ทีดีอาร์ไอแนะรับมือ “สังคมอายุยืน” ลงทุนในทุนมนุษย์ ลดเกณฑ์ทหาร ใช้ระบบอัตโนมัติมากขึ้น

ทีดีอาร์ไอ แนะไทยรับมือสังคมอายุยืน ต้องลงทุนในทุนมนุษย์ ลดการเกณฑ์ทหารลงครึ่งหนึ่ง ส่งเสริมใช้เครื่องจักรและระบบอัตโนมัติมากขึ้น และเพิ่มอัตราการเติบโตผลิตภาพรวม โดยสร้างนวัตกรรมต่างๆ และสร้างธุรกิจใหม่ที่เหมาะกับสังคมอายุยืน ปรับนิยามผู้สูงอายุตามประเทศพัฒนาแล้วคืออายุ 65 ปี ยืดรับบำนาญ เพื่อยืดอายุการทำงาน ยืดเวลาการออม และฝึกทักษะสำหรับโลกอนาคตมากขึ้น

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2562 สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) จัดสัมมนาสาธารณะ ประจำปี 2562 เรื่อง “สังคมอายุยืน: แข่งขันได้ และอยู่ดี มีสุข ได้อย่างไร?” ณ เซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ เพื่อนำเสนอผลการศึกษาและให้ข้อเสนอแนะแก่ภาครัฐ ธุรกิจและประชาชน ให้สามารถเตรียมพร้อมกับการที่ไทยเป็น “สังคมอายุยืน” พร้อมกับการเป็น “สังคมสูงวัย” เพื่อให้คนไทยมีชีวิตยืนยาวที่อยู่ดีและมีสุข สามารถรักษาอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ ปรับเปลี่ยนเมืองให้ช่วยสร้างพลังแก่คนทุกวัย มีหลักประกันสุขภาพและการเงินมั่นคงรับชีวิตยืนยาว มีทักษะเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต และทำงานในสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรกับคนทุกวัย

ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานทีดีอาร์ไอ เปิดประเด็นว่า ตลอด 6 ทศวรรษที่ผ่านมา คนไทยมีอายุขัยคาดการณ์ตามช่วงเวลาเพิ่มขึ้น 4.4 เดือนต่อปี ทำให้คนไทยมีอายุคาดการณ์เมื่อเกิดถึง 75.3 ปี ในปี 2559 และเมื่อประมาณการอายุคนไทยตามรุ่นอายุ ซึ่งคิดผลของพัฒนาการทางเทคโนโลยีเข้ามาด้วย พบว่า มีความเป็นไปได้ที่คนไทยที่เกิดในปี 2559 จะมีอายุยืนเฉลี่ยถึง 80-98 ปี หรือเกือบ 100 ปี ซึ่งหมายความว่า ต่อไปการมีคนไทยอายุเกิน 100 ปี จะเป็นเรื่องปกติ จากล่าสุดในปี 2560 มีคนไทยที่อายุยืนกว่า 100 ปีแล้วถึง 9,041 คน

การเป็นสังคมอายุยืนนำมาซึ่งโอกาสและความท้าทายใหม่ ๆ มากมาย ภาครัฐ ธุรกิจและประชาชนจึงควรวางแผนและเตรียมการที่ดี เพราะแม้คนไทยจะอายุยืนขึ้น แต่การที่ไทยเป็นสังคมสูงวัยด้วย ทำให้วัยแรงงานมีจำนวนลดลง มีผลิตภาพแรงงานต่ำลงเมื่ออายุเพิ่มขึ้น และออกจากตลาดแรงงานเร็วเกินไป ดังนั้น เพื่อเตรียมพร้อมกับสังคมอายุยืน ไทยควรปรับนิยามผู้สูงอายุตามประเทศพัฒนาแล้วคืออายุ 65 ปี และยืดรับบำนาญ เพื่อยืดอายุการทำงาน ยืดเวลาการออม และฝึกทักษะสำหรับโลกอนาคตมากขึ้น

