นพ.ธีระ วรธนารัตน์ : สาธารณสุขไม่ได้ล่มสลายครับ แต่ คน เงิน ของ...ไม่พอ

สาธารณสุขล่มสลาย...ความคิดบ้าๆ ที่ไร้สาระ

นั่นเป็นความรู้สึกแรกที่โผล่ขึ้นมาในความคิด หลังจากที่เห็นการแพร่ข่าวลักษณะนี้ผ่านเครือข่ายสังคมจากแหล่งเดิมๆ ที่พยายามปลุกระดมหลายเรื่องหลายราว กล่าวหาว่าร้ายคนและหน่วยงานต่างๆ ที่ไม่ทำทุกอย่างตามที่ตนเองต้องการ หาว่าเค้าเลว เค้าไม่ดี เค้าซูเอี๋ยกัน คอรัปชั่น ต้องกำจัดให้สิ้นซาก

ทั้งๆ ที่หลายต่อหลายเรื่องไม่เคยรู้เรื่องราวอย่างจริงจังลึกซึ้ง แต่กลับโฆษณาว่ารู้ลึกเกินไปเลยต้องออกมาแฉด้วยถ้อยความหยาบๆ ให้คนในสังคมดราม่ากันไปทุกวี่วัน แค่เรื่องที่ตนเชี่ยวชาญ ยังไม่เคยทำให้สถานการณ์ปัญหาดีขึ้นได้แม้แต่น้อย ดันเอาเสือมาใส่รองเท้าทำเรื่องอื่นในสังคมที่ตนเองไม่รู้เรื่องอะไรเลย บ้าหรือเปล่า?

กลับเข้ามาที่สาระ สาธารณสุขไม่ได้ล่มสลายครับ สิ่งที่เราเห็นมาตลอดคือ โครงสร้างพื้นฐานในการดูแลสุขภาพของประชาชนนั้นมันไม่เพียงพอที่จะสนองตอบต่อความต้องการจำเป็นด้านสุขภาพของประชาชนต่างหาก คน เงิน ของ...ไม่พอ เข้าใจไหมว่า "ไม่พอ"

ไม่พอนั้นมาจากทั้งปริมาณที่ไม่พอจริงๆ กับการกระจายที่ไม่เหมาะสม บางที่มีเยอะกว่าที่ควร แต่ส่วนใหญ่มีน้อยกว่าที่ควร เมื่อไม่พออยู่แล้ว ดันมีนโยบายที่กระตุ้นหนุนเสริมให้คนเข้าถึงบริการมากขึ้นด้วย โดยไม่สำรวจให้ดีก่อนว่าจะทำให้ภาระของระบบนั้นมากขึ้นเพียงใด และจะ suffer อย่างไร เรื่องมันเลยเป็นอย่างที่เห็นกันว่า งานต่างๆ เยอะเกินกว่าที่ระบบควรจะรับ แต่สุดท้ายแล้วระบบสาธารณสุขของเรา บุคลากรสุขภาพทั้งหลายเค้าไม่เคยใจไม้ไส้ระกำต่อคนไข้ เราจึงเห็นเค้าพยายามเต็มที่เกินกำลังในการดูแลคนไข้ไงล่ะ

อีกนัยหนึ่ง หากวิเคราะห์ดีๆ สถานการณ์ดังกล่าวนั้น ระบบสาธารณสุขไม่ได้ล่มสลายแน่นอน แต่มันบอกถึงว่า สถานะสุขภาพของประชาชนนั้นย่ำแย่ครับ เข้าใจไหมว่า "ย่ำแย่" สถานการณ์สถานะสุขภาพของคนจำนวนมากไม่ดี เค้าจึงเจ็บป่วย และมาพึ่งพาระบบสาธารณสุขไง

ใครทำให้สถานะสุขภาพของคนจำนวนมากไม่ดีล่ะ ก็มาจากลักษณะการใช้ชีวิตในสังคม ปัจจัยแวดล้อมทางสังคมต่างๆ ตั้งแต่การศึกษา อาชีพ การคมนาคม อาหารการกินและเครื่องดื่ม ที่อยู่อาศัย การคมนาคมขนส่ง และอื่นๆ ถ้าทำให้มันมีคุณภาพดีขึ้น สถานะสุขภาพจะดีขึ้น ปัญหาสุขภาพโดยรวมจะลดลง ภาระต่อระบบสาธารณสุขจะลดลง

เค้าศึกษาและพิสูจน์มากันจนพรุน รู้กันในระดับสากลแล้ว แต่แหล่งข่าวดราม่าทั้งหลายยังพยายามกันเหลือเกินที่จะสร้างและบิดเบือนกันไปเรื่อยว่ามาจากเหตุผลเดิมๆ อย่างระบบหลักประกันสุขภาพอย่างบัตรทอง ต้องล้มต้องล้างต้องปฏิรูป เพราะเป็นต้นตอแห่งการล่มสลาย มันใช่ซะที่ไหนครับ สมองน่ะลดความจงเกลียดจงชังลงเถิด ตายไปก็ตกนรกจากการกระทำแบบนี้จนชาชิน

