"30 บาทรักษาทุกที่" จ่อตั้งกองทุนระดับเขตบริหารจัดการระดับเขตสุขภาพ

Mon, 2020-10-05 15:34 -- hfocus team
Print this pagePrint this page

 

ความคืบหน้านโยบาย "30 บาทรักษาทุกที่" อยู่ระหว่างเลือกเขตสุขภาพ เบื้องต้นมีเขตที่มีต้นทุนศักยภาพการบริหารอยู่แล้ว เช่น เขต1 เขต12 เขต 9 และกทม. คาดต้องเป็นรูปธรรมในปี 63

เมื่อวันที่ 5 ต.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.)  ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวสาธารณสุขถึงความคืบหน้านโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่" ว่า  ส่วนนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ ซึ่งจะเริ่มนำร่องเป็นบางเขตสุขภาพนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือและกำหนดพื้นที่ หากระบบฐานข้อมูลมีความพร้อมก็จะสามารถดำเนินการได้

นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวกับผู้สื่อข่าว Hfocus ว่า ขณะนี้กำลังเลือกพื้นที่ โดยต้องมีการประเมินก่อนว่าพื้นที่ไหนมีศักยภาพในการนำร่องเรื่องนี้ ต้องหาพื้นที่ที่มีต้นทุนในเรื่องระบบการจัดการอยู่แล้ว ยกตัวอย่างเขต1 เขต12 เขต 9 และกทม. ซึ่งมีศักยภาพ มีการบริหารแบบพวงบริการอยู่แล้ว แต่เราก็ต้องเลือกก่อนว่ามีพื้นที่อื่นๆหรือไม่ 

"เรายึดหลักการกระจายอำนาจ ซึ่งทำมาแล้ว 2-3 ปีที่ผ่านมา เบื้องต้นตั้งใจออกแบบด้วยการตั้งคณะกรรมการระดับเขต มีการตั้งกองทุนระดับเขตขึ้นเพื่อให้ในพื้นที่บริหารจัดการเอง ทำเหมือนเขตเป็นประเทศหนึ่งบริหารจัดการ อย่างมีหัวประชากรเท่าไหร่ ก็เอาไปไว้ที่โน้น เพื่อบริหารจัดการเองโดยรพ.ไม่เดือดร้อน ไม่เกิดภาวะขาดสภาพคล่อง อย่างไรก็ตาม การทำรูปแบบนี้จะต้องขอ ก.พ.และก.พ.ร. เพื่อดำเนินการ โดยคาดว่าต้องทำให้ได้ภายในปีนี้" ปลัดสธ.กล่าว

นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง : เปิด 4 รายละเอียดรองรับผู้ป่วย “บัตรทองรักษาทุกที่” เริ่มบริการปฐมภูมิ 1 พ.ย.นี้

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม