ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ เปิดเผยรายงานของยูโรมอนิเตอร์ บริษัทที่รับทำวิจัยการตลาดให้แก่ธุรกิจต่าง ๆ ว่า  ตลาดบุหรี่ไทยจะขยายตัวตลอด 5 ปีข้างหน้านี้  ทั้งปริมาณ และมูลค่า โดยสถานการณ์ตลาดบุหรี่ในกลุ่มประเทศอาเซียน คือ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และไทย ตลาดจะยังขยายตัว ขณะที่สิงคโปร์และเวียดนามตลาดจะทรงตัว ในส่วนของประเทศไทยยอดจำหน่ายในปี พ.ศ.2558 เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 2 เป็น 49.7  พันล้านมวน และจะเพิ่มเป็น 52.7 พันล้านมวนในปี พ.ศ.2563 ขณะที่มูลค่าในปี พ.ศ.2558 เพิ่มขึ้นร้อยละ 5 เป็น 150,400  ล้านบาท และจะเพิ่มเป็น 196,566  ล้านบาทในปี 2563 โดยบุหรี่โรงงานยาสูบไทย ครองตลาดร้อยละ 70 รายงานพยากรณ์ว่า ยาสูบยังคงเป็นธุรกิจที่ทำกำไรสดใสในประเทศไทย และแนวโน้มกำไรจะยังเพิ่มขึ้นตลอด 5 ปีข้างหน้านี้ 

ศ.นพ.ประกิต กล่าวว่า การที่ตลาดบุหรี่ในประเทศต่าง ๆ ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีการรณรงค์ควบคุม เพราะบริษัทบุหรี่ใช้กลยุทธ์การตลาดใหม่ ๆ  ในการจับนักสูบหน้าใหม่ และจำนวนผู้สูบบุหรี่เพิ่มขึ้นตามจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น การที่บริษัทบุหรี่โดยเฉพาะบริษัทข้ามชาติ คัดค้านและขัดขวางร่าง พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบมาตลอด 2 ปีที่ผ่านมา โดยให้ข้อมูลกับชาวไร่ยาสูบว่าร่างกฎหมายใหม่จะทำลายธุรกิจยาสูบ ซึ่งเป็นธุรกิจปลายน้ำ อันจะส่งผลให้ชาวไร่ยาสูบซึ่งเป็นอุตสาหกรรมต้นน้ำได้รับความเดือดร้อน  เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงอย่างไร้ความรับผิดชอบที่สุด ทั้งที่ธุรกิจยาสูบข้ามชาติมีกำไรในประเทศไทยปีละกว่า 3 พันล้านบาท และการพยากรณ์พบว่ายอดขายและกำไรยังจะเพิ่มขึ้นตลอด 5 ปีข้างหน้านี้ 

การวิ่งเต้นขัดขวางร่างกฎหมายควบคุมยาสูบฉบับใหม่ ที่ปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันนักสูบหน้าใหม่ที่เป็นเด็ก ๆ เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าบริษัทบุหรี่ คำนึงถึงแต่การรักษาไว้ซึ่งผลกำไรของตัวเอง โดยไม่สนใจว่าผู้สูบบุหรี่ส่วนใหญ่เป็นคนยากจน และไม่เคยคำนึงถึงความทุกข์ทรมานของผู้สูบบุหรี่ที่เจ็บป่วย สร้างภาระและความเดือดร้อนให้แก่ครอบครัวแม้แต่น้อย จึงขอวิงวอนให้สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้รู้เท่าทันกลยุทธ์ของบริษัทบุหรี่ข้ามชาติ ในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ เพื่อคุ้มครองสุขภาพของคนไทยจากการเสพติดบุหรี่