หญิงป่วยโควิด 51 ปียังไม่ชัดติดจากใคร เหตุให้ประวัติร่วม 2 เหตุการณ์ ยังไม่ยืนยันติดในปท.

Fri, 2020-12-04 13:52 -- hfocus team
Print this pagePrint this page

สธ.เผยรายละเอียดผู้ติดเชื้อโควิดในประเทศชายอายุ 28 ปี ติดจากหญิงลอบเข้าไทยเคสพะเยา ส่วนกรณีผู้ป่วยโควิดหญิงอายุ 51 ปีมีประวัติไม่ชัดเจน แต่ให้ข้อมูลว่าเดินทางร่วมงานที่สิงห์ปาร์ค และนั่งเครื่องบินเดียวกับเคสพิจิตรลอบเข้าไทยก่อนหน้านี้

เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. ที่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค(คร.) กล่าวว่า สำหรับผู้ป่วยโรคโควิด 19 รายใหม่วันนี้( 4 ธ.ค.) เพิ่ม 14 ราย โดย 13 ราย เดินทางมาจากต่างประเทศ เข้าระบบกักกันตัวในสถานที่ที่รัฐจัดให้ เป็นผู้เดินทางมาจากเนปาล 1 ราย จากสาธารณรัฐเช็ก 1 ราย จากเยอรมนี 2 ราย ยูเครน 1 ราย เนเธอแลนด์ 1 ราย นอร์เวย์ 1 ราย สหรัฐอเมริกา 3 ราย เมียนมา 3 ราย ส่วนที่เหลืออีก 1 ราย ติดในประเทศ เป็นชายไทยอายุ 28 ปี ตามที่สาธารณสุขจังหวัดเชียงรายแถลงไปเมื่อวานนี้

“สำหรับชายอายุ 28 ปีรายนี้เกี่ยวข้องหญิงไทยที่ลักลอบมาจากท่าขี้เหล็ก เมียนมา โดยเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงกรณีหญิงพะเยา เป็นเพื่อนนอนห้องเดียวกัน เที่ยวงานที่สิงห์ปาร์ค กินข้าวและเที่ยวสถานบันเทิง ดื่มเบียร์และเดินทางไปเชียงใหม่ด้วยกัน ก่อนแยกกัน และวันที่ 1 ธ.ค.นั่งรถสาธารณะกลับเชียงรายแต่ใส่หน้ากากอนามัย และช่วงเวลา 17.00-00.30 น.ทำงานที่ร้าน 8080 cafe ต่อมาวันที่ 2 ธ.ค. ช่วงเวลา 01.00 น. กลับหอพัก เริ่มมีอาการเจ็บคอ เวลา 15.00 น.ไปตรวจหาเชื้อโควิดผลพบเชื้อ และขณะนี้รักษาที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ “ นพ.โสภณ กล่าว

นพ.โสภณ กล่าวถึงกรณีสังคมออนไลน์มีการแชร์ข้อมูลพบผู้ป่วยโควิดที่เป็นหญิงอายุ 51 ปี จ.สิงห์บุรี ว่า กรณีนี้ต้องมีการสอบสวนโรคเพิ่มเติมอีกครั้ง เนื่องจากข้อมูลยังไม่ชัด แต่จากการสอบประวัติเบื้องต้นพบว่า มีเดินทางไปร่วมงานที่สิงห์ปาร์ค จ.เชียงราย และพบว่าเดินทางในสายการบิน DD8717 นกแอร์ วันที่ 28 พ.ย. เวลา 13.40 น. ซึ่งเดินทางร่วมกับเคสผู้ป่วยโควิด จ.พิจิตร ที่เดินทางจากเชียงรายไปดอนเมือง ที่รายงานก่อนหน้านี้ ส่วนว่าจะติดเชื้อจากแหล่งใดอย่างไรนั้น ขอสอบสวนโรคเพิ่มเติม เพราะผู้ป่วยให้ข้อมูลว่า ไม่ได้เดินทางไปต่างประเทศ  ซึ่งหากผู้ป่วยหญิงคนนี้ให้ข้อมูลจริงก็อาจเป็นการติดเชื้อในประเทศ แต่ต้องรอผลการสอบสวนโรคก่อน

ดังนั้น สำหรับกรณีงาน Farm Festival 2020 ที่สิงห์ปาร์ค จ.เชียงรายนั้น ขอให้คนที่อยู่ในโซนหน้าเวทีและหน้าห้องน้ำลานเบียร์ขอให้สังเกตอาการโรคทางเดินหายใจขอให้สวมหน้ากากหลีกเลี่ยงเข้าไปในชุมชนให้ติดต่อเจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดที่ท่านอาศัยอยู่เพื่อรับคำแนะนำเฝ้าระวัง สำหรับคนที่ลงทะเบียนใครชนะอาจได้รับข้อความจากไทยชนะแจ้งให้ติดต่อสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดที่ท่านอาศัยอยู่  นอกจากนี้ ในส่วนของสายการบิน Thai Lion Air วันที่ 29 พ.ย.63 เวลา 10.40 น. เที่ยวบิน SL533 เป็นสายการบินจากเชียงรายไปกทม. ซึ่งเป็นสายการบินที่หญิงป่วยอายุ 36 ปีที่จังหวัดราชบุรีเดินทาง ซึ่งมีรายงานมาก่อนหน้านี้ หากใครเกี่ยวข้องไทม์ไลน์ดังกล่าวให้ติดต่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ของตนเช่นกัน