ทั้งนี้ ดร.นณริฏ พิศลยบุตร นักวิชาการ ทีดีอาร์ไอ ได้คาดการณ์ว่า หากไม่เร่งแก้ไขปัญหา การเป็นสังคมสูงอายุจะทำให้การเติบโตทางเศษฐกิจของไทยลดลงจากแนวโน้มเดิม 0.8 % ต่อปี

เพื่อรักษาการเติบโตให้ต่อเนื่อง รัฐควรมีมาตรการลดการออกจากงานของคนอายุ 50-59 ปี และขยายอายุบำนาญ พร้อมกับดึงคนทำงาน อายุ 60 ปีขึ้นไปเข้ามาทำงาน ซึ่งจะแก้ปัญหาการเติบโตที่ลดลงได้ประมาณ 11% นอกจากนี้ หากนำแรงงานต่างด้าวเข้ามาเพิ่มเติมจากปรกติอีก 1 แสนคนต่อปี จะช่วยแก้ปัญหาได้อีก 3.1% แต่ทางเลือกนี้จะสร้างปัญหาอื่น ตามมาในระยะยาว มาตรการที่เหมาะสมกว่าที่ควรพิจารณาคือการลดการเกณฑ์ทหารลงครึ่งหนึ่ง ซึ่งจะแก้ไขปัญหาได้ 6% แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ควรส่งเสริมให้ภาคเอกชนใช้เครื่องจักรและระบบอัตโนมัติมากขึ้น และเพิ่มอัตราการเติบโตผลิตภาพรวม โดยสร้างนวัตกรรมต่างๆ และสร้างธุรกิจใหม่ที่เหมาะกับสังคมอายุยืน

ด้าน ดร.เสาวรัจ รัตนคำฟู นักวิชาการอาวุโส ทีดีอาร์ไอ ระบุว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยไม่จำเป็นต้องลดลงแม้จำนวนแรงงานลดลง หากไทยเร่งนำเอาระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์​มาใช้มากขึ้นทั้งในภาคอุตสาหกรรม เกษตรและบริการ ประกอบกับสร้างธุรกิจดาวรุ่งใหม่ๆ ที่มีอย่างน้อย 20 ธุรกิจ เช่น การดูแลผู้สูงอายุ เวชศาสตร์และผลิตภัณฑ์ชะลอวัย การทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) เป็นต้น เพื่อสนองความต้องการของผู้สูงอายุ และคนในช่วงวัยต่างๆ ในสังคมอายุยืนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ โดยเฉพาะชาวจีนและคนในประเทศเพื่อนบ้านที่จะกลายเป็นคนสูงวัยตามมา โดยหากมุ่งเป้าทำธุรกิจแค่กับคนไทย ตลาดจะมีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ

ในด้านการพัฒนาเมืองสำหรับคนในสังคมอายุยืน ดร.สุเมธ องกิตติกุล ผู้อำนวยการวิจัยนโยบายด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ และนางสาวณิชมน ทองพัฒน์ นักวิจัย ทีดีอาร์ไอ เสนอให้ออกแบบจัดการเมืองเอื้อต่อคนทุกวัยให้ใช้ศักยภาพได้เต็มที่ และช่วยให้ผู้สูงวัยสูงวัยอย่างมีพลัง (Active Aging) โดยจัดให้มีพื้นที่สาธารณะต่างๆ เช่น สวนสาธารณะ พิพิธภัณฑ์และห้องสมุดมากพอ สามารถเดินไปได้ มีระบบขนส่งสาธารณะและสิ่งอำนวยความสะดวกที่เป็นมิตร ช่วยให้ผู้สูงอายุเดินทางไปทำกิจกรรมต่างๆ ได้ ตลอดจนลดความเร็วของรถยนต์ในย่านที่มีผู้สูงวัยพักอาศัยมาก เพื่อลดอุบัติเหตุ

