไทย)

9.ชมรม ผอ.รพ.สต.ชำนาญงาน (แห่งประเทศไทย)

10.ชมรมแลป-รังสีสามัคคี เพื่อความเป็นธรรม

11.สหภาพลูกจ้างของรัฐแห่งประเทศไทย (ภาคเหนือเขต 1)

12.ชมรมกายภาพบำบัดชุมชน

13.ชมรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แห่งประเทศไทย

14.ชมรมเจ้าพนักงานเภสัชกรรมแห่งประเทศไทย

15.สมาคมเวชสถิติแห่งประเทศไทย

16.ชมรมนายช่างสาธารณสุข

17.ชมรมโสตทัศนศึกษาทางการแพทย์(เวชสาธิต)

18.เครือข่ายพยาบาลอนามัย

19.เครือข่ายสหวิชาชีพสาธารณสุขชายขอบต้องการบรรจุ

20.ชมรมพนักงานราชการ กระทรวงสาธารณสุข

21.ชมรมลูกจ้างและพนักงานกระทรวงสาธารณสุข

22.ชมรมสุขศึกษาและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ รพศ. รพท.

โดยเครือข่ายบุคลากรกระทรวงสาธารณสุข เรียกร้องการปฏิรูปฯที่เป็นธรรม ได้ระบุว่า สมาชิกของเครือข่ายฯ จากทุกองค์กร ถือว่าเป็นกลุ่ม “มดงานกระทรวงสาธารณสุข" ในการดำเนินการตามตัวชี้วัดและนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขตลอดมา และเป็นฟันเฟืองในการให้บริการดูแลสุขภาพประชาชนในพื้นที่อย่างเข้มแข็ง เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายของกระทรวงสาธารณสุขที่ว่า “ประชาชนสุขภาพดี เจ้าหน้าที่มีความสุข ระบบสุขภาพยั่งยืน”

แต่จากการที่กระทรวงสาธารณสุขมีบุคลากรจากจาก 8 วิชาชีพ 20 กว่าสายงาน จึงพบว่ายังมีปัญหาในเรื่องการดูแลสิทธิ ขวัญกำลังใจ ความก้าวหน้า ค่าตอบแทนต่างๆ ให้ครอบคลุมทุกวิชาชีพ และทุกสายงาน เช่น การเลือกปฏิบัติในการบรรจุข้าราชการ ความไม่เป็นธรรมในการบริหารจัดการตำแหน่งว่าง และความเหลื่อมล้ำในเรื่องเงินเดือน ค่าจ้าง และค่าตอบแทน

ขอบคุณภาพจากเพจ เครือข่ายบุคลากร ก.สธ. เรียกร้องการปฏิรูปฯ ที่เป็นธรรม

Comments

Submitted by ก้องเกียรติ ผาบชมพู on
ทุกตำแหน่งงานมีคุณค่า พนักงานเปล พนักงานครัว แม่บ้าน พนักงานคีย์ ผู้ช่วยเหลือคนไข้ คนงานทุกตำแหน่ง ดูแลเขาทั่วถึงด้วย

Submitted by srpsspvc on
ทำงาน AN มา 2 ปี เงินเดือนมาแจงต่อวัน ยังได้น้อยกว่าค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทเลย

Submitted by S_ti on
ตำแหน่งเล็กๆของพนักงานกระทรวงสาธารณสุข ผมภูมิใจและดูตัวเองมีคุณค่า..แต่ค่าคลองชีวีตในการดำรงค์ชีวิตแสนจะน้อยไม่พอในแต่ละวันวุฒิ ม.3ได้เงินเดือน7,590 ใครจะใช้พอเหรอครับ แถมสวัสดิการที่ได้รับผมอยุ่โรงพยาบาลศูนย์ใช้สิทธิ์ประกันสังคมก็จำกัดน่าเวทนา ไม่มีสวัสดิการอะไรที่ทำให้ผมอยากไปต่อเลยครับ ผมต้องทนอย่างทรมานในการใช้ชีวิตกับเงินเดือนเท่านี้ ผมไม่ขอมากถ้าเริ่ม9,000บาท ก็ยังดีครับการดำรงชีวิตน่าจะดีขึ้น งานดูมีเกียรติแต่ท้องไม่มีกินผมว่าไม่ไหว..ทุกคนที่อยุ่ก็ต้องทนเพราะงานใกล้บ้าน กรุณาช่วยพวกเราด้วยเราก็ถือว่าเป็นส่วนประกอบชิ้นนึงของกระทรวงนะครับ

Add new comment