อย.ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีแป้งฝุ่นโรยตัว แนะใช้ถูกวิธีเพื่อความปลอดภัย

อย.เผยทัลค์หรือทัลคัมในแป้งฝุ่นเป็นสารที่ทุกประเทศอนุญาตให้ใช้ผสมในเครื่องสำอางได้ ปัจจุบันยังไม่มีผลการศึกษาที่ยืนยันได้ชัดเจนว่าก่อให้เกิดมะเร็ง ส่วนการปนเปื้อนของแร่ใยหิน (Asbestos) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งในทัลค์นั้น อย.มีการตรวจสอบเฝ้าระวังมาโดยตลอด ยังไม่พบการปนเปื้อนแต่อย่างใด แนะผู้บริโภคใช้แป้งฝุ่นโรยตัวอย่างถูกวิธี ไม่ควรโรยแป้งจนฟุ้งกระจาย เพราะหากสูดดมเข้าไปเป็นเวลานานจะเกิดการสะสมเป็นก้อนในปอด ทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจ และสตรีไม่ควรโรยแป้งบริเวณจุดซ่อนเร้น

นพ.บุญชัย สมบูรณ์สุข เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า จากกรณีมีข่าวการจ่ายค่าชดเชยให้แก่ครอบครัวผู้บริโภครายหนึ่งในประเทศสหรัฐอเมริกาที่เสียชีวิตจากมะเร็งรังไข่ที่อ้างว่ามาจากการใช้แป้งฝุ่นโรยตัวที่มีส่วนผสมของทัลค์ ซึ่งบริษัทไม่ได้ให้ข้อมูลที่ครบถ้วนเกี่ยวกับอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นจากการใช้แป้งดังกล่าวนั้น

ในส่วนของประเทศไทย อย.ขอชี้แจงว่า ทัลค์หรือทัลคัม (Talc หรือ Talcum powder) เป็นส่วนผสมหลักในผลิตภัณฑ์แป้งฝุ่นโรยตัว ทัลค์พบได้ในแร่ธาตุตามธรรมชาติ แบ่งออกเป็น 2 เกรด ได้แก่ เกรดที่ใช้ในอุตสาหกรรม และเกรดที่ใช้ในยา อาหารและเครื่องสำอาง ซึ่งต้องใช้ทัลค์ที่มีความบริสุทธิ์สูง เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด และต้องไม่มีการปนเปื้อนของแร่ใยหิน (Asbestos) ซึ่งเป็นสารที่มีประกาศกระทรวงสาธารณสุขห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง

สำหรับทัลค์นั้นเป็นสารที่มีประวัติการใช้มาเป็นระยะเวลายาวนานแล้ว และมีประกาศกระทรวงสาธารณสุขอนุญาตให้ใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางได้ โดยกฎหมายกำหนดให้มีการแสดงคำเตือนที่ฉลากของผลิตภัณฑ์แป้งฝุ่นสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี ว่า “ระวังอย่าให้แป้งเข้าจมูกและปากของเด็ก” จากกรณีของการก่อให้เกิดมะเร็งรังไข่เมื่อใช้แป้งที่จุดซ่อนเร้นของสตรีนั้น ขณะนี้ยังไม่มีผลการศึกษาใดๆ ที่สามารถสรุปได้ชัดเจนว่าทัลค์จะเป็นสารก่อมะเร็งจริงหรือไม่ ประเทศต่าง ๆ จึงยังคงอนุญาตให้ใช้ทัลค์ในเครื่องสำอางได้

อย่างไรก็ตาม ทัลค์จัดเป็นสารอนินทรีย์ จึงไม่ถูกย่อยสลายตามธรรมชาติ ดังนั้น ถ้าโรยแป้งฝุ่นในปริมาณมาก ผงแป้งจะลอยฟุ้งกระจายในอากาศ หากสูดดมเข้าไปเป็นเวลานาน จะเกิดการสะสมเป็นก้อนในปอดทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจได้ จึงควรหลีกเลี่ยงการโรยแป้งไปที่ตัวโดยตรง แต่ควรเทใส่มือในปริมาณน้อยๆ และลูบไล้ที่มือก่อนทาบางๆ บนตัว ส่วนสตรีไม่ควรโรยแป้งบริเวณจุดซ่อนเร้น

ทั้งนี้ อย.มีการเฝ้าระวังความปลอดภัยของแป้งฝุ่นโรยตัวอย่างใกล้ชิด ขอให้ผู้บริโภควางใจ และ อย.อยู่ระหว่างการพิจารณาให้ผู้ประกอบธุรกิจมีการเพิ่มคำเตือนบนฉลากเพื่อเป็นข้อพึงระวังแก่ผู้บริโภคในการใช้ผลิตภัณฑ์ให้มากขึ้น เช่น ระวังอย่าให้แป้งฝุ่นเข้าจมูกและปาก และสตรีไม่ควรโรยแป้งฝุ่นบริเวณจุดซ่อนเร้น

นพ.บุญชัย กล่าวว่า สำหรับกรณีการปนเปื้อนของแร่ใยหินในทัลค์ อย.มีการติดตามเฝ้าระวังมาโดยตลอด โดยในปี พ.ศ.2552-2553 ได้ส่งตรวจวิเคราะห์หาแร่ใยหินในผลิตภัณฑ์แป้งฝุ่นโรยตัวที่มีส่วนผสมของทัลค์จำนวน 40 ตัวอย่าง ไม่พบการปนเปื้อนแร่ใยหินแต่อย่างใด นอกจากนี้ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 ถึง 2558 อย.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังได้ส่งตัวอย่างผลิตภัณฑ์แป้งฝุ่นโรยตัวที่มีส่วนผสมของทัลค์ให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ตรวจวิเคราะห์ โดยส่งตัวอย่างแป้งฝุ่นโรยตัว จำนวน 73 ตัวอย่าง ทุกตัวอย่างตรวจไม่พบแร่ใยหินปนเปื้อนแต่อย่างใด

ทั้งนี้ หาก อย. ตรวจพบการปนเปื้อนแร่ใยหินในผลิตภัณฑ์แป้งฝุ่นโรยตัว จะดำเนินคดีต่อผู้ประกอบธุรกิจฐานผลิตหรือนำเข้าเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัยในการใช้ โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 

กดถูกใจแฟนเพจ Hfocus.org บน Facebook ติดตามข่าวสารระบบสุขภาพทุกความเคลื่อนไหว

ข่าวล่าสุด

คอมเมนท์ ล่าสุด

กลับด้านบน