'ศิริราชปิยมหาราชฯ' ผุดศูนย์ผิวหนัง เพิ่มหมอฟูลไทม์-นำเข้าเครื่องมือ รับคนไข้ทะลัก

Thu, 2016-04-07 11:03 -- hfocus
Print this pagePrint this page

นสพ.ประชาชาติธุรกิจ : รพ.ศิริราชปิยมหาราชการุณย์เปิดศูนย์ผิวหนังรองรับผู้ใช้บริการทะลัก เผยแนวโน้มเข้ามาใช้บริการความงามสูงขึ้น เตรียมเพิ่มทีมแพทย์ฟูลไทม์-นำเข้าเครื่องมือจากยุโรป อเมริกา เสริมแกร่ง

ศ.นพ.วรพงษ์ มนัสเกียรติ ประธานศูนย์ผิวหนัง โรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์ (SiPH) กล่าวว่า เพิ่งเปิดศูนย์ผิวหนัง แยกออกมาชัดเจนจากเดิมอยู่ในแผนกอายุรกรรม ขยายพื้นที่รองรับจำนวนผู้เข้ามารับบริการเพิ่มขึ้น และตอบสนองนโยบายของโรงพยาบาลที่มีความเชี่ยวชาญในการรักษาโรคซับซ้อน ครอบคลุมโรคผิวหนังและเส้นผม ซึ่งมีผู้เข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้นกว่า 138% มีจำนวนผู้ป่วยนอกรวม 16,211รายในปี 2558 และตั้งแต่ต้นปีมามีผู้เข้ามาใช้บริการต่อวันสูงขึ้น หรือกว่า 100 คนต่อวัน ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด คาดแนวโน้มจะขยายตัวยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ยังมีแผนลงทุนเครื่องมือแพทย์อย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมานำเข้าเครื่องมือแพทย์ 5-6 ชนิดจากยุโรปและอเมริกา และล่าสุดเพิ่งใช้งบฯ 3-3.5 ล้านบาท นำเข้าเทคโนโลยีปรับปรุงสีผิว IPL ที่ใช้ Selective Waveband Technology (SWT) จากเดนมาร์ก และภายในปีนี้มีแผนนำเข้าเครื่องยกกระชับผิวจากอเมริกาในไตรมาส 3 พร้อมจะเพิ่มบุคลากรทางการแพทย์ฟูลไทม์มากขึ้น เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต จากที่มีแพทย์ 17 คน โดยในจำนวนนี้เป็นแพทย์ฟูลไทม์ 3 คน

"สภาพเศรษฐกิจในประเทศและโลกอาจจะไม่ค่อยเอื้อต่อการลงทุน จึงต้องระมัดระวังขึ้น ผู้ที่มาใช้บริการส่วนใหญ่เป็นกลุ่มซีบวกขึ้นไป ซึ่งกลุ่มนี้ไม่ค่อยได้รับผลกระทบ  แต่กลุ่มที่มีรายได้ระดับซีลงมาอาจจะได้รับผลกระทบกำลังซื้อ"

ปัจจุบันบริการหลักๆ มี 6 กลุ่ม ได้แก่ ศัลยกรรมผิวหนัง รวมถึงเลเซอร์และศัลยกรรมความงาม โรคเกี่ยวกับภูมิแพ้ผิวหนัง โรคภูมิแพ้สัมผัส โรคติดเชื้อผิวหนัง โรคที่สามารถรักษาได้ด้วยแสงอาทิตย์เทียม กลุ่มเส้นผมและปัญหาหนังศีรษะ

ทั้งนี้ตั้งแต่เปิดให้บริการมา 2 ปี พบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่เข้ามารักษาอาการของโรคผิวหนังอักเสบ สิว ผมร่วงจากพันธุกรรม ฝ้า หูด โดยกลุ่มผู้ใช้บริการหลากหลายตั้งแต่เด็กจนถึงผู้สูงอายุ และสังเกตว่าระยะหลังๆ ผู้ใช้บริการเกี่ยวกับความงามเข้ามามากขึ้น

"ลูกค้าต่างชาติเพิ่มขึ้นและหลากหลาย จากยุโรป สหรัฐ ฮ่องกง มาเลเซีย ส่วนใหญ่มาจากการบอกปากต่อปาก ยังมีสัดส่วนค่อนข้างน้อยหรือต่ำกว่า 5% ซึ่งนโยบายของโรงพยาบาลมุ่งรักษาคนไทย"

ปัจจุบัน โรงพยาบาลมีศูนย์และคลินิกโรคเฉพาะทางทั้งสิ้น 24 หน่วย อาทิ ศูนย์หัวใจ มะเร็ง โรคไต ศูนย์เด็ก ศูนย์ศัลยกรรม ล่าสุดเพิ่งเปิดศูนย์หูคอจมูก ศูนย์ตา

ที่มา: หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันที่ 4 - 6 เม.ย. 2559

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม