เด็กวัยเรียนกลายเป็นกลุ่มเสี่ยงเอดส์ชี้ครอบครัวอบอุ่นช่วยแก้ปัญหา

Mon, 2012-05-28 11:40 -- hfocus
Print this pagePrint this page

 

ศ.กิตติคุณ นพ.ดำรง เหรียญประยูร นายกสมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทย (สวท.) กล่าวถึงปัญหาการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรของเด็กไทยว่า ตนรู้สึกเป็นห่วงมากเพราะพบว่ามีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น อีกทั้งการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกของทั้งชายและหญิงก็มีอายุเฉลี่ยที่น้อยลง ทำให้เกิดปัญหา ต่าง ๆ ติดตามมา เช่น การตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โดยเฉพาะโรคเอดส์ที่ปัจจุบันพบว่ากลุ่มเด็กและเยาวชนวัยเรียนกลายเป็นกลุ่มเสี่ยงที่สุดแล้ว เพราะมีอัตราการติดเชื้อเอชไอวีเพิ่มสูงขึ้นมากจนน่าตกใจ ในขณะที่กลุ่มอื่น เช่น หญิงบริการในสถานประกอบการกลับมีอัตราการติดเชื้อลดลง เพราะสามารถเข้าไปให้บริการติดตามดูแลสุขภาพได้อย่างต่อเนื่อง เช่น การแจกถุงยางอนามัย การอบรมให้ความรู้ หรือการเจาะเลือด และที่สำคัญทุกวันนี้กลุ่มหญิงบริการก็มีความตื่นตัวในการป้องกันโรคเอดส์กันมาก เช่น การสำรวจที่จังหวัดสตูลพบว่ามีการใช้ถุงยางอนามัยถึงร้อยละ 97.73 และมีการปฏิเสธลูกค้าที่ไม่ยอมใช้ถุงยางอนามัย แต่กลุ่มเด็กและเยาวชน รวมทั้งหญิงบริการแอบแฝงที่ไม่ได้อยู่ในสถานประกอบการจะเป็นกลุ่มที่เข้าถึงได้ยากกว่า

นายกสวท.กล่าวต่อไปว่าเด็กและเยาวชนมักไม่ค่อยมีความรู้ทั้งเรื่องของวิธีป้องกันการตั้งครรภ์และการป้องกันโรค ในขณะที่สิ่งแวดล้อมรอบตัวมีสิ่งยั่วยุให้เกิดการมีเพศสัมพันธ์ได้ง่าย บางคนก็คิดว่าการมีเซ็กซ์กับเพื่อนหรือคนกันเองจะปลอดภัย ทั้งที่ครั้งเดียวก็ตั้งครรภ์หรือติดโรคได้ ดังนั้นปัจจุบันเด็ก เยาวชน และหญิงบริการแอบแฝงที่ไม่ได้อยู่ในสถานประกอบการจึงเป็นกลุ่มเสี่ยงที่สุด หากไม่เร่งแก้ไขก็จะกลายเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อสังคมในอนาคต

"หากเรามีแม่ที่ยังไม่พร้อมคงหวังให้ลูกมีคุณภาพไม่ได้ หรือมีคนเป็นโรคเอดส์จำนวนมากก็ต้องเสียค่ายาแพง ทำงานก็ไม่ได้เต็มที่ คนวัยทำงานก็จะมีน้อยลง แต่ต้องหาเลี้ยงทั้งคนป่วยและคนแก่ แล้วอนาคตประเทศเราจะแข่งขันกับชาติอื่นได้อย่างไร" ศ.กิตติคุณ นพ.ดำรง กล่าว

นายมนาวุฒิ อุศุภรัตน์ กรรมการเยาวชนของสวท. กล่าวว่าการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรเป็นปัญหาวิกฤติแล้ว จึงอยากให้ทุกครอบครัวตระหนักในเรื่องนี้ ซึ่งการสร้างครอบครัวที่อบอุ่นจะป้องกันปัญหาได้ พ่อแม่ที่ทำแต่งานคงต้องพยายามแบ่งเวลาพูดคุยใกล้ชิดกับลูกให้มากขึ้น เพราะต้องยอมรับว่าเด็กไทยเปราะบาง ขาดภูมิคุ้มกันจึงคล้อยตามกระแสต่าง ๆ ที่เข้ามาได้ง่ายโดยเฉพาะค่านิยมในเทคโนโลยี เมื่ออยากได้ก็ยอมทำทุกอย่างที่คิดว่าได้เงินมาง่าย ๆ ทั้งขายตัว ค้ายาเสพติด หรือก่ออาชญากรรม หากเป็นเช่นนี้คุณภาพเยาวชนที่พึงประสงค์ก็คงจะไม่เกิดขึ้น

ที่มา : นสพ.เดลินิวส์ 29 พ.ค. 2555 (กรอบบ่าย)