‘กำแพงพักใจ’ ปรึกษาออนไลน์ ผ่าน รพ.เสมือน ลดเสี่ยงซึมเศร้า-ฆ่าตัวตายในเด็กและวัยรุ่น

Fri, 2019-07-19 20:32 -- hfocus
Print this pagePrint this page

กรมสุขภาพจิต เพิ่มช่องทางให้การปรึกษาออนไลน์ ผ่านโรงพยาบาลเสมือน (Virtual Hospital) ลดเสี่ยงภาวะซึมเศร้าและฆ่าตัวตายในเด็ก-วัยรุ่น

กรมสุขภาพจิต ร่วมมือลงนามบันทึกข้อตกลงโครงการกำแพงพักใจ กับ บริษัท เทเลเมดิก้า จำกัด เจ้าของแอปพลิเคชันอูก้า (Ooca) หน่วยงานภาคเอกชนที่จะนำเทคโนโลยีมาช่วยให้บริการด้านสุขภาพจิต เพิ่มช่องทางให้การปรึกษาออนไลน์ ลดความเสี่ยงภาวะซึมเศร้าและ ฆ่าตัวตายในเด็กและวัยรุ่น

วันนี้ (18 กรกฎาคม 2562) นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต ให้สัมภาษณ์ภายหลังการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการกำแพงพักใจ (Wall of Sharing) ระหว่างกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข กับ บริษัท เทเลเมดิก้า จำกัด เพื่อให้การปรึกษาด้านสุขภาพจิต โดยจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาออนไลน์แก่เด็กและเยาวชนอายุ 10-24 ปี ว่า สถานการณ์โรคซึมเศร้าในสังคม เป็นปัญหาที่สำคัญทางสุขภาพ ซึ่งเป็นโรคใกล้ตัวที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ หากไม่ได้รับการรักษาอาจรุนแรงจนนำไปสู่ปัญหาการฆ่าตัวตาย โดยผู้ป่วยที่มีภาวะซึมเศร้ามีความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายมากกว่าคนทั่วไปถึง 20 เท่า

ในปี 2562 อัตราการฆ่าตัวตายของประชากรไทยรวมทุกกลุ่มอายุ อยู่ที่ 6 รายต่อชั่วโมง ซึ่งอัตราการฆ่าตัวตายของเด็กและวัยรุ่น กลุ่มอายุ 15-24 ปี มีสถิติการฆ่าตัวตายสำเร็จถึง 300 กว่ารายต่อปี นอกจากนี้ มีข้อมูลตัวเลขสถิติ พบว่า ในผู้ที่มีภาวะซึมเศร้า 100 คน จะเป็นวัยรุ่น 11 คน และในวัยรุ่น 100 คน จะมีภาวะซึมเศร้า 3 คน

อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวต่อว่า กรมสุขภาพจิตได้มีการให้บริการปรึกษาผ่านทางสายด่วนสุขภาพจิต 1323 มาเป็นระยะเวลานาน ซึ่งปัจจุบันสามารถจัดบริการให้ได้ปีละประมาณ 200,000 สาย จากการโทรเข้ามากว่า 800,000 สาย คิดเป็น 1 ใน 4 โดยกลุ่มวัยรุ่นและเยาวชน ในปี 2561 พบว่า ปัญหาสุขภาพจิตที่ทำให้เด็กและเยาวชนโทรศัพท์มาขอรับการปรึกษามากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่

1. ภาวะเครียดหรือรู้สึกกดดัน

2. ปัญหาความรัก

3. ปัญหาเรื่องเพศหรือการใช้สารเสพติด

4. ภาวะซึมเศร้า ฆ่าตัวตาย ทำร้ายคนอื่น

และ 5. ครอบครัว ไม่เข้าใจ โดยภาพรวมวัยรุ่นยังเป็นกลุ่มที่มีการเข้าถึงบริการน้อย

โดยในปี 2561 ให้บริการได้ประมาณ 9,000 สาย ดังนั้น การค้นหาช่องทางในการช่วยเหลือเด็กและวัยรุ่นให้มีสุขภาพจิตที่ดีขึ้น จึงถือเป็นภารกิจที่สำคัญของหน่วยงาน และเป็นที่มาในการพัฒนาความร่วมมือลงนามบันทึกข้อตกลงโครงการกำแพงพักใจ กับ บริษัท เทเลเมดิก้า จำกัด เจ้าของแอปพลิเคชันอูก้า (Ooca) หน่วยงานภาคเอกชนที่จะนำเทคโนโลยีมาช่วยให้บริการปรึกษาด้านสุขภาพจิต ซึ่งจะส่งผลให้เด็กและวัยรุ่น สามารถนัดและพบกับจิตแพทย์ นักจิตวิทยาได้ผ่านช่องทางออนไลน์ ที่สามารถใช้ได้ทั้งบนมือถือแบบสมาร์ทโฟน และคอมพิวเตอร์ โดยจะเป็นโรงพยาบาลเสมือน (Virtual Hospital) หรือโรงพยาบาลออนไลน์ที่สะดวกกว่า ไม่ต้องเดินทาง เลือกขอรับการปรึกษาเมื่อไรก็ได้ และมีความเป็นส่วนตัวสูง อีกทั้งยังมีจิตแพทย์และนักจิตวิทยามากกว่า 50 คน เพื่อให้การปรึกษา

ด้านแพทย์หญิงดุษฎี จึงศิรกุลวิทย์ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กทม. กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการกำแพง พักใจ เป็นโครงการที่สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต ร่วมมือกับภาคเอกชน โดยบริษัท เทเลเมดิก้า จำกัด ซึ่งเป็นผู้พัฒนาระบบให้การปรึกษาออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มอูก้า โดยโครงการกำแพงพักใจเป็นโครงการนำร่อง มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนงานด้านสุขภาพจิตให้แก่นักศึกษาระดับปริญญาตรีในมหาวิทยาลัยของรัฐ ซึ่งในขณะนี้ มีมหาวิทยาลัยนำร่องที่ลงนามเข้าร่วมโครงการฯ แล้ว เช่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา มหาวิทยาลัยมหิดล สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และมหาวิทยาลัยพะเยา สามารถรับบริการปรึกษาผ่านระบบโรงพยาบาลออนไลน์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ และจะขยายบริการให้ครอบคลุมเด็กและเยาวชนอายุ 10-24 ปี กลุ่มอื่นต่อไป

ซึ่งวิธีการให้บริการปรึกษาออนไลน์ในลักษณะนี้ สามารถทำให้เด็กและวัยรุ่นได้พูดคุยระบายความรู้สึกและความเครียดได้ โดยมีผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ตามหลักทางวิชาการให้คำปรึกษาทางจิตวิทยา สามารถรับฟัง และชวนวิเคราะห์ รวมทั้งยังมีการพัฒนาระบบส่งต่อไปยังโรงพยาบาลหรือคลินิกสุขภาพจิต เพื่อให้การดูแลต่อเนื่องในรายที่อาการรุนแรงหรือเรื้อรังอีกด้วย โดยมีหน่วยงานภาคเอกชน มูลนิธิ และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพร่วมให้การสนับสนุน

“ผลที่คาดว่าจะได้รับจากความร่วมมือในช่วง 2 ปีนี้ (2562 – 2564) สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ มีเป้าหมายที่จะลดอัตราการฆ่าตัวตายในเด็กและเยาวชนที่มีอายุระหว่าง 10-24 ปี จาก 300 รายต่อปี ให้เหลือเพียง 150 รายต่อปี และเพื่อเพิ่มจำนวนการให้การปรึกษาให้แก่ผู้มาใช้บริการสายด่วนสุขภาพจิต 1323 จากจำนวน 200,000 สายต่อปี เป็น 400,000 สายต่อปี ภายในปี 2564” แพทย์หญิงดุษฎีกล่าว

Comments

Submitted by Monchanok Jamlo... on
อยากปรึกเรื่องการกินไม่หยุดอ่ะค่ะ คือน้ำหนักจาก 50 ขึ้นมา58 ในเวลาไม่กี่อาทิตย์ แล้วข่วงที่ผ่านมาอยู่แต่ห้อง กินกับนอน ไม่ไปไหนไม่ทำอะไรเลยจากคนที่ชอบออกไปข้างนอก มีปัญหาเรื่องนอนไม่หลับ หลับยาก จนบางครั้งกระทบกับเรื่องเรียนเพราะเรียนไม่รู้เรื่อง เลยอยากรู้ว่าพอจะมัทางแก้ไขไหมคะ

Submitted by กมลพรรณ on
สวัสดีค่ะ อายุ17ปีค่ะ เป็นโรคซึมเศร้ารุนแรง คะแนนการประเมิน27 พบปัญหามากมายในชีวิตมีทั้งเล่าไม่ได้ด้วย ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ ไม่มีเพื่อนสนิท ไม่มีใครที่เรียกว่าสนิทได้เลย ทุกอย่างคือปัญหา อยู่กับยายที่ด่าทุกวัน ไล่ให้ไปตายทุกวัน อยากฆ่าตัวตายทุกวัน แต่อยากหายจากโรคนี้มากกว่าเพราะเคยทำแล้วไม่สำเร็จ อยากรู้วิธีการรักษาค่ะ

Submitted by กรรณิการ์ on
สวัสดีค่ะ ในชีวิตมีเรื่องเครียดและให้คิดมากมากมาย หนูรู้สึกเหนื่อย เหนื่อยมาก ท้อแท้ คิดว่าทำไมชีวิตหนูต้องเกิดมาเจออะไรแบบนี้ หนูรู้สึกโดดเดี่ยวและถูกทิ้ง ตอนเด็กหนูเคยทำร้ายร่างกายตัวเองนิดหน่อยและเคยคิดค่าตัวตาย หนูก็เลยไม่คิดอะไรมาก แต่พอหนูยิ่งโต หนูรู้สึกว่ายิ่งเหนื่อย เป้าหมายของหนูคือเรียนจบ แต่ก็รู้สึกจบมาจะทำอะไร บางทีคิดว่าจะอยู่ไปทำไม อยากไปให้พ้นๆ และเมื่อสองวันมานี้หนูทะเลาะกับเพื่อนสนิท มันทำให้หนูยิ่งรู้สึกแย่ รู้สึกดาว รู้สึกอยากหนีไปไกลๆไม่อยากอยู่ หนูพึ่งอายุแค่นี้ทำไมหนูถึงต้องเหนื่อย ทำไมถึงต้องมาลำบาก

Submitted by Saitan on
รู้สึกกดดันตัวเอง ทำไรไม่มีความสุข รู้เหนื่อยท้อแท้ หมดกำลังใจ เบื่ออาหาร นอนหลับๆตื่นๆ เวียนหัว ไม่อยากทำอะไรเลย

Add new comment