สสส.ลงพื้นที่ชุมชน ร่วม อสต. -แกนนำชุมชนรองรับการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19

Fri, 2020-05-22 19:41 -- hfocus team
Print this pagePrint this page

สสส. ลงพื้นที่ชุมชนซอยท่าข้าม 13 บางขุนเทียน ร่วมค้นหา “ชีวิตวิถีใหม่” ปรับตัวสอดรับความเปลี่ยนแปลง ลุยใช้กลไกอาสาสมัครแรงงานข้ามชาติ หรือ อสต. สร้างความเข้าใจสร้างเสริมชีวิตสุขภาวะ

เมื่อวันที่ 22 พ.ค. ที่ชุมชนแรงงานข้ามชาติ ซอยท่าข้าม 13 เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ นางเบญจมาภรณ์ ลิมปิษเฐียร ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ มอบชุดคู่มือ “สู้!โควิด-19 ไปด้วยกัน” 100 ชุด หน้ากากผ้า 1,000 ชิ้น และเจลแอลกอฮอล์ 1,600 ขวด ให้แก่กลุ่มแรงงานข้ามชาติ ในชุมชนซอยท่าข้าม 13 ซึ่งมีแรงงานชาวเมียนมาและมอญอาศัยอยู่กว่า 1,500 คน ส่วนใหญ่เป็นแรงงานในโรงงานอุตสาหกรรม และก่อสร้าง พร้อมแลกเปลี่ยนกับอาสาสมัครแรงงานข้ามชาติ (อสต.) และแกนนำชุมชน รองรับการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)

นางเบญจมาภรณ์ กล่าวว่า ปัจจุบันมีแรงงานข้ามชาติที่ทำงานในประเทศไทยจำนวนกว่า 2 ล้านคน ภายหลังจากการระบาดของโควิด-19 คาดการณ์ว่ามีแรงงานข้ามชาติทั้งสัญญาติเมียนมาร์ ลาว และกัมพูชา เคลื่อนย้ายกลับประเทศต้นทางกว่า 2 แสนคน จากการทำงานร่วมกับภาคประชาสังคมอย่างใกล้ชิดทำให้ สสส ทราบถึงปัญหาและผลกระทบจากโควิด-19 ของแรงงานข้ามชาติที่ยังอาศัยในประเทศไทยทั้งปัญหาปากท้อง ชีวิตความเป็นอยู่ แรงงานข้ามชาติหลายกลุ่ม ไม่สามารถเข้าถึงอุปกรณ์ในการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 และไม่มีข้อมูลความรู้ที่ถูกต้องเพียงพอทำให้หลายคนไม่เห็นประโยชน์ของการใส่หน้ากากอนามัย หรือการเว้นระยะห่างทางสังคม

“การระดมสมองร่วมกับแกนนำและเครือข่ายแรงงานข้ามชาติจะช่วยค้นหาและออกแบบ “ชีวิตวิถีใหม่สำหรับแรงงานข้ามชาติ” รองรับการเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตให้สอดคล้องกับการสถานการณ์ของประเทศ พัฒนาศักยภาพของตนเองทั้งในด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ และเทคโนโลยี” นางเบญจมาภรณ์ กล่าว

นางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สสส.กล่าวว่า สำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ ทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคประชาสังคมเพื่อสร้างเสริมสุขภาวะแรงงานข้ามชาติและผู้ติดตามในหลายพื้นที่ เช่น จังหวัดสมุทรสาคร สมุทรปราการ ตาก ชุมพร พังงา ระนองสุราษฎร์ธานี กาญจนบุรี เชียงใหม่ เชียงราย และกรุงเทพมหานคร โดยมีอสต.หรืออาสาสมัครแรงงามข้ามชาติ เป็นกลไกสำคัญในการสร้างเสริมสุขภาวะแรงงานข้ามชาติที่สสส.ร่วมส่งเสริมความเข้มแข็งตลอดหลายปีที่ผ่านมา ในช่วงของวิกฤตการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 อสต. มีบทบาทสำคัญในการลงพื้นที่เพื่อกระจายอุปกรณ์ป้องกัน รวมทั้งทำหน้าที่สื่อสารให้ความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับโควิด-19 ที่สสส.ร่วมกับคณะเวชศาสตร์เขตร้อน ม.มหิดล คณะสาธารณสุขศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ มูลนิธิภิวัฒน์สาธารณสุขไทย และมูลนิธิเพื่อเยาวชนชนบทพัฒนาขึ้นใน 10 ภาษาถิ่น รวมทั้ง ภาษาเมียนมา ลาวและกัมพูชา มีการนำไปใช้ในชุมชนและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.) และได้มอบอุปกรณ์ป้องกันให้กับกลุ่มแรงงานข้ามชาติไปแล้วกว่า 20,000 คน

ด้าน นางสาวลัดดาวัลย์ หลักแก้ว มูลนิธิเพื่อเยาวชนชนบท กล่าวว่า ด้วยการสนับสนุนของ สสส. ทำให้ อสต. และองค์กรภาคประชาสังคมอย่างมูลนิธิเพื่อเยาวชนชนบท มูลนิธิศุภนิมิตฯ สามารถให้ความช่วยเหลือแรงงานข้ามชาติและผู้ติดตามโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิดได้อย่างทันท่วงที และการแลกเปลี่ยนระดมสมองวันนี้ เป็นการเตรียมความพร้อมในการรองรับสถานการณ์ในอนาคตได้เป็นอย่างดี เพื่อสร้างบรรทัดฐานใหม่ของกลุ่มแรงงานข้ามชาติ ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ รวมทั้งการทำให้เห็นว่าการมีสิทธิและเข้าถึงสิทธิสุขภาพทั้งระบบประกันสังคม และบัตรประกันสุขภาพแรงงานข้ามชาติเป็นเรื่องจำเป็นที่แรงงานข้ามชาติทุกคนต้องมี ไม่ใช่เป็นแค่ทางเลือกเท่านั้น

Comments

Add new comment