'อนุทิน' ยกหลักประกันสุขภาพไทยอันดับที่ 1 ของโลก เน้นย้ำงานด้าน 'การป้องกัน'

Mon, 2019-10-21 16:20 -- hfocus
Print this pagePrint this page

"อนุทิน" ปาฐกถางานประชุม สปสช. ยกหลักประกันสุขภาพไทยอันดับ 1 ของโลก ระบุต้องเปลี่ยนความคิดคน ส่งเสริมงานด้านป้องกันสุขภาพ-ลดป่วย ชี้คอมเมนต์บ่น-ตำหนิถือเป็นวิตามิน ให้ไอเดียการทำงาน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข (สธ.) ปาฐกถาพิเศษ “หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า กับทิศทางในอนาคต” ในการประชุมชี้แจงหลักเกณฑ์การดำเนินงานและการบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2563 จัดโดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เมื่อวันที่ 21 ต.ค. 2562 ตอนหนึ่งว่า ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการจัดอันดับระบบสุขภาพดีที่ไทยอยู่อันดับ 6 ของโลก เพราะถ้าตนประเมินนั้นให้อันดับที่ 1

"วันนี้ผู้นำประเทศ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีความรู้สึกเหมือนผม ไปไหนก็อยากคุยว่าระบบการให้บริการสาธารณสุข โดยเฉพาะ Universal Health Coverage ของเราไม่อายใครในโลก เราได้อันดับที่ 6 เพราะอาจมีตัวชี้วัดอื่นๆ ทางทฤษฎี แต่สำหรับไทยแค่ความตั้งใจชาวสาธารณสุขที่ให้ประชาชน ผ่านความยากลำบาก ใช้สติปัญญาและพลังที่มีอยู่ให้การดูแลประชาชนทั่วประเทศ ความดันทุรังของเราถือเป็นที่ 1 ของโลก ทิ้งที่ 2 ไปเยอะมาก" นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวว่า อยากให้ทุกคนมีความมั่นใจ เพราะสายตาคนนอกที่มองเห็นความทุ่มเทนั้นหลายประเทศยังสู้ไม่ได้ ซึ่งผลของการทำ ทำให้วันนี้ระบบหลักประกันสุขภาพของไทยครอบคลุมทุกโรค กระทั่งล่าสุดก็ยังครอบคลุมโรคหายาก แม้มีค่าใช้จ่ายมหาศาล จึงอยากให้คำยืนยันว่าอะไรก็ตามที่ทำให้สุขภาพพลานามัยของคนไทยดี มีอายุขัยเฉลี่ย มีความเป็นอยู่ที่ดี เท่าไรเท่ากันไม่มีอั้น แต่ก็ต้องเป็นการใช้ที่อธิบายชี้แจงได้

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า สิ่งที่จะต้องเปลี่ยนคือความเชื่อของคนไทยว่าจะป่วยเมื่อไรก็ได้ เดี๋ยวมีหมอ มีรัฐให้การรักษาฟรี ไม่ต้องดูแลตัวเอง แต่ต้องสร้างความเข้าใจด้านสุขภาพ การป้องกัน (prevention) ไม่เช่นนั้นแทนที่งบประมาณจะถูกใช้จ่ายเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพ คุณภาพชีวิตของประชาชน กลับต้องไปจ่ายเพื่อการรักษาให้เขากลับเข้ามาหาอีก ใช้เท่าไรก็กลับมาเหมือนเดิม ดังนั้นงาน prevention ต้องนำหน้าความเจ็บป่วย (illness)

"กว่า 20 ปีที่เราเพียรทำ จะต้องได้ผลตอบแทนแล้วจากเงินที่ลงทุนไปมากมาย คนไทยจะต้องมีสุขภาพดีอย่างถ้วนหน้าเสียที ต้องไม่ป่วยง่าย ต้องใส่ใจสุขภาพ ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ได้ยากอะไรเลย ไม่ต้องคิดซับซ้อน เพียงการออกกำลังกายสม่ำเสมอ รับประทานอาหารถูกวิธี พักผ่อนเพียงพอ ไม่ยากเกินไปสำหรับมนุษย์ที่จะทำ แต่เราจะทำอย่างไรให้เกิดความเชื่ออย่างนั้น แทนที่จะเอาเงินไปรักษามาเพิ่มความรู้ให้คนไทยเพิ่มมากขึ้น" นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน ยังกล่าวอีกว่า ทั้งนี้มีเครือข่ายการทำงานมากมาย เฉพาะใน สธ. กระทรวงเดียวยังมีองค์กรอิสระ สปสช. สสส. สช. อีกไม่รู้ตั้งกี่ ส. ซึ่งเครือข่ายเหล่านี้อย่าตั้งขึ้นมาเพื่อกินเบี้ยประชุมอย่างเดียวเท่านั้น แต่ตั้งขึ้นมาแล้วจะบริหารจัดการงบประมาณให้เกิดประโยชน์ที่สุดได้ ต้องดูทำให้กระสุนที่ยิงออกไปเข้าเป้า ไม่ใช่ยิงลูกปรายโดนบ้างไม่โดนบ้าง เวลาประชุมแต่ละครั้งได้เอกสาร ตำรับตำรามามากมายที่หนาไม่น่าอ่าน จะทำอย่างไรให้มันสั้น กระชับ และคนเข้าใจ

"เรื่องการใช้งบประมาณที่เราต้องหมุนเงินให้เป็น จะไปเพิ่มค่าตอบแทนให้ อสม. ก็ได้ แต่ อสม. ต้องคืนอะไรให้คุ้มค่าตอบแทนนั้น เช่น ต้องทำให้เงินที่จะมาใช้ในสิทธิบัตรทองลดลง ต้องคัดกรองคนไข้ให้เรา พวกปวดหัวตัวร้อนไม่ต้องมาโรงพยาบาล เป็นต้น หรือโครงการรับยาใกล้บ้าน ทำให้ความแออัดน้อยลงก็มีส่วนประหยัดได้มากขึ้น เหมือนในวงการธุรกิจคือหมุนเงินให้ถูก ประหยัดตรงนั้น ไปจ่ายตรงนี้ เพื่อให้เกิดกำไรอีกที่ ก็จะเป็นบวกในทุกด้าน" นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวว่า ในส่วนของเสียงลือ คำบ่น คำตำหนิต่างๆ ให้ถือว่าเป็นวิตามิน เป็นอาหารเสริมที่ต้องอ่าน เช่นเดียวกับตนที่นั่งอ่านความคิดเห็น คำตำหนิต่างๆ ที่คนส่งเข้ามา เพราะสิ่งเหล่านี้ตนถือว่าเป็นตักศิลา เป็นความรู้ใหม่ๆ ที่ไม่มีค่าใช้จ่าย และทำให้ได้ไอเดียใหม่ๆ ในการทำงาน

Add new comment