หวั่นให้ รพ.ราชวิถีซื้อยาทำไม่ได้จริง เผย รพ.เริ่มมีปัญหายาต้านไวรัสขาดแล้ว

เครือข่ายผู้ป่วยเปิดสถานการณ์วิกฤติยาต้านไวรัสเอชไอวีเริ่มขาด รพ.สั่งยาไม่ได้ยา นัดผู้ป่วยรับยา 3 เดือนปกติต้องได้ 3 ขวด แต่ได้มาขวดเดียว รพ.บางแห่งต้องนัดผู้ป่วยมารับยาทุกสัปดาห์แทน หวั่นผู้ติดเชื้อเอชไอวีจะดื้อยามากขึ้น หากยาในสต๊อกหมดลง แต่ปี 61 จัดซื้อไม่ทันจนมีปัญหายาขาด ด้านกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพกังวล ข้อเสนอให้ รพ.ราชวิถีซื้อยาทำไม่ได้จริง สุดท้ายติดขัดที่ข้อกฎหมายและระเบียบ จนซื้อยาไม่ได้ ข้องใจ สตง.ไม่คำนึงถึงผู้ป่วย ชี้ถ้าผิดจริงทำไมไม่ทักท้วงก่อนหน้า ปล่อยให้ทำมา 6 ปี

นายอนันต์ เมืองมูลไชย ประธานเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์ยาต้านไวรัสเอชไอวีช่วงรอยต่อปีงบประมาณ 2560-2561 เริ่มวิกฤติแล้ว และมีแนวโน้มว่าจะมีการขาดยาอย่างแน่นอน จากที่เครือข่ายฯ ได้ลงพื้นที่พูดคุยกับสมาชิกกลุ่มผู้ติดเชื้อ รวมถึงพยาบาลและเภสัชกรของ รพ.ในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบสถานการณ์ อาทิเช่น ยาต้านไวรัส Teevir ขาด รพ.ต้องจ่ายเป็น Teno-m+EFV ให้, เภสัชกรสั่งยา LPV/r โดยคีย์ข้อมูลสั่งไปในระบบ แต่ยังไม่ได้รับ, ยา Teevir ขาด หมอนัด 3 เดือนให้ยามา 1 ขวด ค้างไว้ 2 ขวด โดยบอกว่าถ้ายามาจะตามให้มารับส่วนที่เหลือ รวมถึง รพ.อีกแห่งพบปัญหายา TDF ขาด รพ.ต้องนัดให้ผู้ป่วยมารับยาทีละอาทิตย์ ยังทราบว่า รพ.ศิริราช, รพ.รามาธิบดี และ รพ.ชลบุรี ก็มีปัญหายาต้านไวรัสเอชไอวีขาดเช่นกัน

นอกจากนั้นยังมีปัญหา รพ.สั่งยาแล้วไม่ได้ยา เช่น ยา Teevir, ยา Rilpivirine, ยา Abacavir ซึ่งเป็นยาที่องค์การเภสัชกรรม (อภ.) ผลิตไม่ได้ ตรงนี้ไม่แน่ใจติดปัญหาในจุดใด อาจจะเป็นปัญหาที่ อภ.สั่งยาไม่ได้ หรือบริษัทส่งยาไม่ทัน หรือ สปสช.ติดปัญหาไม่สามารถซื้อได้แม้ ครม.จะมีมติอนุมติให้ดำเนินการได้ในปี 2560 แต่ สตง.ยังทักท้วงจนทำให้ไม่สามารถซื้อยาได้ในขณะนี้

“ขณะนี้ทาง รพ.กังวลว่า หากยาในสต๊อกหมดลง และยาใหม่เข้ามาในระบบไม่ทันจะทำอย่างไร เริ่มมีการแนะนำให้ผู้ติดเชื้อเตรียมรับกับสถานการณ์ยาขาด ซึ่งตอนนี้ผู้ติดเชื้อกังวลมาก เพราะยาต้านไวรัสต้องกินต่อเนื่อง ไม่เช่นนั้นจะมีปัญหาเชื้อดื้อยา” ประธานเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวีฯ กล่าว

นางสาวสุรีรัตน์ ตรีมรรคา ผู้ประสานงานกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ กล่าวว่า ข้อสรุปที่ได้จากการที่ รมว.สาธารณสุข หารือกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีนั้น เห็นว่าน่าจะมีปัญหาในเชิงกฎหมายและระเบียบ และในทางปฏิบัติจะไม่สามารถทำได้จริง จะส่งผลให้ผู้ป่วยต้องขาดยาแน่นอน เนื่องจากเงินจากกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่ สปสช.จะต้องโอนให้ รพ.ราชวิถีทำหน้าที่ซื้อยานั้น ตาม พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เงินกองทุนฯ ต้องใช้ตามจำนวนประชากรและงานของ รพ.นั้นๆ เป็นหลัก และเป็นเงินที่เข้าตามระเบียบเงินบำรุง ซึ่งเงินบำรุงของ รพ.ใด ก็ต้องใช้เพื่อกิจการของ รพ.นั้นๆ

