สธ.ยัน จนท.สธ.มุสลิมหญิงคลุมฮิญาบทำงานได้ ออกประกาศตั้งแต่ปี 42

Tue, 2015-07-14 20:06 -- hfocus
Print this pagePrint this page

สธ.อนุญาตให้ จนท.สธ.มุสลิมหญิงคลุมผ้าคลุมศีรษะ ขณะปฏิบัติงานในหน่วยบริการได้ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ.2542 และกำชับให้ปฏิบัติตามหนังสือเลขที่ สธ.0208/42/ว12 ตั้งแต่ 12 มกราคม2543 รวมทั้งปฏิบัติตามกฎสำนักนายกรัฐมนตรี ฉบับที่ 94 พ.ศ. 2553

วันนี้ (14 กรกฎาคม 2558)ที่ กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นพ.สุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์กรณีมีข่าวโรงพยาบาลห้ามเจ้าหน้าที่หญิงที่นับถือศาสนาอิสลามคลุมผ้าคลุมศีรษะขณะปฏิบัติงาน ว่า กระทรวงสาธารณสุข อนุญาตให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขหญิงที่นับถือศาสนาอิสลาม สามารถแต่งกายตามหลักศาสนา และคลุมผ้าคลุมศีรษะได้ ซึ่งเป็นไปตามสิทธิเสรีภาพในการนับถือศาสนา โดยได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยการแต่งกายของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานสาธารณสุข 3 ฉบับเมื่อวันที่ 10พฤศจิกายน 2542 ได้แก่ 1.การแต่งกายของแพทย์ ทันตแพทย์ และเภสัชกร 2.การแต่งกายเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานด้านการพยาบาลและการผดุงครรภ์ และ3.การแต่งกายของพนักงานผู้ช่วยกายภาพบำบัด โดยได้มีหนังสือกำชับให้ปฏิบัติตามหนังสือที่ สธ 0208/42/ว12 ลงวันที่ 12 มกราคม 2543 เป็นต้นมา

สำหรับชุดปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานด้านการพยาบาลและการผดุงครรภ์ในหน่วยบริการ ให้แต่งกายดังนี้ ผู้หญิงให้แต่งกายด้วยชุดสีขาว ตัดด้วยผ้าเนื้อหนา มี 4 แบบ ได้แก่ ชุดปฏิบัติงานแบบชุดติดกัน ชุดปฏิบัติงานแบบชุดคนละท่อน ชุดพิธีการ และชุดปฏิบัติงานแบบมีผ้าคลุมศีรษะ ด้วยผ้าสีขาว ขอบผ้าคลุมเย็บเรียบ และสามารถยึดติดกับหมวกพยาบาล โดยให้สวมหมวกทับ กรณีการแต่งกายชุดปฏิบัติงานในห้องคลอดและห้องผ่าตัด หากมีความจำเป็นต้องแต่กายนอกเหนือจากประกาศนี้ ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้อำนวยการโรงพยาบาล ทั้งนี้โดยคำนึงถึงหลักประโยชน์ของผู้ป่วย เช่น การติดเชื้อ และการปฏิบัติตามหลักศาสนา

นพ.สุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า ได้กำชับให้โรงพยาบาลทุกแห่งปฏิบัติตามระเบียบดังกล่าว รวมทั้งปฏิบัติตามกฎระเบียบของสำนักนายกรัฐมนตรี ฉบับที่ 94 พ.ศ.2553 ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน พ.ศ.2478 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 30 เมษายน พ.ศ.2553 ซึ่งได้กำหนดเรื่องการแต่งกายของข้าราชการหญิงมุสลิมไว้

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม