เห็นชอบ รพ.กทม.บริการรูปแบบพิเศษ ค่าบริการสูงกว่าปกติ อัพเกรดเทียบชั้นเอกชน

สภา กทม.เห็นชอบ กทม.เปิดให้บริการทางการแพทย์รูปแบบพิเศษ ค่าบริการสูงกว่าปกติ เพื่อเพิ่มความสะดวกให้แก่ผู้รับบริการ พร้อมอัพเกรดเทียบชั้นเอกชน แต่กำหนดต้องเปิดคู่บริการปกติ

ร.ต.ต.เกรียงศักดิ์ โลหะชาละ

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2561 ร.ต.ต.เกรียงศักดิ์ โลหะชาละ ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่ 4 (ครั้งที่4) ประจำปีพุทธศักราช 2561 โดยมี สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร

นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ ประธานคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ค่าบริการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ... ได้รายงานผลการพิจารณาของคณะกรรมการฯ เพื่อให้ที่ประชาสภากรุงเทพมหานครพิจารณาในวาระที่ 2 และวาระที่ 3 โดยร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ค่าบริการ (ฉบับที่ ...) พ.ศ. ... ฉบับนี้กรุงเทพมหานครจะปรับปรุงและพัฒนารูปแบบการบริการทางการแพทย์และการสาธารณสุขโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เพื่อให้ผู้รับบริการได้รับความสะดวกรวดเร็ว ลดความแออัดของผู้รับบริการทางการแพทย์ที่มีอยู่จากการให้บริการรูปแบบเดิม และตอบสนองความต้องการของผู้รับบริการด้านการแพทย์และการสาธารณสุขได้อย่างครอบคลุม

ทั้งนี้ที่ผ่านมากรุงเทพมหานครไม่สามารถเก็บค่าบริการทางการแพทย์รูปแบบพิเศษและค่าบริการทางวิชาการด้านการแพทย์และสาธารณสุขได้ เนื่องจากไม่มีกฎหมายให้อำนาจไว้ อีกทั้งค่าบริการทางการแพทย์ตามรูปแบบเดิมก็มีการเก็บค่าบริการที่ไม่เหมาะสม สมควรแก้ไขเพิ่มเติมข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ค่าบริการ พ.ศ.2543

สำหรับการบริการทางการแพทย์รูปแบบพิเศษ หมายความถึงการบริการทางการแพทย์โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ซึ่งผู้รับบริการจะได้รับการบริการอย่างสะดวก รวดเร็ว ในสถานที่ที่จัดไว้เป็นสัดส่วนเฉพาะตามความเหมาะสม ทั้งนี้ผู้รับบริการจะต้องเสียค่าบริการสูงกว่าค่าบริการปกติ

อย่างไรก็ดี คณะกรรมการวิสามัญฯ มีข้อสังเกตว่า เมื่อกรุงเทพมหานครเปิดให้บริการทางการแพทย์รูปแบบพิเศษแล้ว จะต้องให้บริการทางการแพทย์รูปแบบปกติควบคู่กันไปด้วย รวมทั้งกรุงเทพมหานครควรกำหนดอัตราค่าบริการทางการแพทย์รูปแบบพิเศษโดยนำอัตราค่าบริการของโรงพยาบาลอื่นของรัฐมาประกอบในการพิจารณากำหนดอัตราค่าบริการด้วย

ที่ประชุมสภากรุงเทพมหานครมีมติเห็นชอบกับร่างข้อบัญญัติเรื่อง ค่าบริการ (ฉบับที่ ...) พ.ศ. ... และจะส่งให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครพิจารณาลงนามและประกาศใช้ต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ กรุงเทพมหานครรายงานข้อมูลการให้บริการด้านการแพทย์ในโรงพยาบาลสังกัด กทม.ว่า ในปัจจุบัน กทม.มีโรงพยาบาลในสังกัดจำนวน 9 แห่งโดยมีจำนวนเตียงผู้ป่วยที่ให้บริการรวมทั้งสิ้น 1,845 เตียงโดยจะมีผู้ป่วยเข้ารักษาพยาบาลปีละประมาณ 3.8 ล้านคน และจำนวนผู้ใช้บริการมีแนวโน้มมากยิ่งขึ้น ทำให้ในแต่ละปี กทม.ต้องจัดสรรงบประมาณสนับสนุนในรายจ่ายต่างๆ นับพันล้านบาท

ดังนั้น กทม.จึงมีแนวทางการพัฒนาโรงพยาบาลในสังกัดให้เกิดทางเลือกในการรักษาพยาบาลแบบมีค่าใช้จ่าย เพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่โรงพยาบาลมากยิ่งขึ้น ซึ่ งกทม.จะพัฒนาในรูปแบบโรงพยาบาลระบบพิเศษซึ่งจะมีการคิดค่าบริการทางการแพทย์สูงกว่าค่าบริการรูปแบบ ตามสิทธิปกติ สำหรับประชาชนที่มีความต้องการ แต่ในระบบบริการดังกล่าวจะมีการพัฒนาการบริการที่สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯให้ดีมากยิ่งขึ้น ซึ่งคนไข้สามารถเลือกรับบริการรูปแบบมาตรฐานหรือรูปแบบพิเศษได้

ทั้งนี้ค่าบริการในรูปแบบพิเศษ อาจมีค่าบริการทางการแพทย์สูงกว่าปกติ แต่ก็ยังถือว่าต่ำกว่าค่าบริการในโรงพยาบาลเอกชน หรือโรงพยาบาลรูปแบบพิเศษอื่น ๆ ซึ่ง กทม. จะพัฒนานำร่องในโรงพยาบาลที่มีความพร้อมคือ โรงพยาบาลตากสิน โรงพยาบาลกลาง และโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ โดยปรับปรุงพื้นที่โรงพยาบาลเป็นสัดส่วนให้บริการแบบพิเศษโดยเฉพาะ

