โวยรัฐบาลตัดงบบัตรทอง 680 ล้าน แต่กลับแจกเงินให้คนไปเที่ยว 1.5 หมื่นล้านได้

กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ และเครือข่ายผู้ป่วยโรคเรื้อรัง โวยรัฐบาลตัดงบกองทุนหลักประกันสุขภาพของประชาชน 680 ล้านบาท แต่กลับอนุมัติเอาเงินภาษีไปแจกให้คนเที่ยวกว่า 15,000 ล้านบาทได้ ข้องใจเป็นงบที่จำเป็นต่อสุขภาพประชาชนและผ่าน ครม.ชุดที่ผ่านมาแล้ว แต่ยังถูกตัดงบได้

วันนี้ 16 สิงหาคม 2562 โรงแรมเซนทราศูนย์ราชการฯ ถ.แจ้งวัฒนะ กทม. ตัวแทนเครือข่ายผู้ป่วยเรื้อรัง ประกอบด้วยเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย เครือข่ายผู้ป่วยโรคไต และกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ ได้แถลงข่าวหลังจากเข้าร่วมเวทีรับฟังความคิดเห็นทั่วไปจากผู้ให้บริการและผู้รับบริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

นายนิมิตร์ เทียนอุดม กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ กล่าวว่า ในพิธีเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นวานนี้ (15 ส.ค.62) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในฐานะประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ยืนยันชัดเจนว่า ในสมัยที่ตนเป็นรัฐมนตรีจะไม่มีการล้มระบบ และไม่มีการร่วมจ่ายในระบบแน่นอน แต่ยังไม่ทันจะข้ามวันหลังจากที่ รมว.สาธารณสุขประกาศไม่ร่วมจ่าย ไม่ล้มระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ก็ได้รู้มาว่ากำลังมีปัญหาเรื่องงบประมาณที่ผ่าน ครม.ชุดที่แล้วที่อนุมัติตามที่สำนักงบประมาณเสนอ กลับถูกสำนักงบประมาณงุบงิบตัดงบ ทั้งที่ตกลงกันแล้วก่อนเข้า ครม. โดยตัดงบนอกเหมาจ่ายรายหัว หรืองบกองทุนเฉพาะโรค เช่น ค่าบริการผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงโดยเฉพาะผู้สูงอายุ กองทุนเอดส์ กองทุนโรคไต ซึ่งจะทำให้งบประมาณหายไปเกือบ 680 ล้านบาท และจะมีผลกระทบต่อการเข้าถึงยาและการรักษาของกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรังแน่นอน

“รัฐบาลนี้ตัดงบที่ลงทุนเพื่อสุขภาพของประชาชนไป 680 ล้านบาท แต่กลับใช้จ่ายงบประมาณจากภาษีของประชาชนอย่างฟุ่มเฟือยไปกับการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยการแจกเงินให้คนไปเที่ยวคนละ 1,500 บาท รวมกว่า 15,000 ล้านบาท และใช้งบกระตุ้นเศรษฐกิจไปกว่า 200,000 ล้านบาท คำถามคือนี่เป็นการจัดสรรงบประมาณที่เหมาะสมหรือไม่ นายอนุทิน ซึ่งเป็นทั้งรองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ไม่ทราบว่ารู้เรื่องนี้หรือไม่ ซึ่งการตัดงบประมาณในกองทุนเฉพาะโรคแบบนี้ จะส่งผลอย่างมากต่อการเข้าถึงการรักษา และยาจำเป็นของผู้ป่วยโรคเรื้อรัง แต่ประเทศนี้กำลังรีดเอาเงินที่จำเป็นไปใช้จ่ายในส่วนอื่นที่ไม่จำเป็น เช่น แจกเงินให้เที่ยว เป็นต้น” นายนิมิตร์ กล่าว

นายนิมิตร์ กล่าวว่า งบประมาณที่ถูกตัดลดลง ส่งผลไปถึงค่าบริการผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงโดยเฉพาะผู้สูงอายุ ที่ สปสช.ต้องรับผิดชอบคนไทยทุกคนทุกสิทธิ กลับถูกตัดลดลงกว่า 50 ล้านบาท ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดูแลผู้ป่วย โดยเฉพาะในสังคมที่มีผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้นและจำเป็นต้องได้รับการดูแลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี แต่รัฐบาลนี้กำลังจะทิ้งคนแก่เหล่านี้ไว้ข้างหลัง เรานัด รมว.อนุทินได้วันที่ 5 กันยายน 2562 แต่เราคิดว่าช้าไป ดังนั้น วันนี้ต้องขอส่งเสียงผ่านสื่อมวลชนไปยังรัฐมนตรีให้ดำเนินการเรื่องนี้ด้วย

นางยุพดี ศิริสินสุข กรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า งบกองทุนเฉพาะเป็นงบประมาณสำคัญเพราะเป็นงบที่ดูแลกลุ่มประชาชนที่เปราะบางที่สุด ซึ่งรัฐบาลที่แล้วมีการเจรจาร่วมกันระหว่าง อดีต รมว.สาธารณสุข นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร สำนักงบประมาณ และ สปสช. เดิมมีการตกลงต่อรองงบก้อนนี้รวมทั้งหมด 16,800 กว่าล้านบาท แต่กลับถูกตัดงบไปกว่า 680 ล้านบาท ซึ่งกรรมก็มาตกกับผู้ป่วย

ด้านนายอภิวัฒน์ กวางแก้ว ประธานเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย กล่าวว่า รัฐบาลชุดที่แล้วก็ไม่ต่างจากรัฐบาลชุดนี้ เพราะผู้นำก็คนเดียวกัน ยิ่งเห็นตัวเลขงบประมาณที่รัฐบาลชุดนี้ใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ยิ่งสะท้อนสะท้านใจ เพราะงบที่รัฐเอาไปแจก เอาไปกระตุ้น ล้วนเป็นไปตามที่นโยบายพรรคการเมืองหาเสียงไว้ แต่กลับมารีดเงินเอากับผู้ป่วย อย่างกรณีผู้ติดเชื้อเอชไอวี มีคนต้องรับยากว่า 300,000 คนและเริ่มมารักษาใหม่ปีละกว่า 30,000 คน หากงบลดลง คนเหล่านี้จะถูกตัดโอกาสในการมีชีวิตต่อ

นายธนพลธ์ ดอกแก้ว เครือข่ายผู้ป่วยโรคไต กล่าวว่า เพิ่งเห็นว่างบกองทุนไตถูกตัดไปกว่า 300 ล้านบาท ในขณะที่ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังมีความจำเป็นที่ต้องฟอกไตต่อเนื่อง และขณะนี้พบว่าจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้น แต่ขณะที่สิทธิประโยชน์ที่จะทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น เช่น เครื่องฟอกไตที่บ้าน หรือยากดภูมิสำหรับผู้ป่วยปลูกถ่ายอวัยวะ รวมไปถึงค่าบริการการทำเส้นเลือดเพื่อเตรียมล้างไต หรือผู้ป่วยไตที่มีโรคร่วม ซึ่ง สปสช.อยู่ระหว่างพิจารณา แต่ถ้าถูกตัดงบประมาณ โอกาสที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ที่ว่าอาจจะหายไป

ด้านนายนิมิตร์ กล่าวย้ำว่า กลุ่มคนรักหลักประกันสุขจะมีการขอเข้าพบรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขในวันที่ 5 กันยายน 2562 เวลา 10.00 น. ซึ่งเราก็หวังว่าจะได้รับข่าวดีก่อนจะถึงวันนั้น

หมายเหตุ ดู facebook live กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพแถลงข่าววันที่ 16 ส.ค.62 ที่นี่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โฆษกรัฐบาลยันไม่ตัดงบบัตรทอง ด้านกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ ท้าเปิดเอกสารพิสูจน์

Comments

ทำกันเอง • 2019-08-17, 05:13
การตัดงบฯ 680 ล้านบาท ผมไม่โทษแต่สำนักงบฯ หรือผู้ที่คิดจะตัดงบฯหรอกครับ แต่ผมมองว่าพฤติกรรมการจัดสรรงบประมาณขององค์กรผู้บริหารกองทุนบัตรทองที่ทำหน้าที่จัดสรรงบบัตรทองให้แก่ รพ.ต่าง ๆ ที่ผ่าน ๆ มามันทำให้ใครๆก็น่าจะมองได้ว่า งบฯกองทุนบัตรทองได้รับเยอะเกินความจำเป็น ใช้รักษาพยาบาลผู้ป่วยอย่างเดียวไม่หมด น่าจะถูกตัดถูกลดลงได้อีก.... ผมเชื่อว่าหากงบบัตรทองทุกบาททุกสตางค์ลงไปถึง รพ.หน่วยบริการทุกแห่ง ลงไปสู่การรักษาพยาบาลผู้ป่วยจริง ๆ ทั้งหมด ก็คงไม่มีใครหน้าไหนอยากจะตัดหรือปรับลดงบประมาณในการรักษาความเจ็บไข้ได้ป่วยของประชาชน คนแก่ คนชรา คนพิการ คนยากไร้ คนไข้เรื้อรัง หรอกครับ.... แต่พฤติกรรมการองค์กรที่ทำหน้าที่จัดสรรงบประมาณบัตรทองที่ผ่าน ๆ มาทำกันคล้ายบริษัทเอกชนที่ประสบความสำเร็จได้กำไรปีละเยอะ ๆ มีการแจกโบนัสให้แก่พนักงาน มีการนำพนักงานไปทัวร์ต่างประเทศ จัดสรรใช้จ่ายงบกองทุนบัตรทองนอกให้แก่องค์กรอื่นนอกเหนือวัตถุประสงค์ของกองทุนที่ให้จัดสรรให้แก่หน่วยบริการจำนวนเงินนับร้อยล้านบาท มีการจัดสรรแจกจ่ายงบให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเอาไปดองไปกองไว้ที่กองทุนท้องถิ่น ไว้ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยไม่ได้ใช้จ่ายจำนวนไม่น้อย เพราะท้องถิ่นไม่กล้าใช้กลัวถูกสตง.ตรวจสอบ มีการจัดสรรงบให้แก่เครือข่ายเอ็นจีโอ.ทางด้านสุขภาพ จัดอีเวนต์ต่าง ๆ กันในโรงแรมหรู ๆ กันบ่อย ๆ ฯลฯ .... ส่วน รพ.ต่างๆที่เป็นหน่วยบริการผู้ป่วยบัตรทอง ก็ต้องจัดกิจกรรมหางบประมาณ หาเงินมาเพิ่มเติมในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยกันเอาเอง ให้พี่ตูนให้ดารานักร้องมาช่วยวิ่งหาเงินบ้าง จัดคลินิกนอกเวลาบ้าง ทอดผ้าป่าบ้าง ไปขอรับบริจาคจากชาวบ้าน จากพระสงฆ์ จากผู้ที่มีจิตเป็นกุศลที่ทนเห็นสภาพโรงพยาบาลอนาถาไม่ได้.... ผมเชื่อว่าหากองค์กรผู้บริหารงบกองทุนบัตรทอง กลุ่มผู้บริหารกองทุนบัตรทองยังมีพฤติกรรมการจัดสรรใช้จ่ายงบประมาณกองทุนบัตรทองอย่างที่ผ่าน ๆ มา ไม่ยอมให้งบบัตรทองทุกบาททุกสตางไปถึงโรงพยาบาลหน่วยบริการรักษาผู้ป่วยโดยตรงจริง ๆ โอกาสที่กองทุนบัตรทองจะได้งบประมาณเพิ่มเติมให้เพียงพอในการดูแลรักษาผู้ป่วยบัตรทองนั้นเป็นไปได้ยากอย่างยิ่ง งบกองทุนบัตรทองก็มีโอกาสมีเหตุผลที่จะถูกแช่แข็งหรือไม่ก็จะถูกตัดกันทุก ๆ ปีอย่างที่เป็นข่าว.

ความคิดเห็นล่าสุด

ข่าวล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

กลับด้านบน