คลังเลื่อนจ่าย 'เงินคนจน' เป็น 3 ธ.ค. ส่งสรรพากรเช็ค หวั่นพลาด

Thu, 2016-12-01 21:12 -- hfocus
Print this pagePrint this page

นสพ.กรุงเทพธุรกิจ : กระทรวงการคลังเลื่อนจ่ายเงินผู้มีรายได้น้อย 1.5-3 พันบาทออกไป 2 วัน จากเดิมจะจ่าย 1 ธ.ค. เลื่อนเป็น 3 ธ.ค.เหตุพบข้อมูลผู้มีรายได้น้อยกว่าหมื่นรายคลาดเคลื่อน ส่งสรรพากรตรวจสอบให้ชัดเจน หวั่นเกิดข้อผิดพลาด ทำผู้ควรได้รับสิทธิเสียประโยชน์

นสพ.กรุงเทพธุรกิจ : นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังได้เลื่อนการจ่ายเงินผู้มีรายได้น้อยเป็นวันที่ 3 ธ.ค.นี้ จากกำหนดเดิมที่จะจ่ายในวันนี้ (1 ธ.ค.) เนื่องจากขณะนี้ พบว่า ข้อมูลด้านรายได้ของผู้ลงทะเบียนกว่า 1 หมื่นรายมีความคลาดเคลื่อน จึงให้กรมสรรพากรไปตรวจสอบเรื่องดังกล่าวให้เรียบร้อยก่อน

"ผู้มีรายได้น้อยที่มาลงทะเบียนกว่า 8.3 ล้านราย เราพบว่า บางรายอาจจะยังมีคุณสมบัติไม่ครบจำนวนหลักหมื่นราย ได้รับรายงานว่า เพื่อให้เกิดความถูกต้อง จะต้องเช็คข้อมูลอีกรอบ เช็คเรื่องรายได้ ต้องต่ำกว่า 1 แสนบาท ให้กรมสรรพากรทบทวนอีกรอบ กลัวว่าเราจ่ายแล้ว คนจะเสียสิทธิ์ ก็ใช้เวลา 2 วัน ตรวจสอบเพื่อความ มั่นใจ และช่วงนี้ปลายเดือนจะชนกับการโอนเงินอื่นๆ ด้วย แต่ยืนยันว่ามีเงินจ่าย"

สำหรับการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยรอบใหม่ ขณะนี้ ยังไม่ได้รับการส่งสัญญาณจาก รมว.คลัง อย่างไรก็ดี มีการเสนอว่า ควรให้มีการลงทะเบียนเร็วขึ้นจากกำหนดเดิมที่จะให้ลงราวเดือน ส.ค.-ก.ย.ปีหน้า เนื่องจากอาจจะมีผู้ที่พลาดการลงทะเบียนรอบนี้ เนื่องจากไม่มั่นใจว่ารัฐบาลจะเข้าไปช่วยเหลือจริง

ทั้งนี้ นายสมชัย ประเมินว่า จำนวนคนที่มีรายได้ต่ำกว่า 1 แสนบาทต่อปีนั้น มีจำนวนกว่า 10 ล้านคน หากรัฐบาลทำโครงการนี้ สำเร็จ จำนวนคนจนก็จะมีน้อยลง แต่หากว่าจำนวนคนจนมีมากขึ้น ก็แสดงว่าทำมาตรการผิด อย่างไรก็ดีเป็นนโยบายแบบทำเพียงครั้งเดียว จะไม่ผูกพันงบประมาณ และจะทำในช่วงที่คนจนกำลังเดือดร้อน

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังกำลังออกแบบสวัสดิการคนจนเพิ่มเติมเพื่อให้เป็นของขวัญปีใหม่แก่ประชาชน

ด้านแหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวว่า วานนี้ (30 พ.ย.) ได้มีคำสั่งไปยังธนาคาร 3 แห่ง คือธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารออมสินและธนาคารกรุงไทย เพื่อให้ชะลอการจ่ายเงินให้กับผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการแห่งรัฐกว่า 8.3 ล้านคน วงเงินรวมกว่า 1.9 หมื่นล้านบาท เนื่องจากมีปัญหาในการเชื่อมระบบจ่ายเงินกับเว็บไซต์ www.epayment.go.th ที่จะให้ประชาชนมาตรวจสอบว่าเงินเข้าบัญชีหรือยังผ่านเว็บไซต์ดังกล่าว

นอกจากนี้ การตรวจสอบสิทธิ์ของผู้ลงทะเบียนกว่า 7.05  แสนรายยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ พบปัญหาว่ามีคนที่ไม่ได้มีสัญชาติไทยมาลงทะเบียนเพื่อรับเงินดังกล่าว รวมถึงพบชื่อสกุลไม่ตรงตามบัตรประชาชน ดังนั้นจึงมีการดึงข้อมูลกลับไปตรวจสอบอีกครั้ง

"บางธนาคารแจ้งมาว่า ในช่วงต้นเดือน เป็นช่วงการจ่ายเงินเดือนเข้าบัญชีลูกค้า ดังนั้นอาจเกิดปัญหากับระบบหากมีการจ่ายเงินให้คนจนในวันที่ 1 ธ.ค.นี้ ประกอบกับปัญหาข้างต้น คาดว่าอาจต้อง เลื่อนการจ่ายเงินไปเป็นช่วงสัปดาห์หน้า"

ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 1 ธันวาคม 2559