ซึ่งการดำเนินการปรับปรุงร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครครั้งนี้ เพื่อดำเนินการบริหารจัดการโรงพยาบาลสังกัด กทม.แบบ 2 ระบบ และแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายข้อบัญญัติของกรุงเทพมหานครเรื่องค่าบริการทางการแพทย์ เพื่อให้สามารถเรียกเก็บจากประชาชนได้ในอัตราที่เหมาะสมมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังได้แก้ไขระเบียบ ให้สามารถจ่ายค่าตอบแทนให้กับบุคลากรทางการแพทย์ที่ปฏิบัติงานในสถานพยาบาลบริการสุขภาพรูปแบบพิเศษ ซึ่งเป็นการทำงานนอกเวลาราชการ ดังนั้นค่าตอบแทนก็จะต้องเหมาะสมจากปกติ

Comments

ตัวอย่างที่ดี • 2018-10-25, 16:13
โรงพยาบาลท้องถิ่นที่ให้บริการมาตรฐานเดียวทั้งในเรื่องอัตราค่ารักษาพยาบาลและรูปแบบการให้บริการ มาตรฐานแบบเอกชน ไม่แบ่งแยกคนจนคนรวย ก็มีให้ศึกษาเรียนรู้ มีให้เห็นเป็นตัวอย่างที่ดีนะครับ ......................................................................................................................................................... รพ.อบจ.ภูเก็ต “ขาดทุนทุกปี แต่ไม่ใช่ปัญหา ยังมีรายได้อื่น ทำเพื่อดูแลประชาชน”..............'เนชั่นสุดสัปดาห์' เชื่อว่าทุกคนคงมีประสบการณ์ใช้บริการโรงพยาบาล หากเป็นโรงพยาบาลรัฐ-ข้อดีคือ ค่าบริการสมเหตุผล ไม่ต้องกังวลว่าจะกระเป๋าฉีก แต่ว่า..ต้องมีเวลาและความอดทนสูงมากๆ เพราะคนไข้เยอะ ต้องรออย่างน้อยครึ่งวันกว่าจะได้พบแพทย์ หากไม่อยากรอนาน ก็ไป รพ.เอกชน ข้อจำกัดคือแพง แถมบางครั้งจะให้เข้าเครื่องตรวจโน่นนี่ ซึ่งทุกอย่างเป็นเงินทั้งนั้น มนุษย์เงินเดือน (น้อย) อย่างเรา มิคู่ควร............... แต่คนภูเก็ตมีทางเลือกที่ 'ดีกว่า' เพราะมี 'โรงพยาบาลองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต' ที่เน้นการบริการแบบเอกชน คิดค่าบริการเท่าภาครัฐ เพราะเจ้าของคือ องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ภูเก็ต สังกัดกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย.............. ที่น่าทึ่งไปกว่านั้นคือ เป็นโรงพยาบาล อบจ.แห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย ใช้งบการดำเนินงานจาก อบจ. โดยจ้างแพทย์และบุคลากรจาก บริษัท โรงพยาบาลธนบุรี จำกัด (มหาชน) หรือ รพ.ธนบุรี...................โรงพยาบาลแห่งนี้มีขนาด 129 เตียง เปิดให้บริการผู้ป่วยนอก 31 พฤษภาคม 2554 มีคนไข้สิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ในเขตรับผิดชอบ พื้นที่หมู่ 4 และหมู่ 7 ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต ณ กันยายน 2557 จำนวน 11,273 คน เข้าร่วมโครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2554 ถึงปัจจุบัน และผู้ที่ปลุกปั้นให้โรงพยาบาลดำเนินการมาได้ถึงทุกวันนี้คือ ไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายก อบจ.ภูเก็ต (สมัยที่สอง)............... ไพบูลย์ จบการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ จากสหรัฐอเมริกา และทำธุรกิจของครอบครัวอุปัติศฤงค์ ซึ่งเป็นตระกูลเก่าแก่ของภูเก็ต ปี 2529 เข้าสู่วงการพัฒนาที่ดิน เป็นนักพัฒนาที่ดินที่โด่งที่สุดคนหนึ่งของจังหวัด รวมทั้งเป็นอดีตประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ต............... เข้าสู่สนามการเมืองโดยลงสมัครเป็น ส.ว.ภูเก็ต ปี 2543 รับเลือกตั้งสองสมัย เข้าสู่การเมืองท้องถิ่นเข้ารับเลือกตั้งในตำแหน่ง นายก อบจ. แข่งกับ อัญชลี วานิช เทพบุตร และอาคารโรงพยาบาลหลังนี้ อัญชลีได้ซื้อไว้ และบอกประชาชนว่าจะสร้างโรงพยาบาล.............. เมื่อชนะการเลือกตั้งในปี 2551 ไพบูลย์จึงก่อตั้งโรงพยาบาลแห่งนี้ขึ้นมา และนั่นเป็นเหตุให้เขาถูกตรวจสอบจากหน่วยงานภาครัฐ เพราะ 'ทุบกำแพงห้อง' เพื่อปรับจากห้องเดี่ยว เป็นห้องผู้ป่วยรวม ดังที่เจ้าตัวเล่าว่า............... "นายกฯ ไม่มีอำนาจทุบกำแพง หากไม่ทุบทำห้องรวมไม่ได้ เพื่อให้ทันกำหนดการของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ซึ่งขึ้นทะเบียนปีละครั้ง ต้องทำให้ทัน นั่นเป็นสาเหตุว่าต้องทำให้เร็วที่สุด พอเห็นว่าต้องทุบกำแพงห้อง ก็ทำ พอ สตง.มาสอบ ผลการสอบบอกว่าไม่มีความเสียหาย แต่ไม่มีอำนาจ แม้กระทั่งการซื้อเครื่องมือก็ไม่มีอำนาจ ต้องขออนุญาตจากกรมการแพทย์ให้ช่วยดูแล"............... 'เนชั่นสุดสัปดาห์' มีโอกาสพบกับ นายก อบจ.ภูเก็ต ในโอกาสที่ สปสช.ไปเยี่ยมชมการดำเนินงานของโรงพยาบาล.............. ก่อนทำเคยคิดไหมว่าจะเจอปัญหาตามที่กล่าวมาข้างต้น................. ก่อนอื่นต้องขอบคุณ คุณอัญชลี วานิช เทพบุตร ท่านเป็นนายก อบจ. ผมมาเป็นต่อจากท่าน และท่านซื้อโรงพยาบาลนี้ไว้ เป็นโรงพยาบาลพญาไทซึ่งปิดตัวไป อบจ.ซื้อมา ผมเป็นนายกฯ ก็เอามาพัฒนาต่อ ทำให้เป็นโรงพยาบาลที่รองรับ สปสช.ได้ เมื่อก่อนมีเฉพาะเตียงเดี่ยว เตียงคู่เพราะเป็นโรงพยาบาลเอกชน ไม่ได้รองรับผู้ป่วยตามสิทธิ สปสช. และคนยากจน สปสช.ให้คำแนะนำว่าถ้าจะให้เป็นโรงพยาบาลท้องถิ่น ต้องทำเตียงรวม รองรับพี่น้อง............. ประชาชนผู้ด้อยโอกาส ประชาชนทั่วไปตอนนั้นได้รับงบรายหัวจาก สปสช.แล้ว............... ยังครับ เป็นงบ อบจ. อย่างเดียว พอเราได้รับคำแนะนำก็ปรับปรุงสถานที่มีห้องรวม ให้พี่น้องประชาชนได้ใช้บริการจากเดิมเป็นโรงพยาบาลเอกชน รองรับคนมีฐานะ............... ถึงวันนี้ประเมินว่าได้ตามเป้าหมายแค่ไหน ประสบความสำเร็จหรือยัง............... โรงพยาบาลเปิดให้บริการเป็นปีที่สี่ ถือว่าประสบความสำเร็จมาก จากคนไข้ต่อวันไม่ถึง 100 คนเป็น 700 คน เตียงที่เตรียมไว้เต็มแล้ว ห้องเดี่ยวหลายๆ ครั้งแทบไม่เพียงพอ ห้องไอซียูแทบไม่พอ ต้องมีแผนขยายห้องไอซียู ขยายเตียงเพิ่มขึ้นอีก 20 กว่าเตียง............... ปีที่ผ่านมาขาดทุนตลอด.............. ปีนี้ตั้งเป้าว่างบรายได้ของที่นี่ 200 กว่าล้านบาท แต่ใช้งบ 300 กว่าล้านบาทในการบริหารจัดการ ฉะนั้น ขาดทุนปี 2558 เป็นเงินร้อยกว่าล้าน แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาว่าเรารองรับไม่ได้ เนื่องจากเรามีงบฯ จากค่าธรรมเนียมโรงแรมปีละร้อยกว่าล้าน มีภาษีมูลค่าเพิ่ม ล้อเลื่อนบุหรี่ และรายรับจากเงินอุดหนุน (จากรัฐบาล) ปีละพันกว่าล้าน รวมแล้ว อบจ.มีรายได้ทั้งหมดปีละ 1,400 ล้านบาทสามารถเกลี่ยรายได้จากส่วนอื่นมาโปะครับ เรามีงบต้องใช้ด้านการศึกษา 300 กว่าล้าน นั่นคือที่มาว่าเราพร้อมจะขยายโรงพยาบาลแห่งนี้ไปอำเภอถลาง อาจมีหน่วยบริการทางการแพทย์ที่อำเภอถลาง............... ตกลงรายจ่ายเกินรายรับไม่ใช่ปัญหา.................. ครับ เราสามารถรองรับการขาดทุนได้ เนื่องจากเราเก็บค่าบริการถูก ค่าบริการแค่ 1 ใน 3 ของโรงพยาบาลเอกชน เราคิดอัตราเดียวกับโรงพยาบาลรัฐบาล เราให้บริการเหมือนโรงพยาบาลเอกชน ในราคาไม่แพง สถานที่สะดวกสบาย มีทีมงานแพทย์เฉพาะทางมีความพร้อม นี่คือสาเหตุว่าทำไมคนมาใช้บริการที่นี่เยอะ เรามีแพทย์เฉพาะทาง โรงพยาบาลอื่นก็มี แต่รอคิวผ่าตัดนาน ของเรามีแพทย์เฉพาะทางด้านนัยน์ตา กระดูก หัวใจ ที่จะมาดูแล ตอนนี้เรามีชื่อเสียงมาก มีคนมารับบริการเยอะ คนไข้ใช้สิทธิประกันสังคม สปสช.และสิทธิข้าราชการได้ นอกนั้นเป็นคนไข้วอล์คอิน ต้องจ่ายเงิน................ พื้นที่ดูแลตามสิทธิบัตรทอง มีประชาชนแค่สองหมู่บ้าน............... เนื่องจากเราคุยกับสาธารณสุขจังหวัด เขาให้พื้นที่ประชากรหมู่ 4 และ 7 ให้เรารับผิดชอบ นั่นเป็นที่มาตั้งแต่ตอนแรก เราก็ไม่อยากมีปัญหากับการแบ่งพื้นที่ ให้อะไรเราก็เอา แต่พอบริการเป็นปีที่สี่คนมาใช้บริการเยอะมาก จำเป็นต้องเอาข้อเท็จจริงมาคุยกันว่าพี่น้องประชาชนยอมรับบริการเรา หน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ควรมาคุยกันใหม่ว่า การขึ้นทะเบียนของผู้ใช้บริการเป็นอย่างไร มีคนลงทะเบียนใช้สิทธิที่โรงพยาบาลถลาง โรงพยาบาลวชิระ โรงพยาบาลป่าตอง แต่บางส่วนมาใช้บริการที่นี่ เราต้องส่งไปเก็บเงินที่โน่น แต่ไม่คุ้ม หากขึ้นทะเบียนตรงจะดีกว่า.................. ความยั่งยืนที่โรงพยาบาลจะมีรายได้เลี้ยงตัวเอง หากนายกฯ หมดวาระไป.............. ขึ้นกับรัฐบาลว่าจะออกแบบรัฐธรรมนูญอย่างไร จะยุบ อบจ.หรือเปล่า ถ้ายุบ-ต้องคิดว่าจะดูแลโรงพยาบาลนี้อย่างไร มันเกินหน้าที่ที่ผมต้องตอบ สิ่งที่เราเรียกร้องคือขอให้ดูกฎกติกา ระเบียบที่จะสนับสนุนโรงพยาบาลท้องถิ่น เพราะเป็นแห่งแรกในประเทศไทยที่บริหารงานโดย อบจ. เพราะฉะนั้น กระทรวงมหาดไทยไม่เคยทำมาก่อน ต้องแก้กติกาให้เข้าให้ได้ เช่น การซื้อเครื่องมือแพทย์ การซื้อยานอกบัญชี เป็นยังไง ซึ่งเขาไม่เคยทำมาก่อน หากเกิดความยั่งยืนจริงๆ แพทย์-พยาบาลต้องเป็นคนของ อบจ. แต่ตอนนี้เงินเดือนนายก อบจ. 7 หมื่นบาท แต่เงินเดือนแพทย์ 150,000 บาท ไม่เหมือน กทม.ที่มีกฎหมายพิเศษ............ ตามที่บอกว่ามีเรื่องถูกสอบสวนสองกรณี.............. ครับ เขาบอกรัฐไม่เสียหาย เพียงแต่ผมไม่มีอำนาจในการทุบ (หัวเราะ) อีกเรื่องเช่น สตง.บอกรถโดยสารสาธารณะ (รถสองแถวสีชมพูที่วิ่งในตัวเมืองภูเก็ต จำนวน 30 กว่าคัน) ดูแลพี่น้องประชาชนวันละ 6-7 พันคน นักเรียนนักศึกษานั่งฟรี ประชาชนทั่วไปคนละ 10 บาท ดำเนินการแล้วขาดทุนปีละประมาณ 10 กว่าล้าน สตง.บอกขอให้หยุดให้บริการ ส่งเรื่องมาจังหวัด จังหวัดก็บอกให้หยุด ผมชี้แจงว่าหยุดไม่ได้เพราะเป็นการบริการประชาชน กรุงเทพฯ ยังมีรถเมล์ฟรี ผมก็ไม่หยุด และว่าจะดำเนินการหาป้ายโฆษณามาติดข้างรถ และขึ้นราคาจาก 10 บาทเป็น 15 บาท เพื่อลดการขาดทุน ตอนนี้ผมก็ดำเนินการมาเรื่อยๆ นี่เป็นสองเรื่องที่ทักท้วงมา ก็พยายามทำ สร้างความโปร่งใส คิดว่าเดือนหน้าถ้าจำเป็นต้องขึ้นเป็น 15 บาท ก็ทำ เพื่อไม่ต้องหยุดให้บริการ เราปรับปรุงเพื่อให้อยู่ได้ตามกฎหมาย ขาดทุนน้อยหน่อย................. หน้าที่ของ สตง. คือตรวจสอบ หน้าที่ของเราคือทำให้ทราบว่า โปร่งใส ตรวจสอบได้ ไม่ได้ทุจริต เพื่อให้บริการพี่น้องประชาชน นั่นคือสิ่งที่เราต้องทำ ไม่ต้องไปโฆษณา.............. คิดว่าโรงพยาบาลลักษณะนี้จะเกิดขึ้นที่อื่นได้ไหม ถ้ามีคนอยากทำมีคำแนะนำอย่างไรบ้าง............. เมืองท่องเที่ยวหาแพทย์ พยาบาลได้ หากไม่ใช่เมืองท่องเที่ยว ก็ไม่ใช่เมืองที่แพทย์ พยาบาลจะมาง่ายๆ หากเป็นเมืองใหญ่ๆ อย่าง สงขลา สุราษฎร์ฯ ซึ่งเขาอยากมาอยู่ด้วย และทำงานนอกเวลาได้.............. ตั้งเป้ากับที่นี่ไว้อย่างไร............. ขยายห้องไอซียู รองรับคนไข้ให้ได้ ตอนนี้ไม่พอ มีไอซียู 4 ห้อง และจะเปิดห้องเดี่ยวอีก 27 เตียง ตอนนี้เต็มแล้ว อนาคตอาจขยายถึง 190 เตียง............. สปสช.เกลี่ยงบฯ ให้ด้านไหน............ การลงทะเบียนผู้รับบริการบัตรทอง ให้งบตามรายหัว ตอนนี้มีประมาณหนึ่งหมื่นเจ็ดพันคน ทั้งจังหวัดประชากร 2 แสน 5 (ไม่รวมประชากรแฝง)..โรงพยาบาลตั้งอยู่ในตำบลตลาดใหญ่ ขอเพิ่มประชากรจากตำบลตลาดใหญ่ได้ไหม จากหมื่นเจ็ด เป็นสองหมื่นเจ็ด (ตลาดใหญ่ประชากรหมื่นคนเศษ) ประชากรขึ้นทะเบียนกับโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต แต่มีคนไข้จากโรงพยาบาลวชิระมาใช้บริการเรา 60 กว่าเปอร์เซ็นต์ และเราต้องไปเก็บเงินจากโรงพยาบาล................. ช่วยขยายความที่บอกว่าเมื่อก่อนเป็นพ่อค้า ทำทุกอย่างที่กฎหมายไม่ห้าม............ เป็นพ่อค้าทำได้ทุกอย่างที่กฎหมายไม่ห้ามไว้ แต่ราชการทำอะไรไม่ได้ ถ้ากฎหมายไม่บอกให้คุณทำ ไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของคุณ มันขัดใจไง (เน้นเสียง) ผมเคยอยู่เอกชนทำงานได้ไว เช่น ทุบกำแพง ผมสั่งทุบเลย ในเมื่อไม่ได้ทุจริต เอาประชาชนเป็นตัวตั้ง แต่ราชการบอกคุณไม่มีอำนาจทุบ ถ้าผมอยู่ราชการมาก่อนอาจทำไม่สำเร็จ เพราะต้องรอก่อนว่า ทำได้ไหม มีอำนาจทุบไหม มิน่าเมื่อก่อนเขาถึงบอกราชการเช้าชาม เย็นชาม คือไม่ใช่หน้าที่เขา ทำทำไม ถ้าไปทำ-ผิด ยิ่งทำมากผิดมาก ข้าราชการจึงอยู่นิ่งเฉยๆ แต่เอกชนอยู่เฉยๆ ไม่ได้นะ ถ้าไม่ทำไม่มีกิน ข้าราชการทำมากกว่านั้น คุณผิด............. แล้วทำอย่างไร............. ผมพยายามเอาความรวดเร็วของภาคเอกชน กับระเบียบราชการมาผสานกัน ทำไงให้ราชการเร็วขึ้นและไม่ผิดระเบียบ นั่นคือที่มาว่าทำไมเราทำได้ ผมบอกทีมว่า ถ้าคิดแบบระบบราชการ ทำงานบริการประชาชนไม่ได้ ต้องปรับตัวเอง ทำงานให้เร็วขึ้น กฎกติกามีไว้แก้ไขให้ประชาชนได้รับความสะดวก เหมือนที่ สปสช.มาวันนี้ ผมบอกท่านเลขาธิการ สปสช.ว่า กฎกติกาใดที่ให้ผมทำงานได้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชน ก็ขอบคุณท่านและทีมงานทั้งหมด ที่แนะนำตั้งแต่แรก เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา ขอกฎกติกาที่ช่วยให้ทำงานได้ก่อน............ ทำไมต้องการเปิดหน่วยบริการที่ถลาง............. มีประชากรและนักท่องเที่ยวเยอะ แต่ไม่มีหน่วยให้บริการ ตอนนี้ผมเอารถอีเอ็มเอสไปให้บริการทั้งจังหวัด ทุกตำบล ถ้ามีปัญหา โทร 1669 เขาส่งมาโรงพยาบาลได้เลย เมื่อก่อนต้องเอารถจากเมืองไปถลาง ไปกลับ ตอนนี้มาขาเดียว ต่อไปมีโรงพยาบาลสาขาที่ถลาง ถ้า อบจ.มีโอกาสขึ้นทะเบียน..ขอคิดไว้ก่อน ทำได้ไม่ได้อีกเรื่องหนึ่ง คือต้องมีวิชั่นก่อน ถ้าไม่ฝันก่อน ก็ไม่เกิด อย่ามองปัญหา เอาเป้าหมายก่อน ลุยไปเลย ระหว่างนั้นแก้ปัญหาไปด้วย ถ้าบอกว่าปัญหาเยอะแยะ มันไม่เกิดเลย แต่ตั้งเป้าว่าทำยังไงจะให้เกิดให้ได้............. ไม่หงุดหงิดหากมีปัญหาเข้ามาระหว่างทาง.......... ต้องอธิษฐานทุกเช้า ผมเป็นคริสเตียน ขอให้พระผู้เป็นเจ้า พูดแบบพุทธคือเอาคนที่เคยทำบุญร่วมกันมาก่อน คนที่มีใจ มาทำงานร่วมกัน พระผู้เป็นเจ้านำคนดีๆ มาทำงานร่วมกัน โรงพยาบาลนี้สำเร็จได้ ไม่ใช่พวกผม แต่เป็นเพราะพระเจ้ากำหนดให้ทุกคนมาทำงานร่วมกัน ทั้งสาธารณสุข สปสช. โรงพยาบาลธนบุรี อบจ. มาทำงานด้วยใจ............ อธิษฐานเรื่องสุขภาพด้วยไหม............ ครับ ขอให้ผมแข็งแรง อายุยืน ปีนี้เกือบ 60 ปีแล้ว มีกำลังจากพระเจ้ามาดูแลพี่น้องประชาชน ให้เราเป็นเกลือและแสงสว่าง เมื่อก่อนเกลือเป็นของหายาก................ทราบว่าก่อนหน้านี้ป่วย.................. เป็นมะเร็งลำไส้ ผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว พระเจ้าให้กลับมา ก็ปรับชีวิตใหม่ กินเฉพาะปลา ส่วนหมู เนื้อ ทานไม่ได้ กินผัก ผลไม้ พักผ่อนให้มากขึ้น น้ำหนักลดไป 10 กก. เมื่อก่อนอ้วน สาเหตุที่เป็นคงมาจากทำงานหนักไม่มีเวลาพักผ่อน อาจจะเป็นกรรมพันธุ์ด้วย คุณแม่ก็เป็น ส่วนใหญ่ฝั่งหงษ์หยกเป็นมะเร็งหลายคน (มารดาของไพบูลย์มาจากตระกูลหงษ์หยก............... ด้าน ทวีสา เครือแพ รองผู้อำนวยการ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต 11 สุราษฎร์ธานี กล่าวถึงภาพรวมของหน่วยบริการในจังหวัดภูเก็ต ว่าเป็นของ กระทรวงสาธารณสุขหลัก 3 แห่งคือ รพ.วชิระภูเก็ต รพ.ถลาง รพ.ป่าตอง และว่าการมีโรงพยาบาล อบจ.แห่งแรกของไทย จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงของประชาชน เดิมฝั่งนี้มีแต่ รพ.วชิระภูเก็ต เมื่อมีโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น ทำให้คนไข้มีตัวเลือกมากขึ้น............ "ข้อดีที่เห็นชัดเจนคือเป็นโรงพยาบาลรัฐแต่บริการแบบเอกชน เป็นที่นิยมของคนทั่วไป เพราะไม่ต้องรอนาน ที่พักคนไข้ก็ไม่แออัด พนักงานยิ้มแย้มแจ่มใส เอาหลักบริการเอกชนมาใช้กับรัฐ แต่ช่วงนี้ปัญหาคือ อบจ. ไม่มีกฎหมายรองรับ มันก็เหนื่อยหนัก ทำอะไรติดขัดไปหมด เช่น ซื้อเครื่องมือสักชิ้น ไม่มีเทียบราคากลาง เขาก็ต้องไปหาจากที่อื่น ตรงนี้ต้องทำอีกเยอะมาก อย่างไรก็ดี ผมว่าคนภูเก็ต และคนอาศัยอยู่ภูเก็ตได้ประโยชน์ ผมชื่นชมทีมงานที่คิดและทำตรงนี้ ต่างประเทศหรือที่อื่น หน่วยบริการไม่ขึ้นกับกระทรวงสาธารณสุข ขึ้นกับจังหวัดหรือรัฐ กระทรวงสาธารณสุขทำหน้าที่ออกกฎ ระเบียบ ควบคุมกฎหมาย คุณภาพบริการ แต่ประเทศไทยไม่ได้ดีไซน์แบบนั้น กระทรวงสาธารณสุขมีโรงพยาบาลของตนเอง".................. โรงพยาบาลเปิดดำเนินการเป็นปีที่สี่ ขาดทุนสะสมทุกปี แต่ทำไมยังเปิดบริการได้ อบจ.เอางบฯ จากไหน รวมทั้งคำอธิบายจากประโยคที่ว่า "พ่อค้าทำได้ทุกอย่างที่กฎหมายไม่ห้ามไว้ แต่ราชการทำอะไรไม่ได้ ถ้ากฎหมายไม่บอกให้คุณทำ" ฟังแล้วปวดใจดีแท้!............... สินีพร มฤคพิทักษ์ : เรื่อง / พันศักดิ์ เต็งประเสริฐ : ภาพ........... ที่มา : หนังสือพิมพ์เนชั่นสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 6 - 12 ก.พ. 2558 คอลัมน์: สัมภาษณ์พิเศษ: 'เป็นพ่อค้าทำได้ทุกอย่างที่กฎหมายไม่ห้าม แต่ราชการทำอะไรไม่ได้ ถ้ากฎหมายไม่บอกให้ทำ' ไพบูลย์ อุปัติศฤงค์.. https://www.hfocus.org/content/2015/02/9249
ตัวอย่างตายไปแล้ว • 2018-10-30, 00:09
คือก่อนตาย โดยม.44 สั่งปลดโดยไม่ได้รับเงินเดือนด้วยครับ ถ้าคนทำแบบนี้ แล้วโดนแบบนี้ ขนาดประชาชนเลือกมา พี่คิดจริง ๆ เหรอว่า จะมีพวกข้าราชการสังกัดกระทรวง หรือกทม. เลือกหนทางนี้ เป็นทางสู่มรรคผล ...หาเงินจากคนไข้ ตามที่ "กฎหมายบอกให้คุณทำ" แต่ลืมไปแล้วว่ามาสมัครเป็นแพทย์ในรพ.รัฐบาลทำไมตั้งแต่ตอนเรียนจบมา ง่ายกว่าครับ
คนตายพูดไม่ได้ • 2018-10-30, 02:22
"...ตานี้มาดูเรื่องที่ “ไพบูลย์ อุปัติศฤงค์” ถูกแจ็กพอต ม.44 ของ คสช.เข้าเต็มหน้าอย่างไม่ได้ตั้งตัว ก็เรื่องของการปรับปรุงโรงพยาบาล อบจ.ภูเก็ต ที่โดยเนื้อแท้แล้ว เป็นการรับลูกต่อจาก อบจ.ชุดที่แล้วมาดำเนินการสานต่อ ด้วยเห็นว่าเป็นเรื่องจำเป็นของทุกชีวิตในภูเก็ต.............. แต่ถ้าเขาทิ้งโรงพยาบาล อบจ. เพราะคิดว่าเป็นโครงการของผู้บริหารชุดเก่าที่ไม่มีความจำเป็นจะสานต่อ ชาวภูเก็ตกว่าครึ่งเมืองที่เลือกตั้งเขาเข้ามาจะต้องรุมด่า ประณาม และสาปแช่งแน่นอน.............. จังหวัดภูเก็ต มี 3 อำเภอ มีโรงพยาบาลรัฐ 3 แห่ง โรงพยาบาลวชิระ อยู่อำเภอเมือง เป็นโรงพยาบาลหลักในตัวเมือง ปัจจุบันได้ยกระดับเป็นโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลถลาง เป็นโรงพยาบาลชุมชน อยู่อำเภอถลาง ตอนเหนือของเมือง โรงพยาบาลป่าตอง เป็นโรงพยาบาลชุมชน อยู่อำเภอกะทู้ ทางฝั่งตะวันตก............. หลังหมดยุคแร่ดีบุก ยางพาราตกต่ำ กับปัจจุบันแห่ปลูกกันทุกภาค ภูเก็ตต้องปรับสภาพเป็นเมืองท่องเที่ยว เพราะมีทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล และมีโลเกชันที่สวยงาม รวมทั้งอาหารการกินหลากหลายสมบูรณ์ และทั่วโลกต่างขานรับ............. ทุกอย่างเพอร์แฟกต์ ประชาชนจากทั่วโลก ทั้งคนไทยจำนวนมากหลั่งไหลมาสูดโอโซน มาท่องเที่ยว และมาลงทุน ปักหลักขุดทอง รับจ้างประกอบอาชีพ ทำมาหากินมากมาย นักท่องเที่ยวมาแล้วก็กลับ แต่ที่เป็นภาระให้ท้องถิ่นภูเก็ต ก็พวกที่มาแล้วไม่กลับ และยังชักนำกันเข้ามาอีก ก็พวกนักขุดทองนี่แหละ ที่เป็นประชากรทั้งแฝง และไม่แฝง แย่งกันกิน แย่งกันอยู่ ตามมาด้วยแรงงานต่างด้าวอีกเป็นหมื่นเป็นแสน พ่วงด้วยผู้ติดตามตัวเล็กตัวน้อย และผลิตผลที่ออกมาใหม่ เพราะไม่ได้คุมกำเนิดอีกมากมาย............. เจ็บไข้ได้ป่วยก็ไปอัดกันอยู่ที่โรงพยาบาลทั้ง 3 แห่ง อุบัติเหตุ ป่วยอาการหนัก โรงพยาบาลชุมชนทั้ง 2 แห่งไร้เครื่องมือ ก็ต้องให้รถอัมบูรัน “วี้หว่อ” ส่งต่อเข้าโรงพยาบาลวชิระที่เป็นโรงพยาบาลหลักไปยัดทะนานรอคิวตายอยู่ที่นั่น เพราะไม่ได้รับการรักษาพยาบาลทันท่วงที ขาดทั้งหมอ ทั้งพยาบาล แม้เครื่องมือแพทย์ และส่วนใหญ่ต้องใช้บัตรทองรักษาฟรี หรือ 30 บาททุกโรค แม้กระทั่งผู้ป่วยประกันสังคม ก็ต้องไปรอตายอยู่ที่นั่นเหมือนกัน.............. ปี 2554 เป็นเรื่องจริงที่ภูเก็ตวิกฤตแพทย์ โดยก่อนหน้านั้น หมอหลายคนทยอยยื่นใบลาออก น่าจะเงินเดือนไม่พอรับประทาน เงินเบี้ยเลี้ยง และโอทีก็ไม่คุ้ม ต่างออกไปเฝ้าคลินิกที่คนไข้รอคิวทะลักเดินกันพล่านฟุตปาธ................ แล้วกลับมากินอัตราจ้างพิเศษของโรงพยาบาลวชิระอีก มันเป็นหยั่งงี้แหละ พระคุณท่าน คุณหมอผู้เสียสละ................ โรงพยาบาลป่าตอง อาการหนัก จำได้หมอมีแค่ ผอ.อยู่คนเดียว กำลังยื่นใบลาออกเหมือนกัน ด้วยว่าเจอมรสุม แต่ก็ต้องทนอยู่ หันไปทางโรงพยาบาลถลางก็อีหรอบเดียวกัน หมอเจษฎา จงไพบูลย์พัฒนะ ผอ.โรงพยาบาลวชิระ รับภาระแก้ปัญหา โยกหมอที่เป็นหลักของวชิระ วิ่งรอกสับเปลี่ยนกันดูแล ทั้ง 3 โรงพยาบาล ผลออกหัวออกก้อย ไม่ได้ตามดู.......... เพราะฉะนั้น ยืนยันได้ว่าข้อมูลที่ “แดง ชวลิต ณ นคร” รองนายก อบจ.รักษาการนายกฯ แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่โรงพยาบาล อบจ.ภูเก็ต เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา.......... ไม่ตอแหล!......... ความเดือดร้อนจากการเจ็บไข้ได้ป่วย ไม่มีใครคาดคิด ไม่มีใครอยากให้เกิด โรงพยาบาลก็ไม่มีใครอยากเข้าใกล้ หรือไปนอนพักผ่อนในสถานที่อย่างนั้น แต่ก็หนีไม่พ้น สุดท้ายก็ต้องไปเกิด ไปตายกันที่โรงพยาบาลอีกนั่นแหละ........... เมื่อเข้าวงการเมืองอาสาเข้ามาเป็นคนของประชาชน ความทุกข์ความเดือดร้อนของประชาชนก็เป็นหน้าที่ที่จะต้องดันแก้ไขกันสุดลิ่ม โรงโรงพยาบาล อบจ.เปิดได้มีหมอ มีพยาบาล อุปกรณ์การแพทย์ ตามกำลังงบประมาณ รักษาไข้กันได้ตามอัตภาพ............. แต่รักษาฟรีไม่ได้ เพราะไม่มีงบ ไม่มีทุนให้ทำได้............. จะทำได้ก็ต้องเข้าระบบเดียวกับโรงพยาบาลรัฐ ต้องขึ้นทะเบียนต่อสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เพื่อจะได้เงินอุดหนุนมาเป็นทุนใช้ในการรักษาผู้ป่วยยากไร้เหมือนโรงพยาบาลรัฐทั้ง 3 แห่ง ตามโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า.............. แล้วไอ้หน่วยงาน สปสช.นี่ก็อีกนั่นแหละ มีเงื่อนไขว่า มึงจะมาขึ้นทะเบียนเอาเงินกู มึงก็ต้องไปปรับปรุงให้ได้ตามมาตรฐานที่กูกำหนด ไม่มีสิทธิต่อรอง............ ขณะนั้นคนรอคิวรักษาที่โรงพยาบาลรัฐทั้ง 3 แห่งในภูเก็ตตามโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า แต่ละวันเป็นร้อยราย และในจำนวนนั้นตายคาเปลคาเตียงไม่ทันถึงมือหมอก็น่าจะมีทุกวัน.................. การตัดสินใจของ “ไพบูลย์ อุปัติศฤงค์” ที่ขออนุมัติใช้เงินสะสม จำนวน 25 ล้านบาท มาปรับปรุงหอผู้ป่วย โรงพยาบาล อบจ. เพื่อขึ้นทะเบียนตามเงื่อนไขของ สปสช.เป็นกรณีเร่งด่วนในปี 2554 เพื่อต่ออายุ ยืดชีวิตผู้ป่วยยากไร้ ที่เป็นเพื่อนร่วมบ้านร่วมจังหวัดครั้งนี้............. ใครจะมองในแง่ไหน เป็นสิทธิของแต่ละคน........... สำนักตรวจสอบพิเศษภาค 13 สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กลับมองว่า การช่วยชีวิตคน ช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ในกรณีนี้ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนปีนี้ขึ้นทะเบียนไม่ทัน ไปขึ้นปีหน้าก็ได้ แล้วชีวิตคนที่กำลังจะตายรอได้มั้ย.......... เมื่อไม่ใช่พ่อใช่แม่ตนเองก็อย่างงี้แหละ.......... การช่วยชีวิตคนในภูเก็ตหนึ่งคนต่อหนึ่งวัน ถ้า 1 ปี 365 วัน 365 ชีวิต จากปี 2554 ถึงปัจจุบัน 2558 และในปีต่อๆ ไปอีก กี่ร้อยกี่พัน หรืออาจจะถึงหมื่นคนที่รอดตายด้วยเงินสะสมของคนภูเก็ต 25 ล้านบาท........... ท่านผู้อ่านลองใช้วิจารณญาณดูครับ ว่าการวินิจฉัยของ สตง.ที่มาตรวจสอบเมื่อครั้งนั้น ใช้อะไรวินิจฉัย??!!" https://mgronline.com/south/detail/9580000078170
คนตายพูดไม่ได้ • 2018-10-30, 02:38
ประชาชน-บุคคลสำคัญร่วมพิธีพระราชทานดินฝังศพ “ไพบูลย์ อุปัติศฤงค์”..........ศูนย์ข่าวภูเก็ต - บุคคลสำคัญ และประชาชนชาวจังหวัดภูเก็ตร่วมพิธีพระราชทานดินฝังศพ “นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต” ท่ามกลางความโศกเศร้า ..........มื่อเวลา 13.30 น. วันนี้ (10 ส.ค.) ที่บริเวณสุสานวัดคาทอลิก อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายศิวะ แสงมณี ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีวางดินพระราชทานศพ นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเสียชีวิตอย่างสงบด้วยโรคมะเร็งลำไส้ เมื่อเวลา 01.09 น. วันที่ 2 สิงหาคม 2558 ที่ผ่านมา โดยมี นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี นายไมตรี อินทุสุต รองปลัดกระทรวงมหาดไทย นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ นายกองค์ปกครองส่วนท้องถิ่น พนักงาน และเจ้าหน้าที่ อบจ.ภูเก็ต ตลอดจนประชาชนชาวภูเก็ตทุกสาขาอาชีพมาร่วมไว้อาลัยแก่ผู้วายชนม์เป็นจำนวนมาก ซึ่งบรรยากาศพิธีเต็มไปด้วย ความโศกเศร้า ...........อย่างไรก็ตาม ระหว่างวันที่ 3-9 สิงหาคม 2558 ทางเจ้าภาพได้จัดให้มีพิธีไว้อาลัย นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ ซึ่งจัดขึ้นที่บ้านเลขที่ 74 ถนนวิชิตสงคราม อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต (ตรงข้ามสนามกีฬาสุระกุล) ................สำหรับประวัติของนายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็จ เกิดเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2499 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาโท สาขาการจัดการ จากประเทศสหรัฐอเมริกา ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต และได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต 2 สมัย ...........นอกจากนี้ ยังเคยดำรงตำแหน่งทางสังคมอื่นๆ มากมาย เช่น สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดภูเก็ต ประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ต เป็นต้น และในระหว่างที่ดำรงตำแหน่งนั้น ยังได้รับรางวัลเกี่ยวกับการบริหารงานอีกหลายรางวัล โดยเฉพาะเรื่องของความซื่อสัตย์สุจริต ภายใต้แนวคิด “เมืองน่าอยู่ คู่คุณธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้”...... https://mgr.imprezzer.com/south/detail/9580000090429

ความคิดเห็นล่าสุด

ข่าวล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

กลับด้านบน