ไม่หนุนผ่าคลอด ชี้มีความเสี่ยง ควรทำเฉพาะมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์

Sat, 2019-11-23 14:10 -- hfocus
Print this pagePrint this page

"นพ.โอฬาริก" สูตินรีแพทย์ ไม่สนับสนุนการผ่าคลอด ชี้การผ่าคลอดควรทำเฉพาะกรณีมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์เท่านั้น เหตุผ่าคลอดมีความเสี่ยง แต่ไทยกลับมีอัตราการผ่าคลอดสูงกว่าเกณฑ์องค์การอนามัยโลก

นพ.โอฬาริก มุสิกวงศ์ ประธานอนุกรรมการการศึกษา ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย และสูตินรีแพทย์ กลุ่มงานสูตินรีเวชกรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า ราชวิทยาลัยฯ ไม่เห็นด้วยกับการผ่าตัดตามฤกษ์ยาม เพราะการผ่าตัดคลอด ควรทำเฉพาะในกรณีที่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์เท่านั้น คือ เมื่อทารกไม่สามารถคลอดทางช่องคลอดได้อย่างปลอดภัย หรือเมื่อมารดามีภาวะแทรกซ้อนขั้นรุนแรง จนไม่สามารถดำเนินการตั้งครรภ์ต่อไปได้ ซึ่งตรงนี้ทางราชวิทยาลัยฯ เคยประกาศจุดยืนเกี่ยวกับการผ่าตัดคลอด เมื่อช่วงเดือนสิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา ชัดเจนว่า การผ่าตัดคลอดโดยไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ เป็นการกระทำที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานการประกอบวิชาชีพเวชกรรม

นพ.โอฬาริก กล่าวว่า สาเหตุที่ไม่สนับสนุนการผ่าคลอดโดยไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ เนื่องจากการผ่าคลอดมีความเสี่ยงทั้งระยะสั้น และระยะยาว โดยระยะสั้น เสี่ยงเสียเลือดมาก อวัยวะข้างเคียงอาจบาดเจ็บ ทั้งลำไส้ กระเพาะอาหาร และยังเสี่ยงแผลติดเชื้อ รวมไปถึงความเสี่ยงจากการดมยา ส่วนความเสี่ยงระยะยาว อาจทำให้มดลูกแตกในท้องได้ หรืออัตรารกเกาะติดฝังตัวก็มีสูง และอาจมีความเสี่ยงต้องตัดมดลูก รวมไปถึงเสี่ยงรกฝังตัวจนทะลุกระเพาะปัสสาวะ

“แม้การผ่าคลอดจะมีความเสี่ยงอยู่มาก แต่ที่ผ่านมากลับพบตัวเลขการผ่าคลอดสูงถึงร้อยละ 50 ขณะที่องค์การอนามัยโลกแนะนำว่า การผ่าตัดคลอดไม่ควรเกิดค่าเฉลี่ยร้อยละ 25-30 ดังนั้น จึงมีการรณรงค์เพื่อให้มีการคลอดโดยธรรมชาติ แต่ก็ยังมีความเชื่อทั้งเรื่องถือฤกษ์ยามกำหนดการคลอดบุตร รวมไปถึงความเข้าใจว่าการคลอดเองตามธรรมชาติ จะเจ็บปวดมาก ทั้งจากละคร ทั้งจากคำบอกเล่า แต่จริงๆ การคลอดธรรมชาติอย่างไรก็ปลอดภัยสุด แม้ในภาวะครรภ์เป็นพิษ ยังมีข้อแนะนำว่า ควรให้ยาเร่งคลอดก่อน เพื่อให้มีการคลอดตามธรรมชาติ จนไม่สามารถคลอดเองได้จึงจะผ่าคลอด โดยทั้งหมดต้องมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์เป็นสำคัญ” นพ.โอฬาริก กล่าว

ประธานอนุกรรมการการศึกษา ราชวิทยาลัยสูติฯ กล่าวว่า สำหรับการรณรงค์ให้คนหันมาคลอดด้วยวิธีธรรมชาตินั้น ทางประเทศไทย ร่วมกับ 3 ประเทศ คือ อาร์เจนตินา เวียดนาม บูร์กินาฟาโซในแอฟริกา และองค์การอนามัยโลก ร่วมกันทำการศึกษา เพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับการผ่าตัดทำคลอด ทั้งสาเหตุ ผลลัพธ์ ฯลฯ เป็นต้น

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม