“ครูจา” พ่อพระของเด็กเร่ร่อน วิกฤติสถาบันครอบครัวทำลายเยาวชน

“ผมว่า สถาบันครอบครัวของประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ภาวะวิกฤติแล้ว ครอบครัวแตกแยก หย่าร้างมากขึ้น พ่อแม่ไม่มีเวลา ครอบครัวไม่น่าอยู่ เด็กหนีออกจากบ้าน มาเป็นเด็กเร่ร่อน เป้าหมายสุดท้ายของเด็กกลุ่มนี้ คือ พัทยา”

ครูจา  หรือ นายพลิศร  โนจา  ผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์และเด็กถูกล่วงละเมิด(ศตคด.)มูลนิธิพัฒนาการคุ้มครองเด็ก ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี กล่าวถึงสาเหตุที่ทำให้เยาวชนเหล่านี้ผันตัวเองมาเป็นเด็กเร่ร่อน

ครูจา  หรือ นายพลิศร  โนจา

ครูจา กล่าวว่า เรามีเด็กที่อยู่ในความดูแลทั้งหมด 38 คน เป็น ชาย 24 คน หญิง 14 คน เด็กที่มาอยู่ที่นี่ 80%เคยถูกล่วงละเมิดทางเพศ และเป็นเด็กเร่ร่อนมาก่อน จากการสอบถามเด็กๆ พบว่า ส่วนมากมาจากครอบครัวที่ล้มเหลว แตกแยก ตนมองว่าสังคมครอบครัวไทยเข้าสู่ภาวะวิกฤตแล้ว เมื่อครอบครัวไม่มีความสุขเด็กก็จะหนีออกจากครอบครัวมาเผชิญชีวิตด้วยตนเอง ซึ่งพัทยาก็เป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางของเด็กเร่ร่อนทุกคน เพราะว่าที่พัทยาเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว อบายมุข และอื่นๆที่จะทำให้เด็กเร่ร่อนเหล่านี้มีรายได้

“เด็กที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศที่มีอายุน้อยที่สุดคือ 3-4 ปี และสิ่งที่น่าสงสารยิ่งกว่าเด็กเร่ร่อน คือ เด็กที่มีพ่อแม่ พาลูกมาเร่ขายบริการให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มีจิตผิดปกติที่ต้องการมีเซ็กส์กับเด็ก บางกรณีเด็กถึงกับร้องบอกว่า ตนเองเจ็บ แต่คนเป็นแม่กลับเป็นฝ่ายปิดประตูห้องเสียเอง”

จากประสบการณ์ที่ผ่านมาของครูจา พบว่า การช่วยเหลือเด็กผู้หญิงจะยากกว่าเด็กผู้ชาย เนื่องจากว่าเด็กผู้หญิงสมัยนี้โตเร็ว เมื่อเข้าไปทำงานในสถานบริการ เมื่อแต่งหน้า แต่งตัวเหมือนหญิงสาวทั่วไป การให้ความช่วยเหลือมีความยาก

ทั้งนี้ พัทยา เป็นพื้นที่ที่มีประชากรแฝงจากหลายๆจังหวัด มากกว่า 4 แสนคน รวมทั้งเป็นแหล่งรวมชาวต่างชาติ เป็นจุดศูนย์กลางของความบันเทิง แหล่งท่องเที่ยว และอบายมุข จึงทำให้เด็กเร่ร่อนเหล่านี้มีโอกาสถูกล่วงละเมิดทางเพศ หรือถูกล่อลวงให้เข้าสู่วงจรขายบริการได้ง่ายกว่าในพื้นที่จังหวัดอื่นๆ

ครูจา เล่าว่า  เด็กที่เข้ามาอยู่ที่นี่ ทุกคนล้วนมีปมในชีวิตที่เกิดจากพวกเขาเป็นผู้ถูกกระทำ ทางเราจำเป็นต้องมีจิตแพทย์คอยให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นกับเด็กเหล่านี้ เมื่อเข้ามาอยู่ที่ ศตคด. แล้ว เด็กทุกคนจะมีหน้าที่แตกต่างกันไป พี่จะต้องเลี้ยงน้อง ทำอาหารกินกันเอง เมื่อโตขึ้นจะได้รับการศึกษา และฝึกอาชีพ เพื่อเตรียมความพร้อมของพวกเขาก่อนจะออกไปจากที่นี่ เมื่ออายุ 18 ปีขึ้นไป

สำหรับศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์และเด็กถูกล่วงละเมิด(ศตคด.) ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนเร่ร่อน ถูกล่วงละเมิดทางเพศมาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 2 ปี ที่ผ่านมา โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานตำรวจของสาธารณรัฐออสเตรียและหน่วยงานตำรวจของไทย รวมถึงหน่วยงานต่างๆให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการช่วยเหลือในด้านการป้องกันและปราบปราม แต่กลับไม่ได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐ โดยเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)

“เขาบอกว่าไม่สามารถให้ความช่วยเหลือได้ เพราะศูนย์ฯมีเด็กต่างชาติด้วย ซึ่งไม่เข้าข่ายที่ทางการจะให้ความช่วยเหลือ ซึ่งต้องเป็นเด็กที่มีสัญชาติไทยเท่านั้น ซึ่งตนมองว่า กฎหมายมันมีความขัดแย้งกันเอง ในกฎหมายสากลเด็กหรือเยาวชนทุกคนไม่ว่าชาติไหนจำเป็นต้องได้รับการคุ้มครอง และได้รับสิทธิต่างๆ โดยเฉพาะเมื่อพวกเขาถูกล่วงละเมิดทางเพศ พวกเขาจำเป็นต้องมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแล ขณะเดียวกันหน่วยงานท้องถิ่นกลับมองว่า เด็กเร่ร่อน ไม่ใช่ปัญหาที่สำคัญ ”

ด้วยความที่ศูนย์ฯต้องหางบประมาณจากที่ต่างๆเพื่อเลี้ยงตัวเองให้ได้ ครูพี่เลี้ยงของที่นี่จึงต้องเป็นจิตอาสาเข้ามาทำงานโดยไม่ได้รับเงินเดือน ส่วนเด็กที่นี่จะต้องช่วยกันดูแลแบบพี่ดูแลน้อง อีกทั้งยังต้องปลูกพืชผักสวนครัว เพื่อให้ได้มีอาหารกินกัน พึ่งตนเองให้ได้มากที่สุด แม้ช่วงเวลาสั้นๆ แต่จะสร้างความรู้สึกที่ดีให้กับเด็กเหล่านี้ตลอดไป

ครอบครัวที่แตกแยก ล่มสลาย สังคมที่มีการแข่งขันที่สูง ทำให้พ่อแม่ หลงลืมดูแลจิตใจของเด็กเหล่านี้ ส่งผลให้พวกเขาต้องเลือกทางเดินของตนเอง ด้วยการแยกตัวออกจากครอบครัวใหม่ของพ่อหรือแม่ ที่มองเขาเป็นเหมือนส่วนเกินของครอบครัวใหม่ แล้วกลายมาเป็นเด็กเร่ร่อนอย่างเต็มตัว สร้างเกราะป้องกันตนเองด้วยสิ่งที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์

สำหรับผู้ที่มีความประสงค์อยากจะเข้าไปช่วยเหลือ  สามารถติดต่อได้ที่ ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์และเด็กถูกล่วงละเมิดทางเพศ (ศตคด.) เยื้องหมู่บ้านแสนสุขทาวน์ หมู่ 7 หนองไม้แก่น ซ.8 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี บอร์โทรติดต่อ 081-9499349, 081-4111750 โทรสาร 038-248037

ข่าวล่าสุด

กลับด้านบน