สธ.นำเทคโนโลยีปอดเทียมดูแลผู้ป่วยหนักโรคไวรัสโคโรนา 19

Fri, 2020-02-14 20:41 -- hfocus
Print this pagePrint this page

กระทรวงสาธารณสุข นำเทคโนโลยีปอดเทียมช่วยผู้ป่วยหนักไวรัสโคโรนา 19 เป็นเทคนิคการให้การพยุงระบบหัวใจและหายใจแบบต่อเนื่องนอกกายแก่บุคคลที่หัวใจและปอดไม่สามารถแลกเปลี่ยนออกซิเจน

เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค และ พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย แถลงความคืบหน้าสถานการณ์โรคไวรัสโคโรนา 19 (COVID-19) ว่า ในวันนี้มี ผู้ป่วยยืนยันโรคไวรัสโคโรนา 19 (COVID-19) หายดี กลับบ้านได้อีก 1 ราย เป็นนักท่องเที่ยวหญิง ชาวจีนอายุ 33 ปี เข้ารับการรักษาที่สถาบันบำราศนราดูร สรุปสถานการณ์ในประเทศไทย มีผู้ป่วยยืนยันรักษาหายกลับบ้านแล้ว 13 ราย ยังคงรักษาตัวในโรงพยาบาล 20 ราย ไม่มีผู้ป่วยยืนยันรายใหม่เพิ่ม ยังคงมีผู้ป่วยยืนยัน 33 รายเท่าเดิม ส่วนผู้ป่วยยืนยันรายอื่นอาการดีขึ้น ทำให้สถานการณ์ภาพรวมผู้ป่วยในประเทศไทยขยับจากอันดับ 4 เป็นอันดับที่ 5 ของโลก ต่อจากจีน ญี่ปุ่น สิงค์โปร์ และฮ่องกง

สำหรับรายที่มีอาการหนักตั้งแต่แรกรับที่สถาบันบำราศฯ ซึ่งผลการเอกซเรย์ปอดผิดปกติตั้งแต่แรกรับ มีภาวะวิกฤตทางระบบทางเดินหายใจ (ARDS) ต่อมาอัตราการแลกเปลี่ยนออกซิเจนในเลือดต่ำลง แพทย์จึงได้พิจารณาใช้เครื่องช่วยพยุงการทำงานของปอดหรือเครื่องเอคโม (ECMO) ร่วมกับเครื่องช่วยหายใจปกติ ตั้งแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 โดยได้รับความร่วมมือจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลผู้ป่วยวิกฤติจากโรงพยาบาลศิริราชช่วยดูแลผู้ป่วยรายนี้ด้วย ขณะนี้ อาการผู้ป่วยวันนี้ยังทรงตัว ตอบสนองต่อการใช้เครื่องเอคโม อัตราการแลกเปลี่ยนออกซิเจนในเลือดดีขึ้น

ส่วนข้อกังวลเรื่องการป้องกันควบคุมโรคชาวจีนข้ามไปมาระหว่างประเทศไทยและประเทศเมียนมาร์ ตรงจุดข้ามแดนธรรมชาติโก๊กโก อำเภอแม่สอด จังหวัดตากนั้น สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตากได้ร่วมกับฝ่ายปกครอง ทหาร ในพื้นที่ สั่งการไม่ให้ชาวจีนข้ามตรงจุดข้ามแดนธรรมชาติดังกล่าว โดยให้ไปข้ามที่ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศด่านพรมแดนแม่สอดแทน เพื่อให้ทุกคนได้รับการตรวจคัดกรอง

สำหรับเรือ Westerdam ที่เทียบท่าเรือสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชานั้น กระทรวงสาธารณสุขไทยมีข้อมูลรายชื่อผู้โดยสารทั้งหมดได้ประสานไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและด่านควบคุมโรคทั้งบก เรือ อากาศ กำชับให้เข้มมาตรการคัดกรองผู้เดินทางเข้าประเทศจากกัมพูชา หากพบผู้สงสัยจะนำเข้าระบบป้องกัน ควบคุมโรค ตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข

ทั้งนี้ในช่วงที่มีสถานการณ์โรคไวรัสโคโรนา 19 ขอให้เลือกใช้หน้ากากอนามัยให้เหมาะสม ประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้ป่วย สามารถป้องกันตนเองได้ด้วยการสวมหน้ากากผ้าที่สะอาด สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ ผู้ดูแลผู้ป่วย และผู้ที่มีอาการ ไอ จาม ควรใช้หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ สำหรับหน้ากากอนามัยประเภท N95 จะใช้ในเจ้าหน้าที่ที่ดูแลรักษาผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด

สำหรับคนไทยกลับบ้านที่ฐานทัพเรือสัตหีบ วันนี้เป็นวันที่ 10 ของการเฝ้าระวังโรค ผู้ป่วยยืนยัน 1 รายที่โรงพยาบาลชลบุรี อาการปกติ ไม่มีไข้ ไม่ไอ ไม่มีน้ำมูก ยังอยู่ในห้องแยก เฝ้าระวังติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง ในวันนี้จะเก็บตัวอย่างส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการอีกครั้ง ส่วนคนไทยที่อาคารรับรองสัตหีบ 137 คน ทุกคนสบายดี ไม่มีไข้ และไม่มีผู้เข้าเกณฑ์สอบสวนโรคเพิ่ม

Add new comment