ย้ำ รพ.ไม่สามารถเรียกเก็บเงินคนไข้บัตรทองที่มานอกเวลาด้วยอาการฉุกเฉิน-มีเหตุอันควรได้

Fri, 2019-05-10 11:28 -- hfocus
Print this pagePrint this page

กรรมการบอร์ด สปสช.ภาคประชาชนหวั่นโรงพยาบาลเข้าใจผิดเรียกเก็บเงินคนไข้บัตรทองที่มารับบริการนอกเวลาทุกกรณี แจงหากคนไข้บัตรทองไม่ประสงค์เข้ารับบริการในคลินิกพิเศษนอกเวลา เพราะคิดว่าอาการที่มาเป็นอาการฉุกเฉินในมุมของคนไข้ หน่วยบริการต้องจัดระบบบริการไว้รองรับต่างหากด้วย ย้ำในกรณีที่ผู้ป่วยบัตรทองมา รพ.ด้วยอาการฉุกเฉินหรือมีเหตุอันควร ห้ามเรียกเก็บเงินในกรณีเหล่านี้

ผศ.ภญ.ดร.ยุพดี ศิริสินสุข กรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สัดส่วนภาคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดให้บริการคลินิกพิเศษเฉพาะทางนอกเวลาและเรียกเก็บเงินจากผู้ป่วยบัตรทองว่า คนไข้ที่เข้ารับบริการอาจมีหลายประเภท บางคนมีเจตนาเข้าคลินิกพิเศษเพราะต้องการความสะดวกสบายหรือพบเแพทย์เฉพาะทางก็สามารถทำได้เพราะมีกติกาของ สธ. ออกมารองรับ

อย่างไรก็ดี ในส่วนของคนไข้ที่เจ็บป่วยฉุกเฉินหรือมีเหตุอันควร และไม่มีเจตนาเข้ารับบริการในคลินิกพิเศษ ทางโรงพยาบาลหรือหน่วยบริการก็ต้องจัดระบบบริการไว้ให้ด้วยว่าจะให้ไปรับบริการที่ไหนที่จะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เช่น เด็กเป็นไข้ แม้อาจจะไม่ได้ฉุกเฉินมากนัก แต่ในมุมคนไข้อาจรู้สึกว่าฉุกเฉิน จะรอถึงเช้าก็กังวลใจ ขณะที่แพทย์อาจจะมองว่ากินยาลดไข้ก็หายแล้ว ไม่ต้องมาโรงพยาบาลก็ได้ ซึ่งในมุมของ สปสช. ต้องมีมุมมองของผู้ป่วยมาเป็นองค์ประกอบในการพิจารณาด้วย ไม่ใช่เฉพาะมุมของผู้ให้บริการฝ่ายเดียว ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นป่วยฉุกเฉินระดับสีเขียว เหลือง หรือแดง ก็สามารถเข้ารับบริการได้

"เรื่องนี้ที่ผ่านมาคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติก็ตั้งทีมมาพิจารณา เราคุยกันว่าถ้าคนไข้มีอาการฉุกเฉินไม่ว่าสีอะไรก็ตาม หน่วยบริการต้องจัดระบบบริการให้เขาได้รับการรักษา เป็นระบบคู่ขนานไปกับคลินิกนอกเวลาสำหรับคนไข้ที่ไม่ประสงค์จะใช้ช่องทางพิเศษ" ผศ.ภญ.ดร.ยุพดี กล่าว

ผศ.ภญ.ดร.ยุพดี กล่าวอีกว่า ประเด็นดังกล่าวมีการหารือกันในที่ประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพหลายครั้งแล้ว และมีความเข้าใจผิดของโรงพยาบาลในการติดป้ายประกาศเรียกเก็บเงินเป็นระยะๆ ซึ่งที่ประชุมก็ได้ขอให้กระทรวงสาธารณสุขทำหนังสือซักซ้อมความเข้าใจไปยังโรงพยาบาลต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด เพราะถ้าไม่ทำความเข้าใจร่วมกัน สุดท้ายก็จะกลายเป็นความขัดแย้งระหว่างคนไข้กับโรงพยาบาลโดยไม่จำเป็น

"ก็เป็นไปได้ว่าอาจเกิดความเข้าใจที่ไม่ตรงกัน ดังนั้นจึงอยากให้แก้ตั้งแต่ต้นน้ำ โรงพยาบาลอาจมีความยุ่งยากที่ต้องจัดหลายระบบ ทั้งคลินิกพิเศษ ห้องฉุกเฉิน แล้วยังต้องมีอีกหนึ่งระบบมารองรับคนไข้บัตรทองที่ไม่ได้ฉุกเฉินรุนแรงสีแดงและไม่อยากประสงค์ไปใช้คลินิกพิเศษ แต่มติมันออกมาอย่างนั้น ถ้าคุณไม่สามารถจัดระบบบริการได้ แล้วเขาจำเป็นต้องไปใช้คลินิกพิเศษนอกเวลา คุณก็ไม่มีสิทธิเก็บเงินเขา เพราะโรงพยาบาลไม่ได้จัดระบบที่ไม่ต้องเสียเงินไว้ต่างหากสำหรับเขา" ผศ.ภญ.ดร.ยุพดี กล่าว

Comments

Submitted by คลินิกคู่ขนาน on
quote "คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติก็ตั้งทีมมาพิจารณา เราคุยกันว่าถ้าคนไข้มีอาการฉุกเฉินไม่ว่าสีอะไรก็ตาม หน่วยบริการต้องจัดระบบบริการให้เขาได้รับการรักษา เป็นระบบคู่ขนานไปกับคลินิกนอกเวลาสำหรับคนไข้ที่ไม่ประสงค์จะใช้ช่องทางพิเศษ" ....................................................................... ผมเห็นด้วยกับนโยบายของคณะกรรมการ สปสช.ว่า โรงพยาบาลหน่วยบริการจะต้องจัดให้บริการผู้ป่วยสิทธิบัตรทองในส่วนของคนไข้ที่เจ็บป่วยฉุกเฉินที่มีเหตุอันควรที่ไม่ใช่ระดับสีแดง และไม่มีเจตนาเข้ารับบริการในคลินิกพิเศษ เช่น เด็กเป็นไข้ แม้อาจจะไม่ได้ฉุกเฉินมากนัก แต่ในมุมคนไข้อาจรู้สึกว่าฉุกเฉิน จะรอถึงเช้าก็กังวลใจ ขณะที่แพทย์อาจจะมองว่ากินยาลดไข้ก็หายแล้ว ไม่ต้องมาโรงพยาบาลก็ได้ ซึ่งในมุมของ สปสช. ต้องมีมุมมองของผู้ป่วยมาเป็นองค์ประกอบในการพิจารณาด้วย ไม่ใช่เฉพาะมุมของผู้ให้บริการฝ่ายเดียว ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นป่วยฉุกเฉินระดับสีเขียว เหลือง เป็นระบบบริการคลินิกคู่ขนานกับคลินิกพิเศษนอกเวลาที่เก็บเงิน ...........ซึ่งระบบบริการคลินิกคู่ขนานไม่เก็บเงินผู้ป่วยบัตรทองนอกเวลาดังกล่าวนี้ สปสช.ควรจะมีนโยบายสนับสนุนให้มีบริการในทุกโรงพยาบาลหน่วยบริการของ สปสช.ทุกแห่งทั่วประเทศ แม้ว่าโรงพยาบาลหน่วยบริการฯ นั้น ๆ ไม่ได้เปิดให้บริการคลินิกพิเศษเก็บเงินนอกเวลาราชการก็ตาม เพื่อให้ผู้ป่วยสิทธิบัตรทองทุกคนทั่วประเทศได้มีโอกาสได้รับบริการนอกเวลาราชการไม่ต้องจ่ายเงินจากคลินิกคู่ขนานไม่ต้องจ่ายเงินเท่าเทียมกัน ไม่เกิดความเหลื่อมล้ำ.......... แต่ประการสำคัญที่สุด สปสช.ควรจะต้องดำเนินการคือ สปสช.จะต้องสนับสนุนงบประมาณค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ตามความจำเป็น ตามความเป็นจริง ให้แก่คลินิกคู่ขนานเป็นกรณีเฉพาะด้วย นอกเหนือจากเงินงบเหมาจ่ายรายหัวผู้ป่วยนอกปกติที่ รพ.หน่วยบริการต่าง ๆ ได้รับจัดสรรจาก สปสช. ........ อย่าให้แต่นโยบายอย่างเดียว ให้เงินงบประมาณค่าใช้จ่ายสนับสนุนเขาด้วยถ้าหากอยากให้เขาทำงานเพิ่ม...... ใช้สามัญสำนึกกันเสียบ้าง ......... อย่าบ้าแต่อำนาจกันมากนัก เอาแต่สั่งอย่างเดียว เงินไม่ยอมจ่าย

Submitted by มาทำงานภาคสนามบ้าง on
คนไข้ที่มาฉุกเฉิน แต่เป็นสีเขียวก็คือจริงๆแล้วไม่ฉุกเฉินไง แทนที่จะสปสช.รณรงค์ให้ความรู้ให้ถูกต้อง ดันจะสนับสนุนคนให้ใช้กฏเกณฑ์ตามใจฉันเสียอีก ถ้าไม่ให้รพ.เก็บเงินคนที่มานอกเวลาทำการ สปสช.ก็ควรจะสนับสนุนทรัพยากร/บุคคล/งบ เพิ่มจากส่วนปกติ ถ้าเป็นบริษัทคนทำโอทีก็ควรต้องได้โอทีไม่ใช่ทำโอฟรี ทรัพยากรต่างๆที่ใช้ไปก็เพิ่มขึ้น มันก็ต้องใช้จ่ายเพิ่มขึ้นยิ่งกว่าในเวลาเสียอีก เพราะสปสช.เป็นคนบอกเองว่าให้ "หน่วยบริการต้องจัดระบบบริการให้เขาได้รับการรักษา เป็นระบบคู่ขนานไปกับคลินิกนอกเวลาสำหรับคนไข้ที่ไม่ประสงค์จะใช้ช่องทางพิเศษ" เพราะสปสช.ไม่ได้จัดสรรมาเพียงพอสำหรับการเปิดคลินิกคนไข้ไม่ฉุกเฉินนอกเวลาหรือตลอดเวลา รพ.และหน่วยบริการถึงต้องเก็บเงินเพื่อมาบริหาร เพื่อรองรับคนไข้ในส่วนนี้เอาเอง ถ้าสปสช.อยากจะแก้ต้นน้ำ จะมีใครต้นน้ำไปกว่าสปสช. เริ่มจากความเข้าใจที่ถูกต้องการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพและตรงความเป็นจริง คือการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดไม่ใช่วางนโยบายโฆษณาเกินจริง แต่มาบีบคนที่ต้องทำงานภายใต้นโยบายที่ทำไม่ได้แถมโดนโยนบทตัวร้ายมาใส่จากทั้งคนวางนโยบายที่ทำไม่ได้และจากผู้ใช้บริการที่เชื่อคำโฆษณาเกินจริง สุดท้ายกลายเป็นวงจรทำลายระบบสาธารณสุขประเทศไทย

Submitted by Ptp on
ไม่ฉุกเฉินก็คือไม่ฉุกเฉิน การที่ผู้ปกครองไม่มีความรู้ รู้สึกร้อนใจที่ลูกเป็นไข้ ก็ต้องแก้ที่ต้นเหตุคือความรู้ของผู้ปกครองด้วยการเสริมสร้างความรู้ให้ประชาชน ว่าอาการใดฉุกเฉินและอาการใดใช้ยาสามัญประจำบ้านได้ ซึ่งไม่ใช่หน้าที่ห้องฉุกเฉิน ผู้ป่วยที่ฉุกเฉินจริงจะเสียประโยชน์ และต้องใช้บุคคลากรเพิ่มโดยไม่จำเป็น

Submitted by Anonymous on
นี่เป็นความคิดของระดับผู้บริหารองค์กรจริงๆ เหรอครับ ต่างประเทศถ้าไม่ฉุกเฉินเมื่อประเมินคนไข้ด้วย triage ตามระบบ ESI จริงนัดเข้า OPD ในเวลาเท่านั้น.. ถ้าจะทำแบบนี้ผู้ปฏิบัติหน้างานนั่งรอนับวันระบบพังพินาศได้เลยครับ เรื่องที่น่าเศร้าใจที่สุดคือ ในขณะที่คนกลุ่มหนึ่งที่อยู่หน้างานพยายามรณรงค์แก้ปัญหาแต่คนอีกกลุ่มหนึ่งที่นั่งอยู่บนหอคอยกลับทำให้ปัญหาแย่ลง..พวกท่านจะรู้ตัวบ้างรึเปล่านะครับ

Submitted by นิปก หลายรุ่งเรือง on
“ฉุกเฉินในมุมมองของคนไข้” นี่คือ ต้องการสื่ออะไรหรอครับ ถ้าแบบนั้น ก็ไม่ต้องมี จุดคัดกรอง ของ รพ. ตาม มาตรฐาน HA ก็ได้มั้งครับ ทำงาน มาดูหน้างานด้วยครับ

Submitted by นิปก หลายรุ่งเรือง on
“ฉุกเฉินในมุมมองของคนไข้” นี่คือ ต้องการสื่ออะไรหรอครับ ถ้าแบบนั้น ก็ไม่ต้องมี จุดคัดกรอง ของ รพ. ตาม มาตรฐาน HA ก็ได้มั้งครับ ทำงาน มาดูหน้างานด้วยครับ

Submitted by เบื่อคนดีแต่พูด on
ถามหน่อย จังหวัดเรา น้องintern1ได้ใบเพิ่มพูนทักษาะก็ลาออก ไม่มาใช้ทุนต่อที่ รพช รพช.ก็ขาดหมอตรวจ จะแก้ไขยังไงคะ คนที่อยู่รพช ก้เหนื่อยงานก้เยอะ ทนไม่ไหวก็ลาออกอีก ผ้บริหารต่างๆไม่เห็นจะโชวกึ๋นแก้ปัญหาให้เลย เหนื่อยใจ

Submitted by ของเล่นใหม่ on
พวกเขากำลังสนุกกับของเล่นใหม่ ........ สธ.เร่งผลิตแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวครบ 6,500 ทีม เพิ่มคุณภาพ ประชาชนเข้าถึงบริการ https://www.hfocus.org/content/2019/05/17169

Add new comment