ขรก.วอนขยายสิทธิ รพ.เอกชนเพิ่ม อย่าหวั่นงบบานปลาย เพราะผู้ป่วยเท่าเดิม

Mon, 2015-07-20 16:07 -- hfocus
Print this pagePrint this page

สมาคมพิทักษ์สิทธิข้าราชการ วอนกรมบัญชีกลางขยาย รพ.เอกชนเพิ่ม ชี้อย่าหวั่นงบบานปลาย เพราะผู้ป่วยเท่าเดิม แค่อำนวยความสะดวก และลดภาระ รพ.รัฐเท่านั้น พร้อมแจงอย่านำไปเชื่อมโยงกับงบบัตรทอง เหตุเป็นงบคนละส่วน

พล.ต.หญิง พูลศรี เปาวรัตน์ นายกสมาคมพิทักษ์สิทธิข้าราชการ กล่าวถึงกรณีกรมบัญชีกลางเตรียมขยายสิทธิเข้าบริการให้ผู้ป่วยสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ ได้เข้ารับบริการรักษาในโรงพยาบาล (รพ.) เอกชนเพิ่มเติมจาก 30 กว่าแห่งเป็น 100 กว่าแห่ง ว่า  ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า กรมบัญชีกลางยังไม่มีคำสั่งเรื่องดังกล่าว ขณะนี้จึงยังใช้บริการได้ใน รพ.เอกชนกว่า 30 แห่งที่เป็นคู่สัญญากับกรมบัญชีกลางเท่านั้น แต่ในอนาคตอาจมีการขยายไปถึง 100 รพ. เพื่ออำนวยความสะดวกให้ข้าราชการประเภทผู้ป่วยใน ซึ่งไม่ทราบว่าจะดำเนินการได้เมื่อไร คงต้องสอบถามทางกรมบัญชีกลาง อย่างไรก็ตาม ในนามสมาคมฯ ยินดีและสนับสนุนหากจะมีการขยายจำนวน รพ.เอกชนเพิ่มเติม ซึ่งจะเป็นการลดภาระงานของ รพ.รัฐได้     

“เรื่องนี้เป็นเพียงการขยายจำนวน รพ.เอกชนเพิ่ม แต่สิทธิการรักษาโรคต่างๆ ยังเหมือนเดิมทุกประการ ดังนั้น ไม่ต้องกังวลว่า งบประมาณจะเพิ่มขึ้น เพราะไม่เกี่ยวกัน การเพิ่มจำนวน รพ. เป็นเพียงอำนวยความสะดวกให้ข้าราชการมีทางเลือกในการเข้ารับบริการมากขึ้น ยกตัวอย่าง ข้าราชการที่ต้องไปทำงานต่างจังหวัด  หากเกิดกรณีโรคหัวใจกำเริบ ซึ่งมีคิวผ่าตัดที่รพ.รัฐ หรือเอกชนคู่สัญญาใน กทม. แต่เจ้าตัวอยู่ต่างจังหวัดจำเป็นต้องเข้า รพ.ที่ใกล้ที่สุด ซึ่งอาจเป็น รพ.เอกชน   โดยปกติจะไม่สามารถเบิกจ่ายกับกรมบัญชีกลางได้ หากรพ.นั้นๆ ไม่ได้เป็นคู่สัญญา  แต่หากมีการขยาย รพ.เอกชนเพิ่มเติมทั่วประเทศ ก็จะลดปัญหาตรงนี้ได้ ทำให้สามารถเบิกจ่ายได้ตามสิทธิข้าราชการ จึงเห็นว่าหากมีการขยาย รพ.เอกชนเพิ่มย่อมส่งผลดีมากกว่า” พล.ต.หญิง พูลศรี กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าเพราะเหตุใดจึงไม่ขยายการรักษาข้าราชการประเภทผู้ป่วยในไป รพ.รัฐ พล.ต.หญิง พูลศรี กล่าวว่า  โดยปกติข้าราชการก็เข้ารับบริการใน รพ.รัฐอยู่แล้ว เพียงแต่กรณีเข้ารับบริการที่ รพ.เอกชนนั้น เป็นการอำนวยความสะดวกกรณีผู้ป่วยใน เนื่องจากหลายครั้ง รพ.รัฐ ไม่มีเตียงรองรับ หรือบางครั้ง มีการนัดผ่าตัดล่วงหน้า แต่จำเป็นต้องผ่าตัดกะทันหันจะทำอย่างไร ตรงนี้จึงเป็นทางเลือก ส่วนที่บางกลุ่มมองว่าจะทำให้งบประมาณบานปลาย และไปเชื่อมโยงกับกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) เรื่องนี้คนละส่วนกัน  และงบรักษาพยาบาลข้าราชการก็ไม่สูงขึ้น เพราะข้าราชการประเภทผู้ป่วยในไม่ได้เพิ่มขึ้น สิทธิการรักษาโรคต่างๆ ก็เป็นไปตามข้อกำหนดอันเดิม จึงไม่ต้องกังวลเรื่องงบฯเลย