กรมควบคุมโรค แจงการจัดสรรวัคซีนในแต่ละกลุ่มอายุเป็นไปตามหลักฐานทางวิชาการและความปลอดภัย

Fri, 2021-09-03 22:49 -- hfocus team
Print this pagePrint this page

กรมควบคุมโรค แจงข้อมูลการฉีดวัคซีนซิโนแวคให้กลุ่มอายุ 18-59 ปี ก่อนขยายให้กลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป เนื่องจากช่วงแรกเป็นการใช้วัคซีนในภาวะฉุกเฉิน และขณะนั้นงานวิจัยยังไม่มาก แต่ปัจจุบันผลการศึกษามากขึ้นครอบคลุมอายุในวงกว้าง ย้ำทุกขั้นตอนดำเนินการตามหลักฐานทางวิชาการและความปลอดภัย

วันนี้ (3 กันยายน 2564) นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า องค์การอนามัยโลก (World Health Organization : WHO) ได้พิจารณาและให้การรับรองวัคซีนซิโนแวค (Sinovac) ว่า มีมาตรฐานการผลิตในระดับสากล มีความปลอดภัย มีประสิทธิผล และอนุมัติให้ใช้ในภาวะฉุกเฉิน เพื่อป้องกันโรคโควิด 19 ซึ่งช่วงแรกแผนการกระจายวัคซีนป้องกันโควิด 19 ระยะที่ 1 พิจารณาให้วัคซีนซิโนแวคกับกลุ่มอายุ 18-59 ปี ประกอบกับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้ามีข้อมูลการศึกษาวิจัยว่า สามารถให้ผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไปได้ จึงกำหนดให้ฉีดในกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป แต่ต่อมามีการศึกษาความปลอดภัยของวัคซีนซิโนแวคมากขึ้น องค์การอนามัยโลกมีคำแนะนำให้ใช้ในกลุ่มอายุ 18 ปีขึ้นไป และไม่ได้กำหนดอายุสูงสุด

         

“ด้วยผลการศึกษาทางวิชาการที่ออกมาใหม่ จึงมีข้อบ่งชี้ว่าสามารถใช้วัคซีน 2 ชนิด ทั้งซิโนแวค และแอสตร้าเซนเนก้าได้ในกลุ่มอายุ 18 ปี ซึ่งรวมถึงกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไปเช่นกัน ดังนั้น ขอย้ำว่า การให้วัคซีนโควิดทั้งสองชนิด เป็นการอ้างอิงจากหลักฐานทางวิชาการมาสนับสนุน โดยคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ มีการศึกษาและพิจารณาข้อมูลวิชาการอย่างรอบด้าน จึงเลือกวัคซีนที่มีประสิทธิผล และความปลอดภัยมาให้แก่ประชาชน” นายแพทย์โอภาสกล่าว

         
นายแพทย์โอภาส กล่าวต่อว่า ปัจจุบันมีผลการศึกษาทางวิชาการจากหลากหลายประเทศ รวมทั้งประเทศจีนถึงการฉีดวัคซีนซิโนแวคในผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป รวมทั้งประเทศไทยมีการศึกษาการใช้ซิโนแวค 2 เข็ม โดยกรมควบคุมโรค ร่วมกับหน่วยงานด้านการแพทย์และสาธารณสุข ประเมินผลและประสิทธิภาพการฉีดวัคซีนซิโนแวค เช่น ที่ จ.ภูเก็ต พบว่าสามารถป้องกันป่วยหนักและเสียชีวิตได้ 90.6%  ส่วนที่ จ.สมุทรสาคร พบว่าป้องกันโรคได้ 90% และเมื่อมีการระบาดในบุคลากรสาธารณสุข จ.เชียงราย มีประสิทธิผลป้องกันโรคได้ 82% นอกจากนี้กองระบาดวิทยาได้สรุปผลการฉีดวัคซีนภาพรวมตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงกรกฎาคม 2564 พบว่าสามารถป้องกันโรค 75% ป้องกันป่วยหนักเสียชีวิตได้มากกว่า 80% ยืนยันว่าซิโนแวคมีประสิทธิภาพทั้งการใช้จริงและในห้องทดลอง รวมทั้งสายพันธุ์เดลตาได้ทำการประเมินประสิทธิผลวัคซีนต่อเนื่องพบว่าการฉีดวัคซีนสูตรไขว้ซิโนแวคตามด้วยแอสตร้าเซนเนก้า ได้ผลดีขึ้นกว่าเดิม 3 เท่า

         
อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวอีกว่า ส่วนการฉีดวัคซีนไขว้ ซึ่งเป็นการฉีดวัคซีนสูตรหลักของประเทศไทย ณ ขณะนี้ ซึ่งผลการศึกษาของไทยที่ผ่านมากรณีการฉีดวัคซีนไขว้เข็มที่ 1 เป็นซิโนแวค และเข็มที่ 2 แอสตร้าเซนเนก้า พบว่า สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันสูงขึ้น โดยเฉพาะสายพันธุ์เดลตา  อีกทั้ง การฉีดวัคซีนไขว้ ยังกระตุ้นภูมิคุ้มกันสูงและเร็วกว่าฉีดซิโนแวค 2 เข็ม หรือแอสตร้าเซนเนก้า 2 เข็มถึง 3 เท่า และใช้เวลาฉีดครบทั้ง 2 เข็มเพียง 3 สัปดาห์ ทำให้การฉีดวัคซีนครอบคลุมประชากรได้เร็วขึ้น ดังนั้น วัคซีนซิโนแวค จึงมีประสิทธิภาพ และเมื่อนำมาฉีดร่วมกับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า เป็นสูตรไขว้ ก็พบว่ามีประสิทธิภาพและความปลอดภัยเช่นกัน

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม