ชานมไข่มุกพลังงานสูง 1 แก้ว รับถึง 360 กิโลแคลอรี แนะเลี่ยงได้ จะดีต่อสุขภาพ

Wed, 2019-08-28 18:29 -- hfocus
Print this pagePrint this page

กรมอนามัย เตือนกินชานมไข่มุกบ่อย ๆ เสี่ยงโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจและหลอดเลือด แนะประเมินร่างกายก่อนกินเนื่องจากให้ปริมาณต่อแก้วสูงถึง 360 กิโลแคลอรี หากเลี่ยงได้ก็จะดีต่อสุขภาพ

พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัยและโฆษกกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า คนที่จะดื่มชานมไข่มุกต้องประเมินตนเองด้วยว่าเสี่ยงต่อภาวะอ้วนหรือไม่ เพราะหากดื่มเป็นประจำอาจทำให้น้ำหนักเพิ่มอย่างรวดเร็วและนำไปสู่การเป็นโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจและหลอดเลือดได้ เนื่องจากชานมไข่มุกส่วนใหญ่เป็นการเติมน้ำตาล น้ำเชื่อม นมผง ครีมเทียม และไข่มุกลงในชา ซึ่งทำให้ได้พลังงานมากขึ้นกว่าน้ำชาทั่วไปมาก โดยข้อมูลทางโภชนาการระบุว่า ชานมไข่มุก 1 แก้ว ให้พลังงาน ประมาณ 240 - 360 กิโลแคลอรี โดยร่างกายจะได้รับคาร์โบไฮเดรต 45 - 62 กรัม ไขมัน 0 - 14 กรัม โปรตีน 0.4 - 2 กรัม ความแตกต่างของพลังงานและสารอาหารขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำตาลหรือน้ำเชื่อม ไข่มุก นมผง และครีมเทียมที่ใส่ลงไป

ซึ่งไข่มุกที่อยู่ในชานมไข่มุกนั้น ผลิตจากแป้งมันสำปะหลัง จัดอยู่ในอาหารหมวดเดียวกับแป้งและน้ำตาล โดยไข่มุก 30 กรัม ให้พลังงาน 100 กิโลแคลอรี ซึ่งพลังงานที่ได้จากการดื่มชานมไข่มุก 1 แก้ว โดยประมาณ ใกล้เคียงกับการกินก๋วยเตี๋ยว 1 ชาม หรือเท่ากับข้าวประมาณ 3 - 4 ทัพพี

พญ.อัมพร กล่าวต่อไปว่า การดื่มชานมไข่มุก 1 แก้ว นั้น จะได้รับพลังงานค่อนข้างสูง เทียบเท่ากับพลังงานจากการกินอาหารปกติ 1 มื้อ โดยประมาณ และสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยตรงคือ น้ำตาลที่ใส่ ลงในชานมและไข่มุก ถือเป็นพลังงานสูญเปล่า (Empty Calories) คือได้พลังงานจากคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว โดยไม่มีสารอาหารอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งหลายการศึกษาระบุว่า การได้รับน้ำตาลในปริมาณมาก ๆ อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ระดับน้ำตาลและระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือดสูงขึ้นได้ และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วน เบาหวาน และหัวใจและหลอดเลือด นอกจากนี้ ครีมเทียมที่ใส่ลงในชานมส่วนใหญ่ผลิตจากไขมันปาล์ม ซึ่งมีกรดไขมันอิ่มตัวค่อนข้างสูง ส่งผลต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดเช่นเดียวกัน

“หากในวันนั้นต้องการดื่มชานมไข่มุก ก็ควรคำนึงถึงพลังงานที่ได้รับ และควรลดปริมาณการบริโภคอาหารกลุ่มข้าวแป้ง และน้ำตาลจากอาหารชนิดอื่น ๆ ในมื้ออื่น ๆ ลง หรืออาจลดปริมาณน้ำตาลที่ใส่ในชานมไข่มุก และควรหลีกเลี่ยงการใส่ครีมเทียมลงในชานมไข่มุกที่สั่ง และควบคุมความถี่ในการเลือกดื่ม และไม่ควรดื่มชานมไข่มุกเป็นประจำต่อเนื่องทุกวัน แนะนำสัปดาห์ละ 1 - 2 แก้วก็เพียงพอแล้ว และควรหมั่นออกกำลังกาย เพื่อเป็นการเผาผลาญพลังงานที่ร่างกายได้รับในแต่ละวันด้วย ทั้งนี้ ขอความร่วมมือผู้ประกอบการได้พัฒนาสูตร ชานมไข่มุกเพื่อสุขภาพ ให้เป็นทางเลือกสำหรับผู้บริโภคและยังส่งผลดีต่อสุขภาพ เช่น สูตรหวานน้อย สูตรไขมันต่ำ เป็นต้น” รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าว

Add new comment