ชมรม 7 วิชาชีพการแพทย์ ร้อง สธ.บรรจุ ขรก. พ้อมุ่งมั่นทำงาน แต่ไม่มั่นคง

Mon, 2017-05-22 21:45 -- hfocus
Print this pagePrint this page

ชมรม 7 วิชาชีพทางการแพทย์เรียกร้อง สธ.บรรจุข้าราชการ ระบุ 5 ปีที่ผ่านมา ทั้ง 7 วิชาชีพได้รับจัดสรรตำแหน่งข้าราชการน้อยมาก พ้ออดทนทำงานด้วยความอุตสาหะ มุ่งมั่นตั้งใจ แต่หน้าที่การงานไม่มั่นคง ขาดความก้าวหน้า ขาดสวัสดิการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ชมรม 7 วิชาชีพทางการแพทย์ ซึ่งประกอบด้วย นักเทคนิคการแพทย์ นักกายภาพบำบัด นักรังสีการแพทย์ นักกิจกรรมบำบัด นักจิตวิทยาคลินิก นักเทคโนโลยีหัวใจและทรวงอก และนักเวชศาสตร์สื่อความหมายและการพูด ได้ยื่นหนังสือถึงปลัดกระทรวงสาธารณสุข เรียกร้องขอตำแหน่งข้าราชการเพื่อบรรจุบุคลากร 7 วิชาชีพทางการแพทย์ โดยระบุว่า 5 ปีที่ผ่านมา กลุ่มบุคลากรเหล่านี้ได้รับการจัดสรรตำแหน่งข้าราชการในสัดส่วนที่น้อยมาก เมื่อเทียบกับการจ้างงานของแต่ละสาขาใน 7 วิชาชีพทางการแพทย์ ทำให้ยังคงเหลือบุคลากรที่รอการบรรจุอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งบุคลากรเหล่านี้เข้ามาทำงานในระบบของกระทรวงสาธารณสุขตั้งแต่ปี 2554 จนถึงปัจจุบันด้วยความคาดหวังที่จะได้เป็นข้าราชการและอดทนทำงานด้วยความวิริยะ อุตสาหะ มุ่งมั่นตั้งใจ ทุ่มเทและเสียสละ ท่ามกลางภาระงานที่หนัก และทรัพยากรจำกัดอย่างมาก

การที่นักวิชาชีพเหล่านี้อยู่ในสถานะลูกจ้างชั่วคราว พนักงานกระทรวงสาธารณสุขหรือพนักงานราชการ ทำให้มีอุปสรรคในการพัฒนางานให้มีคุณภาพสูงสุด ขาดความก้าวหน้า ขาดสวัสดิการ และขาดความมั่นใจในอนาคตของหน้าที่การงานที่รับผิดชอบว่าจะยั่งยืนหรือไม่

ดังนั้น มติที่ประชุมคณะกรรมการชมรม 7 วิชาชีพทางการแพทย์ เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2560 ได้สรุปข้อเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคในการประกอบวิชาชีพ เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพการบริการอย่างมีคุณภาพมาตรฐานแก่ประชาชน ตลอดจนสร้างขวัญกำลังใจ ความมั่นคงและความก้าวหน้าในอาชีพ เพื่อการรักษาบุคลากร 7 วิชาชีพในระบบบริการสุขภาพ จึงขอให้กระทรวงสาธารณสุขพิจารณาให้กับนักวิชาชีพ 7 สาขาวิชาชีพดังนี้

1.ขอให้จัดสรรตำแหน่งข้าราชการให้แต่ละสายงานใน 7 วิชาชีพทางการแพทย์ ให้ครอบคลุมจำนวนที่จ้างงานในปัจจุบัน

2.ขอให้กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับองค์กรของ 7 วิชาชีพทางการแพทย์ ในการวางแผนจัดสรรตำแหน่งข้าราชการสำหรับ 7 วิชาชีพทางการแพทย์ให้สอดคล้องกับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีด้านสาธารณสุข

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม