รมว.สาธารณสุขสหรัฐฯพบ'นายก'หารือสานต่อความร่วมมือด้านสาธารณสุข

Wed, 2013-06-19 12:33 -- hfocus
Print this pagePrint this page

นางแคทลีน เซบีลีอัส (Kathleen Sebelius) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและการบริการสังคม สหรัฐฯ เข้าเยี่ยมคารวะ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

วันนี้ (19 มิ.ย. 56) เวลา 9.00 น. นางแคทลีน เซบีลีอัส (Kathleen Sebelius) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและการบริการสังคม สหรัฐอเมริกา เข้าเยี่ยมคารวะ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการหารือ ดังนี้

นายกรัฐมนตรีแสดงความยินดีและขอบคุณรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขสหรัฐฯ ที่เลือกเยือนประเทศไทย และฝากความระลึกถึงไปยังนายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทั้งสองฝ่ายยืนยันความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐ ที่แน่นแฟ้นโดยตลอด และในปีนี้ถือเป็นปีครบรอบความสัมพันธ์ 180 ปี ไทย-สหรัฐ สำหรับด้านสาธารณสุขไทย-สหรัฐมีความสัมพันธ์ร่วมกันมากว่า 30 ปี ซึ่งการเยือนไทยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขสหรัฐฯ ครั้งนี้ จะเป็นโอกาสอันดีในการกระชับความสัมพันธ์และสานต่อความร่วมมือด้านสาธารณสุข

ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขสหรัฐฯ แสดงความชื่นชมนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของไทย อีกทั้งชื่นชมนายกรัฐมนตรีที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือเด็กและสตรี ซึ่งนายกรัฐมนตรีกล่าวว่ารัฐบาลต้องการให้ประชาชนไทยได้รับการบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ ครอบคลุมอย่างทั่วถึง และลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล อย่างไรก็ตามไทยยังคงต้องการที่จะแลกเปลี่ยนและเรียนรู้ประสบการณ์ด้านสาธารณสุขกับสหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญในด้านนี้

ทั้งนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขสหรัฐ ฯ กล่าวว่าปัจจุบันได้มีการจัดตั้งศูนย์ความร่วมมือไทย-สหรัฐฯ ด้านสาธารณสุข (ศรทส.) ซึ่งถือเป็นก้าวแรกของความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธาราณสุขกับศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคภัยของสหรัฐฯ (CDC) ในการเสริมสร้างสุขภาพที่ดีให้คนไทยและสหรัฐฯ ผ่านการแบ่งปันประสบการณ์และความรู้ เพื่อป้องกัน ตรวจจับและการรักษาโรค

นอกจากนี้รัฐมนตรีสาธารณสุขสหรัฐฯ ชื่นชมไทยเป็นประเทศที่มีความสวยงาม นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าไทยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาไทยจำนวนมาก อย่างไรก็ตามนายกรัฐมนตรีต้องการที่จะพัฒนาไทยให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

ก่อนจบการสนทนาทั้งสองฝ่ายยืนยันที่จะทำงานอย่างใกล้ชิด และให้มีโครงการด้านสุขภาพมากขึ้น ไม่เพียงประโยชน์แต่ไทยและสหรัฐฯ เท่านั้น แต่ยังให้ความช่วยเหลือต่อประเทศเพื่อนบ้านด้วย