ระบบหลักประกันทั้งหลาย หากที่ใดทำขึ้นมา เค้ามักมีวัตถุประสงค์ที่จะช่วยให้คนเจ็บป่วยได้เข้าถึงบริการดูแลรักษาเพื่อให้ดีขึ้นโดยเร็วจะได้กลับมาเป็นกำลังการผลิตให้ประเทศต่อไป ถ้าปล่อยให้คนยากคนจนส่วนใหญ่ของประเทศป่วยแล้วตายไปโดยไม่ได้รักษา จำนวนคนในประเทศจะลดลงฮวบฮาบ กำลังการผลิตลดลง คนรวยแค่หยิบมือจะอยู่รอดได้หรือ

แต่อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากการสร้างระบบหลักประกันสุขภาพนั้นมีแน่ ภาระงานในระบบมากขึ้นแน่ เพราะคนไม่เคยเข้าถึงกลับมาเข้าถึงบริการ ดังนั้นจึงจำเป็นที่ประเทศที่ต้องการจะทำระบบนี้ ต้องประเมินให้ดีว่าทรัพยากร คน เงิน ของ ที่มีนั้นมันรองรับไหวไหม ไหวแค่ไหน ต้องไม่สัญญาเกินตัวว่ากรูทำได้ทุกอย่าง เพราะมันเป็นไปไม่ได้หากทรัพยากรจำกัด

การถัวเฉลี่ยความเสี่ยงทางสุขภาพ อันถือเป็นหลักการสำคัญของการจัดการระบบการเงินการคลังแบบถัวเฉลี่ยรายจ่ายต่อหัวประชากรนั้น ในอดีตเคยใช้ได้ แต่ในอนาคตไม่มีทางใช้ได้อีกต่อไป เพราะคนทั่วโลกสูงอายุมากขึ้น และเจ็บป่วยมากขึ้นพร้อมกันกับอายุที่เพิ่มขึ้นเหมือนกันไปหมด

ดังนั้นจึงต้องรับสัจธรรมนี้ด้วย และร่วมกันคิดหามาตรการจัดการ เตือนให้คนของเราทุกคนไม่ประมาทในชีวิต และเตรียมจัดการตนเองและครอบครัวล่วงหน้าตั้งแต่ยังเป็นวัยทำงาน

เลิกเสียทีเถิดประชาชนชาวไทย เลิกแชร์ข่าวดราม่าจากคนหรือแหล่งเดิมๆ ที่เหมือนหวังดีแต่กลับกระหน่ำซ้ำเติมให้มีแต่ความบาดหมาง ไม่มีทางที่แนวทางแบบนั้นจะก่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้ ถือโอกาสร่วมกันรับรู้ว่า บุคลากรสุขภาพของประเทศเรานั้นเค้าทำงานกันหนักมาก มากเกินกว่าที่ควรจะเป็น และบุคลากรเหล่านั้นเค้าก็ล้วนแต่เป็นเพื่อนพ้องน้องพี่ของเรา หรืออีกหน่อยก็อาจเป็นหนึ่งในลูกหลานของเรา ดังนั้นควรหันมาช่วยเค้ากัน ช่วยอย่างไร?

หนึ่ง ทรัพยากรในระบบไม่พอ ทั้งคนเงินของ หากเรามีแรงกาย ทักษะต่างๆ ก็อาสาไปช่วยโรงพยาบาลใกล้บ้านของเราตามเวลาที่เราพอมี หากมีเงินหรือข้าวของต่างๆ ไปถามและไปบริจาคเลย ไม่ต้องลังเล เพราะสุดท้ายโรงพยาบาลเค้าไม่ได้เอาไปทำหากำไรเข้าตัว เค้าเอาไปให้คนไข้แหงๆ อยู่แล้ว

สอง ถมอย่างไรก็ยากที่จะเพียงพอ หากไม่ช่วยกันดูแลตนเองให้มีสุขภาพที่ดี ลดละเลิกปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้สุขภาพแย่ลง ทั้งเหล้าบุหรี่ ยาเสพติด ของกินประเภทหวานเค็มมันจัด ออกกำลังกายบ้าง ตรวจสุขภาพประจำปีหากทำได้

สาม รัฐน่ะ เพลาๆ การปั่นตัวเลขทางเศรษฐกิจผ่านการสนับสนุนธุรกิจที่ทำลายสุขภาพประชาชน ใจต้องกล้าหน่อย ทั้งบุหรี่ เหล้า ฟาสต์ฟู้ดส์ และอื่นๆ

สี่ ความรับผิดชอบต่อสังคมนั้นสำคัญ คนไทยแต่ละคนควรทบทวนชีวิตตนเองว่า แต่ละวันคุณทำอะไรดีๆ บ้าง และมีการกระทำอะไรทำร้ายตนเองและคนอื่นในสังคมบ้าง ทิ้งขยะเป็นที่เป็นทางไหม ใช้ชีวิตเสี่ยงและประมาทไหม เบียดเบียนคนอื่นแค่ไหน ลดบ้างได้หรือเปล่า ในขณะเดียวกันธุรกิจอุตสาหกรรมต่างๆ เจ้าของและคนทำงานในธุรกิจอุตสาหกรรมนั้นๆ ก็ควรทบทวนเช่นกัน ว่ามีทางใดที่จะพัฒนาระบบการทำงานและผลิตภัณฑ์สินค้าหรือบริการต่างๆ ให้ดีต่อคนในสังคมได้เพิ่มขึ้นไหม

นี่คือสี่ข้อสำคัญที่ทุกคนควรทำ ไม่ใช่ไปสร้างดราม่าป่าวประกาศว่าล่มสลาย แล้วหาแพะรับบาปที่ไม่เข้าท่า ไม่ใช่ไปป่าวประกาศว่าต้องล้มล้างโน่นนี่นั่น ไม่ใช่ชี้แต่ปัญหา แต่ตัวเองก็ไม่เคยมีความคิดเชิงบวกที่จะชี้ให้เกิดการพัฒนา เน้นแต่เรื่องทางตรงข้าม

มาป่าวประกาศความคิดไม่เข้าท่า เอาคณาจารย์โรงเรียนแพทย์ไปทำงานชนบท โดยที่ไม่รู้เสียเลยว่าเดี๋ยวนี้เค้าทำงานกันไปถึงไหนแล้ว และคนในพื้นที่นั้นมีความเชี่ยวชาญในการดูแลคนในพื้นที่มากกว่าเหล่าคนที่อยู่บนหอคอยงาช้าง ที่ไม่เคยไปคลุกดิน

นายกฯ ควรพิจารณาอย่างจริงจังเสียที ว่าจะปล่อยให้เกิดดราม่าบ้าบอคอแตกแบบที่เห็นไปอีกนานแค่ไหน เราต้องการคนดีและเก่ง ที่สำคัญที่สุดคือ จิตใจต้องดีและคิดเชิงบวกครับ

ป.ล.หากเพื่อนพ้องน้องพี่จะช่วยสังคมไทย ก็กรุณาอธิบายเรื่องที่กล่าวไว้ข้างต้นให้แวดวงของเราได้เข้าใจกันบ้างก็จะเป็นพระคุณอย่างสูง

ผู้เขียน : ผศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ผศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์

กดถูกใจแฟนเพจ Hfocus.org บน Facebook ติดตามข่าวสารระบบสุขภาพทุกความเคลื่อนไหว

Comments

system break down • 2018-10-06, 20:35
มันไม่ได้ล่มสลายพังทลายแบบแผ่นดินไหวในญี่ปุ่น หรือซึนามิแถวอินโดเนเซีย หรอกครับท่านอาจารย์ แต่มันล่มสลายในเรื่องเชื่อถือความศรัทธาที่มีต่อระบบบริการและการบริหารทางการแพทย์และสาธารณสุขของรัฐของไทย.... ความศรัทธาเชื่อมั่นในระบบการแพทย์และสาธารณสุขที่ล่มสลายพังทลาย เช่น แม้แต่ผู้บริหารและพนักงาน สปสช.ก็ไม่เชื่อมั่นในสิทธิบัตรทองบริการทางการแพทย์ของระบบบัตรทอง 30 บาทรักษาทุกโรค ไม่ยอมใช้สิทธิบัตรทอง 30 บาท แต่ตั้งสิทธิขึ้นมาเองใหม่เรียกว่า"สิทธิสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ"จ่ายค่ารักษาฯแบบ free sevice ทั้งผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน ไม่ใช้ระบบเหมาจ่ายรายหัวแบบบัตรทองหรือประกันสังคมสำหรับผู้ป่วยนอก และไม่ยอมใช้DRG สำหรับผู้ป่วยใน https://mgronline.com/daily/detail/9600000062758 .....ส่วนกลุ่มคนที่พอมีปัญญาจ่ายก็เทไปซื้อประกันสุขภาพเอกชนกันจำนวนมากขึ้น คงเพราะไม่เชื่อมั่นในความยุ่งยากและคุณภาพของสิทธิบัตรทอง 30 บาท "ไทย...ครองแชมป์อาเซียนซื้อประกันสุขภาพสูงสุด" https://www.facebook.com/AsianKnowledgeInstitute/posts/372476402819070 ยิ่งความศรัทธาเชื่อมั่นของบุคลกรทางการแพทย์และสาธารณสุขสาขาต่าง ๆ ในการบริหาร จัดการแก้ปัญหาต่าง ๆ ชองผู้บริหารระดับสูงในกระทรวงสาธารณสุขแทบจะไม่หลงเหลืออยู่แล้ว ไม่รู้จะเรียกว่าล่มสลายพังทลายได้หรือเปล่า เพราะแทบทุกสาขาวิชาชีพสุขภาพต่างมุ่งหน้าสู่ทำเนียบรัฐบาลให้แก้ปัญหาให้ แทบมองไม่เห็นหัวว่าปลัดกระทรวงหรือรัฐมนตรีว่ามีตัวตน เช่น "ลูกจ้างแพทย์แผนไทยดีเดย์ 8 ต.ค.นี้ บุกทำเนียบร้องบรรจุเข้ารับราชการ" https://www.hfocus.org/content/2018/10/16416 หรือ "เภสัชกรลูกจ้างชั่วคราวเตรียมบุกทำเนียบ 2 ต.ค.นี้ ขอความเป็นธรรมบรรจุเข้ารับข้าราชการ" https://www.hfocus.org/content/2018/09/16404 หรือ "พยาบาล 3 พันบุกทำเนียบทวงสัญญาบรรจุ 1.7 หมื่นตำแหน่ง" https://www.hfocus.org/content/2012/10/1480 เหล่านี้หากไม่เรียกว่า health care system break down ก็ไม่รู้ว่าจะเรียกอะไรแล้วครับท่านอาจารย์
break down • 2018-10-06, 20:54
"โอด!เปิดบ้านบุคลากรสาธารณสุข ‘รพ.สต.’ เก่าต้องรื้อถอน เกินซ่อมแซม " https://www.matichon.co.th/local/quality-life/news_1162708
system break down • 2018-10-07, 06:10
วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 ณ โรงพยาบาลท่าคันโท จ.กาฬสินธุ์ รศ.นพ.วัชรพงศ์ พุทธิสวัสดิ์ ประธานคณะอนุกรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานบริการสาธารณสุขระดับเขตพื้นที่ (ขอนแก่น) และคณะอนุกรรมการฯ ลงพื้นที่เยี่ยมชมการดำเนินงานโรงพยาบาลท่าคันโท โดยมี ดร.วิมลรัตน์ ภูผาสุข รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์, นพ.พุทธรักษ์ ดีสิน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลท่าคันโท และคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ ให้การต้อนรับ....... รศ.นพ.วัชรพงศ์ กล่าวว่า จากสถิติล่าสุดพบว่าคนไทยเสียชีวิตจากไส้ติ่งอักเสบเป็นอันดับ 5 ของโลก ทั้งนี้สาเหตุเกิดจากการวินิจฉัยโรคได้ช้า ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตระหว่างการตรวจรักษา ซึ่งถือว่าอันดับในเรื่องนี้ใกล้เคียงกับประเทศด้อยพัฒนาในแถบแอฟริกา https://www.hfocus.org/content/2018/02/15444
Anonymous • 2018-10-07, 06:13
ไทยครองแชมป์ เสียชีวิตบนถนนมากที่สุดในโลก http://www.bltbangkok.com/CoverStory/ไทยครองแชมป์เสียชีวิตบนถนนมากที่สุดในโลก
system break down • 2018-10-07, 06:18
นี่ก็ แชมป์ระดับโลก https://travel.mthai.com/travel_tips/110517.html https://news.mthai.com/world-news/549782.html
system break down • 2018-10-07, 06:28
อึ้ง!คนไทยดื่มเหล้าอันดับ 5 ของโลก สิงห์อมควัน 11.5 ล้านคน อึ้ง!คนไทยดื่มเหล้าอันดับ 5 ของโลก สิงห์อมควัน 11.5 ล้านคน https://www.thairath.co.th/content/325460
system break down • 2018-10-07, 06:32
ไทยมีผู้ป่วยวัณโรครายใหม่ปีละ 1.2 แสนคน แต่เข้าถึงการรักษาแค่ 7 หมื่นคน https://www.hfocus.org/content/2016/03/11940
ไม่บ้าๆและไม่ไร้สาระ • 2018-10-07, 22:13
หมอจุฬา โพสต์สะเทือนใจ สาธารณสุขไทยกำลังล่มสลาย ใกล้ถึงจุดเรือจม! https://pantip.com/topic/38117376
system break down • 2018-10-08, 15:13
"ผอ.รพ.กาฬสินธุ์" ลั่นไม่ไปรายงานตัวที่ใหม่ สธ.แจงตั้ง ผอ.รพ.เลยซ้ำซ้อน ยันมี ผอ.รพ.ตราด ไม่ได้ว่าง https://mgronline.com/qol/detail/9610000100515 "หมอเกรียงศักดิ์" พร้อมรายงานตัวรับตำแหน่งใหม่ ขู่ทบทวนโยกย้ายจนชวด "ผอ.รพ.ขอนแก่น" ฟ้องนายกฯ - ป.ป.ช.แน่ https://mgronline.com/qol/detail/9610000100349
copy หมอดื้อ ht... • 2018-10-10, 19:01
"ระบบสุขภาพจะง่ายกว่าหรือไม่ โดยให้ล่มสลายก่อนแล้วไปเริ่มใหม่จากศูนย์? (ตอน 1)"........คณะกรรมการปฏิรูประบบสาธารณสุขถูกตั้งมาครบหนึ่งปีเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2561 สิ่งที่ต้องถามกรรมการซึ่งตนเองเป็นหนึ่งในกรรมการนี้ด้วยคือหลังจากที่มีความชัดเจนเรื่องการปฏิรูปที่ต้องมี 4 ด้าน 10 ประเด็นซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา 6 เมษายน 2561.........หลังจากนั้นสามารถขับเคลื่อนอะไรไปได้บ้าง?..........1- การบริหารหลักประกันสุขภาพต้องทำเพื่อให้เกิดความยั่งยืนเป็นธรรมและยุติธรรมต่อผู้ป่วยและเจ้าหน้าที่สาธารณสุข สำนักงานหลักประกันสุขภาพ หรือ สปสช. ตลอดเวลาที่ผ่านมาทำตัวเป็นผู้กำหนดทุกสิ่งอย่าง วิธีการรักษา งบในการรักษา และชักดาบไม่ยอมให้เงินในการรักษา และเอาหน้า ว่าให้สิทธิการรักษาล้นเหลือ แต่แท้ที่จริงคนรักษาไม่มีเงินจะมาทำการรักษา..........2-สปสช.อ้างว่า มอง รพ.รัฐ เหมือนกับบริษัทประกันสหรัฐฯกับ รพ.เอกชน ที่จุดประสงค์ของ รพ.เอกชนคือกำไร แต่เมืองไทย รพ.รัฐไม่ใช่เอกชน ยากดีมีจนรักษาหมด ในวันที่ 30 กันยายน 2561 ที่โรงพยาบาลมหาราช โคราช มีผู้ป่วยมากกว่า 1,800 ราย เกินความจุที่จะรับได้ เตียงผู้ป่วยแน่นเรียงรายรวมทั้งบริเวณทางเดิน มีผู้ป่วยหายใจเองไม่ได้ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจอย่างน้อย 390 ราย นี่คือผู้ป่วยที่อยู่ในโรงพยาบาลไม่นับผู้ป่วยที่รอตรวจที่หอผู้ป่วยนอกและยังมีหน่วยที่ต้องทำการล้างไต ต้องมีการผ่าตัดต้องมีคลินิกพิเศษเฉพาะโรคต่างๆ..คนป่วยอาการหนักแน่นล้นทะลักโรงพยาบาลรัฐเป็นทุกแห่งไม่ใช่แต่ที่จังหวัดนี้ เจ้าหน้าที่ที่ทำการรักษาทุกระดับจัดเป็นยอดมนุษย์พิเศษ.........3-สถานการณ์เหล่านี้สุกงอมเต็มขั้น ทราบปัญหาในระดับล่าง ในทุกระดับว่าต้องการการปฏิรูปและต้องการการแก้ไขโดยด่วนโดยต้องมีเจ้าภาพทุบโต๊ะ สั่งให้ต้องทำทันที ไม่มีการยึกยักยืดเยื้อ แต่หามีไม่.........4- ค่าใช้จ่ายที่แท้จริง สำหรับคนไข้ในภาวะหนึ่งแต่มีความรุนแรงและซับซ้อนในระดับต่างๆกัน กระบวนการวินิจฉัยเพื่อให้ได้การรักษาที่ถูกต้อง จะใช้วิธีการตรวจต่างกันออกไป และการรักษาก็จะมีกระบวนการแตกต่างกันออกไปเช่นกัน เช่นไส้ติ่งอักเสบ กับไส้ติ่งที่แตก หรือโรคติดเชื้อชนิดหนึ่งที่มี อาการในระบบเดียวหรือหลายระบบและเกิดช็อก ตับวาย ไตวาย โคม่า.........5-ตัวเลขที่แท้จริงเหล่านี้ต้องนำมาเปิดเผยและร่วมคิดในงบที่ต้องใช้จ่ายจริงในระบบหลักประกันสุขภาพ การคิดง่ายๆ เบ็ดเสร็จว่าเมื่อเป็นอย่างนี้ต้องทำเท่านี้ทำเกินเลยไม่ได้ เรื่องที่ประกาศว่าการคิดงบประมาณสามารถทำได้สำเร็จโดยเปลี่ยนสิ่งมีชีวิตคือมนุษย์ที่เจ็บป่วยให้คิดกลายเป็นระบบสิ่งไม่มีชีวิตและสามารถมีเงื่อนไขระเบียบปฏิบัติตายตัว เป็นเรื่องเหลือเชื่อที่ สปสช.คิด และนักวิชาการที่เข้าไปคิดหลักปฏิบัติ.. ทั้งๆที่ตัวเองในหนึ่งวันอาจดูคนไข้แค่สามคนและเป็นโรคที่ตนเองถนัด แต่ออกแบบให้ทำในพื้นที่ที่ขาดแคลนคน ประสบการณ์ เครื่องมือ อุปกรณ์.......6-ตัวเลขจริงเหล่านี้มีความหมายมากในการจัดการเรื่องการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค จนถึงการรักษา เพราะโดยแท้จริงแล้วประเทศต้องใช้เงินก้อนเดียวกันต้องคิดว่าทุกอย่างออกจากกระเป๋าเดียวกันและคนไทยต้องตระหนักว่าเมื่อถึงเวลาเจ็บป่วยถ้าเป็นหนักมากขึ้นเรื่อยๆเงินก้อนเดียวของประเทศไม่มีทางเพียงพอซึ่งขณะนี้ก็ไม่พออยู่แล้ว........ 7-จะตกลงอย่างไรเรื่องที่ต้องกำหนดบทบาทให้ชัดเจน สปสช.ต้องไม่ทำตัวกำกับทุกสิ่งอย่างทั้งๆที่ไม่รับทราบสถานการณ์จริง หรือแกล้งทำเป็นไม่รู้สถานการณ์จริง ใช้ระบบปลายปิดกล่าวคือเมื่อมีงบเท่าไหร่ จะรักษาไปอย่างไร แต่เงินจะได้ตามงบที่เหลือ.. และนี่คือประเด็นสำคัญที่การรักษาไม่สามารถทำให้มีประสิทธิภาพสูงสุดได้ คนป่วยซึ่งต้องสามารถชะลอหรือหยุดยั้งการดำเนินของโรคได้ตั้งแต่เนิ่นๆ รพ.ขาดทุน รพ.รัฐคือเจ้าหนี้ สปสช.ต้องเป็นลูกหนี้ไม่ใช่ทำตัวเป็นเจ้านาย........8-การคิดเงินจากปลายปิดคือคิดจากงบที่มี ไม่ได้คิดจากความซับซ้อนของภาวะของโรคและแพทย์ผู้รักษาในแต่ละสถานการณ์........เรื่องนี้พูดกันมาหนึ่งปีเต็มๆ จะเอา อย่างไรกันแน่เรื่อง สปสช. เรื่องหลักประกันสุขภาพ เรื่องตรงนี้ไปรับฟังจากที่ประชุมโรงพยาบาลศูนย์ที่มีคนเข้าร่วมประชุมสองสามพันคน การเงินการคลังมีส่วนเกี่ยวพันเรื่องการบริหารของสำนักงานหลักประกันสุขภาพ เรื่องการกำหนดกฎเกณฑ์ที่ไร้ประสิทธิภาพ เรื่องชักดาบ เรื่องประกาศประชาชนทั่วไปถึงสิทธิเพิ่มขึ้น แต่เมื่อให้ไปแล้วเบิกเงินไม่ได้ คนรักษาตกเป็นจำเลยเรื่องเชื่อมโยงไปถึงการฟ้องร้อง.......... เราพูดกันมามากกว่าหนึ่งปีซ้ำซากจะเอาอย่างไรกันดีครับ จะตกลงกันอย่างไรต้องแจ้งให้ประชาคมทราบ. "หมอดื้อ" https://www.thairath.co.th/content/1386501
copy หมอดื้อ ht... • 2018-10-10, 20:07
"ระบบสุขภาพจะง่ายกว่าหรือไม่ โดยให้ล่มสลายก่อนแล้วไปเริ่มใหม่จากศูนย์? (ตอน 2)".........เรื่อง สปสช.เป็นเรื่องที่กระทบประชาชนเกือบ 80% ของประเทศที่ยังไม่เข้าใจระบบ ตั้งแต่ตั้งมาช่วงแรก งบน้อยไม่ขาดทุนเพราะคนใช้น้อย รัฐบาลก็เลยเป็นเทวดา ใช้เงินงบประมาณเหมือนเอกชน.........โดยคนใน สปสช. กรรมการหลักประกันจัดตั้งเพราะต้องการให้ รพ.รัฐใช้จ่ายจากเงินบำรุง โดยเงินบำรุงค่อยๆหมดไปจนที่เห็นในสภาพปัจจุบัน การรักษาทุกโรคโดยไม่จำกัดและไม่มีส่วนร่วมช่วยเอื้อ ทำให้ระบบอยู่ไม่ได้แน่นอน คนแก้ ผู้บริหารประเทศต้องอยู่บนผลประโยชน์ระยะยาวและความยั่งยืนของระบบ แต่คนที่ต้องการชนะเลือกตั้ง ไม่มีใครอยากแก้ แน่นอนเพราะจะไม่ได้รับเสียงจากประชาชน ถ้ายิ่งใกล้เลือกตั้ง ยิ่งไม่มีทางสำเร็จ......... คณะกรรมการปฏิรูปมีสัญญากับประชาคมตามราชกิจจานุเบกษาวันที่ 6 เมษายนไม่เฉพาะแต่เรื่องการเงินการคลังและรวมถึงเรื่องการจัดตั้งกรรมการนโยบายสุขภาพแห่งชาติ การแบ่งเขตสุขภาพ รวมทั้งระบบสาธารณสุขมูลฐาน......... ไม่แน่ใจว่าคณะกรรมการชุดนี้ทำอะไรให้มีการขับเคลื่อนจริง ประเด็นที่คณะกรรมการชุดนี้ต้องทำ ทำไปได้เพียงมากกว่า 1 แต้มเล็กน้อยในประเด็นทั้งหมดถ้าคณะกรรมการชุดนี้ทำไม่ได้เพราะติดขัดก็สมควรที่จะยุบคณะกรรมการชุดนี้ไปเลย.......... การตั้งกรรมการนโยบายระบบสุขภาพคือการกระจายอำนาจไม่ใช่รวบอำนาจ National health policy board เป็นความจำเป็นของประเทศไทยซึ่งด้านการรักษาค่อนข้างเป็นผู้นำระดับโลก (สำหรับคนรวย) แต่เรื่องการเงินการคลัง การบริหารหลักประกันสุขภาพ ต้อง reform คือต้องรื้อหมด......... การพัฒนาด้านส่งเสริม เป็นการพัฒนาระบบสุขภาพที่คุ้มค่าอย่างยั่งยืน ทำให้ประชาชนเกิดความรักตัวเอง......... รักสังคม รักสิ่งแวดล้อม รักประเทศ เกิด self-management ต้องทำให้เกิด health literacy healthy city และ good governance ทุกกลุ่มวัย โดยเฉพาะให้เกิดทักษะการดูแลสุขภาพตั้งแต่วัยเด็ก ซึ่งระบบสุขภาพเพียงระบบเดียวไม่สามารถทำให้คนแข็งแรงได้ จำเป็นต้องกินความกว้างขวางและใช้ได้ในทุกบริบท........ เป็นมากกว่า you are what you eat คือ you are where you live เปลี่ยนแปลงคนอาจจะยาก แต่ต้องเปลี่ยนในที่สุด แต่ปรับสภาพแวดล้อมและนโยบายให้ประชาชนแข็งแรงทำได้......... ผู้เกี่ยวข้องทำงานด้านนี้มีหลายภาคส่วน ทั้ง health non-health เอกชน และภาคประชาสังคม NHPB กำหนดนโยบายทิศทาง เพื่อให้ระดับเขต จังหวัด นำไปปรับตามบริบท เกิด ownership ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมสนับสนุน........ 9-สถานการณ์วิกฤติของสำนักอาหารและยาของประเทศไทย สิ่งที่ต้องแก้ไขโดยด่วน ประเทศไทยกำลังส่งเสริมการเป็นศูนย์กลางการวิจัยทางคลินิกและนวัตกรรมด้านยาและเทคโนโลยีชีวภาพ แต่จากการประเมินระบบยาของประเทศไทยโดยองค์การอนามัยโลกที่เรียกว่า WHO Benchmarking tool ระหว่างวันที่ 11-15 มิถุนายน พบว่า ประเทศไทยยังต้องทำแผนแก้ไขปรับปรุง 5 จาก 9 function ได้แก่ ระบบการขึ้นทะเบียน ระบบการเฝ้าระวังความปลอดภัย (Vigilance) ระบบการอนุญาตสถานที่โดยเฉพาะที่ต้องเชื่อมโยงกับ สสจ.ทั่วประเทศ ระบบการตรวจตราให้เป็นไปตามกฎหมาย และการตรวจตราการวิจัยทางคลินิก (Clinical trial oversight) WHO สรุปคำแนะนำว่า ที่สำคัญที่สุดคือการแก้ไขกฎหมายยาให้ทันสมัย Obsolete Drug Act resulted to complex and inadequate legal and regulatory framework สำหรับ activity ที่มีปัญหามากที่สุดคือ การตรวจตราการวิจัยทางคลินิกซึ่งต้องเร่งแก้ไข ตัวอย่างของข้อเสนอแนะของตัวชี้วัดต่างๆ ชี้ว่าจะต้องมีการแก้ไขกฎหมาย ซึ่งต้องแก้ไข พ.ร.บ.ยา เพื่อให้ อย. มีอำนาจในการระงับหรือ suspend clinical trial......... ประเด็นเหล่านี้ WHO ให้เวลาในการแก้ไข 1 ปี ในขณะที่ยังไม่ชัดเจนว่าประเทศไทยจะมีกฎหมายอะไรมาควบคุมการวิจัยทางคลินิกจึงต้องเพิ่มมาตราที่จำเป็นเหล่านี้ไว้ โดยควรแก้ไข พ.ร.บ.ยาเป็นรายมาตรา....... ในขณะนี้มีความพยายามหมกเม็ด อยากให้กองส่งเสริมการประกอบการผลิตภัณฑ์สุขภาพ (สสผ.) เป็นฝ่ายผิดฝ่ายเดียวว่าทำให้ตกการประเมินจาก WHO ทั้งๆที่มีหลายประเด็นมากมายที่ต้องได้รับการแก้ไขจากสำนักยา และการแก้ พ.ร.บ.ต้องเป็นไปอย่างรอบคอบไม่ให้วิชาชีพใดวิชาชีพหนึ่งมีสิทธิ์ในการผลิตยา ขายยาที่ไม่เป็นไปตามสากล และมีความพยายามที่จะให้ พ.ร.บ.ยาออกไปให้เร็วที่สุดโดยรีบร้อน และไม่ได้แก้ไขตามที่ WHO แนะนำ เพียงแต่อยากรวบอำนาจกลับไปที่สำนักยา และไม่ได้ไตร่ตรองอะไรที่มาจากความเห็นส่วนรวม คนข้างใน อย.เองก็ไม่ได้รับทราบการแก้ไข เปลี่ยนแปลง ที่เอื้อประโยชน์ต่อคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง......... 10-เรื่องที่พูดกันปากฉีกเรื่องสารเคมีพิษฆ่าคน ยังไม่ยอมทำอะไร ก๋วยเตี๋ยวสารกันบูดมหาศาล (จาก ผอ.ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์) สาเหตุให้ตับและไตถูกทำลาย จากการได้รับสารกันบูดมากเกินไปแถมทำลายวิตามินบีหนึ่ง เกิดอัมพาต แขนขาอ่อนแรง หัวใจวาย ตายเป็นสิบ อัมพาตเป็นร้อยในประเทศไทยในแค่ 3 ปีที่ผ่านมา........ ผลการตรวจวิเคราะห์ พบปริมาณกรดเบนโซอิก (สารกันบูด) ตั้งแต่ 1,079-17,250 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็ก 17,250......... เส้นหมี่ 7,825 กวยจั๊บเส้นใหญ่ 7,358 กวยจั๊บเส้นเล็ก 6,305 บะหมี่โซบะ 4,593 ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ 4,230 จากผลวิจัยดังกล่าวทำให้ความเชื่อเดิม....... ที่คิดว่าเส้นหมี่ ซึ่งมีลักษณะแห้ง จะมีวัตถุกันเสียน้อย แต่จะพบมากในเส้นใหญ่ที่มีความชื้นสูงนั้น ข้อเท็จจริงปรากฏว่า กลับมีการใส่วัตถุกันเสียเยอะมากเป็นอันดับ 2 รองจากเส้นเล็ก เส้นที่ไม่พบสารเลย คือเส้นบะหมี่เหลือง เพราะผลิตจากแป้งสาลี ส่วนเส้นอื่นๆที่ผลิตจากแป้งข้าวเจ้า ที่มีความชื้นสูง ทำให้ราขึ้นง่าย จึงมีการใส่วัตถุกันเสีย ขณะที่วุ้นเส้นก็ไม่มีปัญหาเช่นกัน......... สรุป นี่เป็นบางประเด็นเท่านั้น ที่ยึดโยงเกี่ยวพันไปถึงผลประโยชน์ ถึงความหย่อนยาน ละเลยไม่ทำหน้าที่ที่ต้องทำ มีเส้นมีสาย ทำให้ไม่มีการทุบโต๊ะ ถ้าสลายแล้วเริ่มใหม่น่าจะเป็นทางรอดของลูกหลาน.........."หมอดื้อ" https://www.thairath.co.th/content/1391396

ความคิดเห็นล่าสุด

จุดยืนประชาชน
22 ชั่วโมง 27 นาที ago

ข่าวล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

จุดยืนประชาชน
22 ชั่วโมง 27 นาที ago
กลับด้านบน