“สุดท้ายข้อเสนอนี้ก็จะติดขัดระเบียบมากมายที่มีอยู่ จนไม่สามารถทำได้ และทำให้เกิดความเสียหายกับ รพ.ที่ไม่มียาให้ผู้ป่วย กรรมก็ตกอยู่ที่ผู้ป่วยต้อเสี่ยงกับชีวิต เสี่ยงต้องเผชิญกับปัญหาเชื้อดื้อยา ด้วยข้อระเบียบไม่จำเป็นของภาครัฐที่สร้างความเสียหายให้กับประชาชน กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอนี้ หากมีปัญหายาขาด รพ.ราชวิถีจะต้องรับไปเต็มๆ แล้วจะรับผิดชอบไหวหรือไม่ ที่สุดจะกลายเป็นว่าติดขัดระเบียบโน่นนี่นั่น และผลกระทบตกอยู่กับผู้ป่วยเหมือนเคย” นางสาวสุรีรัตน์ กล่าวและว่า ทั้งนี้ขอแจ้งเตือนผู้ติดเชื้อกว่า 3 แสนคนทั่วประเทศ ขอให้ใจเย็นก่อน อย่าเพิ่งมาพบนายกรัฐมนตรี แต่อาจต้องไปนอนรอรับยาที่ รพ.พร้อมๆ กัน กับผู้ป่วยไตวาย รพ.เตรียมตัวรับผู้ป่วยด้วย

ด้าน ผศ.ภญ.ยุพดี ศิริสินสุข กรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่ รมว.สาธารณสุขจะประชุมบอร์ด สปสช.นัดพิเศษวันที่ 18 ส.ค.นี้เพื่อหาข้อสรุปการจัดซื้อยาปี 2561 ว่า กรรมการหลักประกันสุขภาพภาคประชาชนจะเสนอให้ สปสช.ซื้อยาต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยงจากการขาดยาของผู้ป่วย เพราะนี่เป็นวิธีการเดียวที่จะทำได้เพื่อไม่ให้ผู้ป่วยขาดยา ก่อนหน้านี้ สปสช.ก็ทำหน้าที่นี้มาตลอดตั้งแต่ปี 2551 เริ่มจากยาต้านไวรัสเอชไอวี รวมถึงยาและเวชภัณฑ์สำหรับผู้ป่วยไต ก่อนที่จะเริ่มซื้อยา จ.2 ในปี 2553 ต่อมาปี 2554 เริ่มจัดซื้อวัคซีนและกลุ่มยากำพร้า เหตุใด สตง.จึงไม่ทักท้วง เพิ่งมาทักท้วงในปี 2559 หลังจากปล่อยให้ทำมา 9 ปี

“ถ้าผิดจริงทำไม สตง.ไม่ทักท้วงก่อนหน้า แต่เพิ่งมาทักท้วงปี 2559 ถ้าคิดว่าทำผิด ก็ต้องไปเอา สตง.ชุดเดิมมาลงโทษด้วยฐานไม่ทักท้วง ย้อนไปเมื่อปี 57 ก็เป็นการท้วงติงเรื่องระเบียบและการลงบัญชี ซึ่งเป็นความคิดที่แตกต่างในเชิงการบัญชี สตง.มองยาเป็นสินทรัพย์ของ สปสช. แต่ทาง สปสช.ถือเป็นของที่รอส่ง และเมื่อจะหาวิธีไม่ให้กระทบผู้ป่วย สตง.ก็คอยขัดขวางตลอด แม้กระทั่งปี 2560 ที่ ครม.ต้องใช้วิธีอนุมัติให้ สปสช.ซื้อยาได้ แต่ สตง.ก็ยังห้าม จนมีปัญหาเรื่องการจัดซื้อ ทั้งที่ทุกอย่างเพื่อประโยชน์ของผู้ป่วย ซึ่งเรื่องนี้ต้องขอบคุณ รมว.ปิยะสกล ที่ยืนกรานว่าปี 2560 ต้องเดินหน้าตามเดิม ขอยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง ซึ่งปี 61 ก็ต้องเป็นเช่นนั้น เพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยงจากการขาดยาของผู้ป่วย กรรมการภาคประชาชน ในบอร์ด สปสช.จะเสนอให้ สปสช.ซื้อยาต่อ"

ความคิดเห็นล่าสุด

ข่าวล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

กลับด้านบน