ประเด็นการเตรียมพร้อมทางการเงินสำหรับการมีอายุยืนยาว รศ.ดร.วรวรรณ ชาญด้วยวิทย์ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และที่ปรึกษานโยบายด้านหลักประกันทางสังคม ทีดีอาร์ไอ วิเคราะห์ว่า คนไทยจะมีเงินบำนาญและเบี้ยยังชีพ ไม่เพียงพอสำหรับการใช้จ่ายในอนาคต เพราะผู้ที่อยู่ในเขตเทศบาล ที่ต้องการใช้จ่ายประมาณเดือนละ 7 พันบาทต่อเดือน จะต้องมีเงินออมไว้ใช้ 2.85 ล้านบาท เมื่อมีอายุ 60 ปี และหากต้องการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ก็ต้องเพิ่มการออมให้มากขึ้นอีก ดังนั้นควรส่งเสริมให้มีการออมทั้งภาคบังคับและสมัครใจ โดยเฉพาะสนับสนุนให้แรงงานนอกระบบเข้าสู่ระบบประกันสังคมได้เช่นเดียวกัน และขยายอายุเกษียณเพื่อเพิ่มระยะเวลาการออม

ที่สำคัญคนไทยที่อายุยืนขึ้น ควรต้องมีสุขภาพดีขึ้น เพื่อป้องกันความพิการที่ทำให้ต้องอยู่ติดบ้านหรือติดเตียง โดย ดร.วรวรรณ ประมาณการว่า ในปี 2570 ประเทศไทยจะมีผู้ป่วยติดเตียงมากถึง 2 แสนคน ทำให้มีค่าใช้จ่ายเพื่อดูแลระยะยาวสูงถึง 1.2 แสนบาทต่อคนต่อปี และมีผู้ป่วยติดบ้านอีกกว่า 3 แสนคน ทำให้มีค่าใช้จ่าย 2.3 แสนต่อคนต่อปี

ด้าน ดร.นฎา วะสี หัวหน้ากลุ่มงานวิจัยสถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งได้ร่วมกับทีดีอาร์ไอ ศึกษาระบบประกันการดูแลระยะยาว (Long-term Care Insurance) พบว่าคนไทยพร้อมจ่ายเบี้ยประกันประมาณ 500–2,000 บาท เพื่อให้ได้รับบริการผู้ดูแลผู้สูงอายุมาเยี่ยมที่บ้าน และมีวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ที่จำเป็น ทั้งนี้ การจัดบริการดังกล่าวควรร่วมกันแบ่งรับภาระโดยประชาชน รัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชน เพื่อกระจายความเสี่ยง แทนที่จะให้แต่ละครอบครัวแบกรับความเสี่ยงกันเอง

ความท้าทายที่สำคัญประการสุดท้ายจากการเข้าสู่สังคมอายุยืนคือ การพัฒนาทักษะคนไทยให้สามารถรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นตลอดช่วงชีวิตได้ นางสาวณิชา พิทยาพงศกร นักวิจัยด้านการปฏิรูปการศึกษา เสนอว่า ต้องมีการออกแบบระบบนิเวศของการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้ตอบโจทย์คนทุกกลุ่ม โดยใช้ระบบ “บัญชีการเรียนรู้ส่วนบุคคล” เพื่อส่งเสริมการสร้างทักษะตามความต้องการของประชาชนแต่ละคน เหมือนตัวอย่างของสิงคโปร์และฝรั่งเศส ร่วมกับการปรับสภาพแวดล้อมและรูปแบบการทำงานให้เป็นมิตรกับคนทุกวัย โดยภาคเอกชนควรปรับตัวให้เหมาะสมกับตลาดแรงงานในอนาคต ในขณะที่ภาครัฐควรปรับแรงจูงใจการจ้างงานผู้สูงอายุให้ดึงดูดใจเอกชนมากยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสให้ทุกคนสามารถทำงานเลี้ยงชีพ สร้างความหมายแก่ชีวิตตน แบ่งปันทักษะแก่ผู้อื่น และร่วมพัฒนาประเทศให้เติบโตต่อไปได้

กดถูกใจแฟนเพจ Hfocus.org บน Facebook ติดตามข่าวสารระบบสุขภาพทุกความเคลื่อนไหว

ข่าวยอดนิยม

ความคิดเห็นล่าสุด

thawathit
2 วัน 13 ชั่วโมง ago

ข่าวล่าสุด

ข่าวยอดนิยม

ความคิดเห็นล่าสุด

thawathit
2 วัน 13 ชั่วโมง ago
กลับด้านบน