เปิดแนวทางฉีดวัคซีนโควิดในคนเคยติดเชื้อ ด้าน คร.เตรียมส่งหนังสือเวียนแจ้งจุดฉีดทั่วประเทศ

Wed, 2021-10-20 15:24 -- hfocus team
Print this pagePrint this page

“หมอโสภณ” เผยแนวทางฉีดวัคซีนโควิดสำหรับคนติดเชื้อมาก่อน แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มไม่เคยรับวัคซีน กลุ่มฉีดวัคซีน 1 เข็ม และกลุ่มที่ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม โดยกลุ่มฉีดครบโดสยังไม่ต้องฉีดกระตุ้น รอได้ ส่วนวัคซีนกระตุ้นควรเป็นแอสตร้าฯ หรือไฟเซอร์

เมื่อวันที่ 20 ต.ค.2564 นพ.โสภณ เมฆธน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการอำนวยการบริหารจัดการการให้วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) กล่าวถึงการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารจัดการวัคซีนป้องกันโควิด -19 19 ต.ค.2564 ที่ผ่านมา ซึ่งมีศ.นพ.ยง ภู่วรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นผู้เชี่ยวชาญในการพิจารณา ว่า ในการประชุมได้มีการพิจารณาการฉีดวัคซีนสำหรับคนที่ติดเชื้อโควิดมาก่อน เนื่องจากคนกลุ่มนี้จะมีภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ ซึ่งข้อมูลที่ผ่านมาหากต้องฉีดวัคซีนสามารถฉีดได้หลังจากติดเชื้อมาประมาณ 1-3 เดือน อย่างไรก็ตาม สำหรับการฉีดวัคซีนในกลุ่มคนติดเชื้อมาแล้วจะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้ 1.กลุ่มคนที่ไม่เคยได้รับวัคซีนมาก่อน 2.กลุ่มคนฉีดวัคซีนมาแล้ว 1 เข็ม และ 3.กลุ่มที่ได้รับครบ 2 เข็มมาแล้ว

“ที่ประชุมพิจารณาคนที่ไม่เคยได้รับวัคซีน และกลุ่มคนที่ฉีดวัคซีนมาแล้ว 1 เข็ม ให้ฉีดกระตุ้นเพียง 1 เข็ม ส่วนกลุ่มที่ 3 ที่ฉีดครบ 2 เข็มแล้ว ไม่ต้องฉีดกระตุ้น ให้รอก่อนได้ โดยวัคซีนกระตุ้นควรเป็นวัคซีนแสอตร้าเซนเนก้า หรือไฟเซอร์ โดยสามารถให้วัคซีนหลังติดเชื้อแล้ว 1 เดือนขึ้นไป” นพ.โสภณ กล่าว และว่า ตามหลักการทุกคนควรได้รับวัคซีนเข็ม 3 กระตุ้นไม่ว่าจะเป็นแอสตร้าฯ 2 เข็ม หรือคนฉีดสูตรไขว้ แต่ยังไม่ใช่เร็วๆนี้ เพราะต้องดูระยะเวลาก่อน ซึ่งต้องมีการศึกษา และจะให้คำแนะนำต่อไป

เมื่อถามกรณีคนที่ติดเชื้อโควิดแล้วจะเริ่มให้ฉีดตามแนวทางดังกล่าวเมื่อไหร่ นพ.โสภณ กล่าวว่า ในการประชุมทางกรมควบคุมโรค จะรับไปดำเนินการและทำหนังสือแจ้งเวียนแต่ละแห่งต่อไป เนื่องจากเรื่องนี้มีคนสอบถามมามากว่า เมื่อติดเชื้อแล้วต้องฉีดอย่างไร ซึ่งตรงนี้น่าจะเป็นแนวทางในการดำเนินการได้

 

*สามารถกดติดตาม และแชร์ข่าวสำนักข่าว Hfocus ที่ https://www.facebook.com/Hfocus.org

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม