เปิดผลศึกษาไฟเซอร์เข็ม 3 ให้คนฉีด Sv 2 เข็ม และ Az 2 เข็มได้ภูมิฯ สูงสุดต่อ "เดลตา - โอมิครอน"

Wed, 2022-01-12 18:38 -- hfocus infographic
Print this pagePrint this page

ศูนย์วิจัยคลินิกศิริราช เผยผลศึกษาผู้ฉีดวัคซีน 2 เข็มแรกด้วยซิโนแวคหรือแอสตร้า ควรกระตุ้นเข็ม 3 ด้วยไฟเซอร์สามารถสร้างระดับภูมิคุ้มกันที่ต่อต้าน "เดลตาและโอมิครอน" ได้ดี ขณะที่ใช้แอสตร้าฯ กระตุ้น เข็ม 3 พบภูมิขึ้นดี แต่ไม่เท่าไฟเซอร์

การใช้วัคซีนเข็มที่ 3 ในผู้ที่เคยได้รับวัคซีนซิโนแวคมาก่อน 2 เข็ม เปรียบเทียบกับเข็มที่ 3 ระหว่างแอสตราเซเนกา หรือไฟเซอร์เต็มโดส หรือครึ่งโดส พบว่า กลุ่มที่ได้ฉีดวัคซีนซิโนแวคแล้ว 2 เข็ม เมื่อกระตุ้นเข็มที่ 3 ด้วยไฟเซอร์ ให้ภูมิคุ้มกันดีมาก ไม่ว่าจะเป็นแบบครึ่งโดส 15 ไมโครกรัม หรือเต็มโดส 30 ไมโครกรัม สามารถสร้างระดับภูมิคุ้มกันที่ต่อต้านทั้งสายพันธุ์เดลตาและโอมิครอนได้ดี โดยระดับภูมิต่อโอมิครอนจะต่ำกว่าระดับภูมิต่อเชื้อเดลตาประมาณหนึ่งเท่า

ส่วนการกระตุ้นเข็มที่ 3 ด้วยแอสตราเซเนกา ให้ภูมิคุ้มกันต่อสายพันธุ์เดลตาได้ดี แต่สายพันธุ์โอมิครอนได้ระดับต่ำกว่าประมาณ 2-3 เท่า แนะนำให้ผู้ที่เคยฉีดซิโนแวคมาแล้ว 2 เข็ม ควรฉีดกระตุ้นเข็มที่ 3 ด้วยไฟเซอร์ จะได้ภูมิคุ้มกันสูงสุดทั้งต่อเดลตาและโอมิครอน
การใช้วัคซีนเข็มที่ 3 ในผู้ที่เคยได้รับวัคซีนแอสตราเซเนกามาก่อน 2 เข็ม เปรียบเทียบเข็มที่ 3 ระหว่างแอสตราเซเนกา หรือไฟเซอร์เต็มโดส หรือครึ่งโดส

หากใช้วัคซีนไฟเซอร์เป็นเข็มที่ 3 ฉีดกระตุ้น จะให้ผลภูมิคุ้นกันสูงต่อเชื้อเดลตาและโอมิครอน โดยหากใช้ครึ่งโดสจะได้ภูมิคุ้มกันต่ำกว่าเมื่อใช้เต็มโดสต่อเชื้อโอมิครอน การใช้วัคซีนแอสตราเซเนกาเป็นเข็มที่ 3 กระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดี แต่ระดับไม่สูงทั้งต่อเดลตาและโอมิครอน และด้อยกว่าระดับที่ได้จากการฉีดวัคซีนไฟเซอร์มาก แนะนำผู้ที่เคยฉีดแอสตราเซเนกามาแล้ว 2 เข็ม ควรฉีดกระตุ้นเข็มที่ 3 ด้วยไฟเซอร์ จะได้ภูมิคุ้มกันที่สูงสุดทั้งต่อเดลตาและโอมิครอน

 

 

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม