สธ.ยังไม่เปิดไทม์ไลน์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 “รพ.-ร้านตัดผม-ห้าง” ขอสอบสวนโรคก่อน

Thu, 2020-05-21 14:08 -- hfocus team
Print this pagePrint this page

สธ.เผยผู้ป่วย 2 ใน 3 ติดเชื้อโควิดจากชุมชน รายแรกมีประวัติไปรพ. - ร้านตัดผมย่านประชาชื่น อีกรายไปห้างสรรพสินค้าในจ.ชัยภูมิ เผยยังบอกไทม์ไลน์ ทั้งชื่อสถานที่ -เวลา เหตุอยู่ระหว่างสอบสวนโรค แต่คนใกล้ชิดมีการเฝ้าระวังแล้ว

เมื่อวันที่ 21 พ.ค. ที่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นพ.อนุพงศ์ สุจริยากุล ผู้ทรงคุณวุฒิกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีการพบผู้ป่วยรายใหม่ 3 ราย แล 2 รายเกิดจากการไปชุมชน ว่า วันนี้(21 พ.ค.) พบผู้ป่วยรายใหม่ 3 ราย ว่า สำหรับรายแรกกลับจากฟิลิปปินส์ ส่วนอีก 2 รายรักษาในกทม. กรณีนี้น่าสนใจ เพราะเป็นกลุ่มที่ไปในสถานที่ชุมชน โดยรายที่ 1 ชายไทยอายุ 72 ปี หากดูไทม์ไลน์จะมีไปโรงพยาบาล ซึ่งถือเป็นสถานที่เสี่ยง และไปตัดผม ซึ่งร้านตัดผมเพิ่งผ่อนปรนไปเมื่อวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา ส่วนอีก 1 รายเป็นชายชาวเยอรมันอายุ 42 ปี รายนี้ อยู่กทม. มีภรรยาเป็นคนไทย แต่มีประวัติเดินทางไปจ.ชัยภูมิ โดยทีมสอบสวนโรคพบว่า เขาได้ไปห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในจ.ชัยภูมิ

“สรุป 2 รายจึงถือว่าเป็นการติดเชื้อภายในประเทศ และมีกิจการที่สัมพันธ์กับมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 1 และระยะ 2 โดยเป็นเรื่องที่คาดการณ์ว่าอาจเกิดขึ้นได้ เพราะเมื่อไหร่การ์ดตก ล้างมือไม่ตลอด สวมหน้ากากอนามัยหน้ากากผ้าไม่ตลอด ไปสถานที่ชุมชนโดยไม่จำเป็นย่อมมีความเสี่ยง และ 2 รายนี้ไม่สัมพันธ์กับผู้ป่วยก่อนหน้า แต่เกิดจากช่วงการเปิดกิจการกิจกรรม จึงต้องฝากพี่น้องประชาชนว่า ขณะนี้แม้ตัวเลขผู้ติดเชื้อจะเพิ่มหลักเดียว เราก็ไม่อยากเห็นตัวเลขมากกว่านี้” นพ.อนุพงศ์ กล่าว

อ่านเพิ่มเติม : ล่าสุดโควิดเพิ่ม 3 ราย พบ 2 รายมีประวัติไปห้าง-ร้านตัดผม

ผู้สื่อข่าวถามว่า สามารถบอกไทม์ไลน์การสัมผัสเชื้อทั้งโรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า ร้านตัดผม เพื่อให้คนอื่นๆระวังตัวได้หรือไม่ นพ.อนุพงศ์ กล่าวว่า

"สำหรับไทมไลน์ของชายอายุ 72 ปีเกิดในกรุงเทพฯ ส่วนชายเยอรมันอายุ 42 ปีเกิดในจ.ชัยภูมิ โดยต้องเรียนให้ทราบว่า การสอบสวนโรคต้องอาศัยเวลา เบื้องต้นหลังพบผู้ป่วยยืนยัน เมื่อตรวจเชื้อออกมาแล้ว ทางทีมสอบสวนโรคจะต้องคุยก่อนว่า ผู้ป่วยสามารถคุยได้หรือไม่ เพื่อสอบประวัติเบื้องต้น โดยเราพอทราบไทม์ไลน์ ทั้งการไปหาหมอที่โรงพยาบาลเพื่อทำซีทีสแกน หรือการไปร้านตัดผม เพื่อตัดผม ส่วนจะมีมากกว่านี้หรือไม่ ก็อยู่ที่ความจำของผู้ป่วยราย 72 ปี ก็ขอดูก่อนว่าน้องๆสอบสวนโรคได้ข้อมูลและลงไปพื้นที่ ทั้งโรงพยาบาลอะไร ร้านตัดผมอะไร และห้วงเวลาไหน ซึ่งเวลานั้นมีการสัมผัสใกล้ชิดกับใครบ้าง ใครสัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงต่ำ เสี่ยงสูง ก็จะได้วิเคราะห์ออกมา จริงๆร้านตัดผมต้องไม่มีคนอื่น เพราะเราไม่ได้ให้มานั่งรอที่ร้านตัดผม ต้องดูทั้งหมด ทั้งผู้สัมผัสร่วมบ้านด้วย ต้องดูคนใกล้ชิดที่สุด ทั้งครอบครัว บุตรหลาน ต้องติดตามและเก็บตัวอย่างตรวจว่า ยังมีใครบ้างที่มีโอกาสรับเชื้อจากผู้ป่วยคนนี้" 

“หากรพ. หรือร้านตัดผม มีการลงระบบไทยชนะ หากไปและมีการเช็กอินก็จะมีข้อมูลตรงนี้ ซึ่งเราจะติดตามและสอบสวนโรคได้ ว่ามีใครบ้างเป็นกลุ่มเสี่ยงอยู่ห้วงเวลา จากนั้นก็จะเชิญผู้เกี่ยวข้องมาตรวจ” นพ.อนุพงศ์ กล่าว

นพ.อนุพงศ์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่อยากย้ำ ทั้งการเดินทางจากต่างประเทศ เราคิดว่ามีมาตรฐานดีระดับหนึ่ง อย่างมีพี่น้องคนไทยเดินทางกลับจากบราซิล รัสเซีย โดยเมื่อวานมีผู้เดินทางเข้ามาจาก 2 ประเทศ ที่เป็นกลุ่มประเทศที่มีการติดเชื้อสูง ก็มีระบบในการตรวจสอบ ส่วนการติดเชื้อในชุมชนต้องขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนในการช่วยกันปฏิบัติตัวป้องกันโควิด อย่างไรก็ตาม ในช่วงวันที่ 1 ก.ค.ที่มีการเรียกร้องเปิดโรงเรียน ตรงนี้ก็ต้องเตรียมพร้อมให้ดี เพราะการเปิดก็มีความเสี่ยงติดเชื้อได้ ขณะนี้ทางกระทรวงสาธารณสุข ก็จะร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการในการเตรียมมาตรการความพร้อมป้องกันโรคในเด็กนักเรียนต่อไป

Add new comment