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รักษาราชการอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ตอนนี้ปัญหาอยู่ที่ชายแดนท่าขี้เหล็ก จึงต้องประสานกับฝ่ายความมั่นคงประกาศรายชื่อคนไทยให้กลับมาอย่างถูกต้องตามกฎหมายที่ผ่านมาเข้ามาแล้ว 7 คนทั่วไปแล้ว 3 คนจะเห็นได้ถึงความเสี่ยงของคนไทยที่อยู่ที่ท่าขี้เหล็กตรงนั้นต้องนำมากลับมาตามระบบอย่างถูกต้องขอให้ประชาชนที่มีพี่น้องที่เข้าไปทำงานฝั่งท่าขี้เหล็กขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ เมื่อเช้ามีข่าวว่าประชาชนแจ้งเหตุจนสามารถจับคนรับได้เข้าเมืองได้อีก 2-3 คนถือเป็นสัญญาณที่ดีที่ได้รับความร่วมมือจากประชาชนจากนี้จะต้องมีการตรวจสถานที่ต่างๆการเดินทางต่างๆสาธารณะทั้งหมดและในชุมชนให้อสมช่วยติดตามสอบถามในสถานที่ต่างๆโดยมีบุคคลที่ลักลอบเข้าเมืองหรือไม่

เมื่อถามกรณีจะมีการจัดงานบิ๊กเมาน์เทน (Big Mountain Music Festival) จะจัดในช่วง ธ.ค. สามารถจัดงานได้หรือไม่ นพ.โอภาส กล่าวว่า จัดได้ แต่ต้องมีมาตรการเฝ้าระวัง ตรวจคัดกรอง มีการสแกนไทยชนะ เป็นไปตามข้อแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข หรือจะมีการมาตรการเสริมเพิ่มเติม เพื่อสร้างความมั่นใจอีก ส่วนประชาชนหากเข้าร่วมงานขอให้สวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า และอย่าลืมสแกนไทยชนะ

“ ยอมรับการสอบสวนโรคในหญิง 10 คนที่ลักลอบเดินทางเข้าไทย ทางช่องทางธรรมชาติมาจากจังหวัดเชียงราย มีความยุ่งยาก เพราะทุกคน ไม่ยอมให้ข้อมูลที่แท้จริง เนื่องจากกลัวความผิดทำให้ไม่ยอมบอก และ ทั้ง 10 คนนี้เป็นเพื่อนกัน ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่า มีการนัดแนะในการให้ข้อมูล เพราะข้อมูลมีแพลตเทิร์นเหมือนกันในการตอบคำถามเจ้าหน้าที่ ทำให้การสอบสวนโรคค่อนข้างยากลำบาก ต้องมีการสอบทานข้อมูล และใช้เทคโนโลยีเข้าช่วย โดยการเทียบกับซิมการ์ด โทรศัพท์ จึงอยากย้ำว่าการให้ข้อมูลที่ตรงไปตรงมา ทำให้การทำงานของเจ้าหน้าที่ง่ายขึ้นในการสอบสวนควบคุมโรค เพราะทั้ง 10 คนนี้ ให้ข้อมูลที่แท้จริงแค่ 50 เปอร์เซนต์” นพ.โอภาส กล่าว

นพ.โอภาส กล่าวย้ำว่า ขอให้เข้ามาในประเทศไทยอย่างถูกต้อง เพื่อเข้าสู่กระบวนการกักตัว ควบคุมโรค การลักลอบเข้ามาถือว่า ท่านกำลังทำลายประเทศไทย ทำให้การควบคุมโรคยากขึ้น ดังนั้น ประชาชนที่มีพี่น้องไปทำงานฝั่งท่าขี้เหล็ก เมียนมาขอให้แจ้งเตือนให้กลับมาตามระบบปกติ ขณะนี้มีคนไทยกลับจากท่าขี้เหล็ก เข้าไทยอย่างถูกต้องแล้ว 7 ราย ในจำนวนนี้ 3 ราย พบติดเชื้อรายงานเป็นผู้ป่วยรายใหม่  ตัวเลขนี้ทำให้เห็นถึงความจะเห็นได้ถึงความเสี่ยงติดเชื้อของคนไทยที่อยู่ฝั่งท่าขี้เหล็ก  จึงต้องขอให้เข้าประเทศอย่างถูกต้อง

Add new comment