รพ.ชุมแพ ขอนแก่น ยกระดับบริการผ่าตัด ผู้ป่วยปลื้มนัดผ่านิ่วในถุงน้ำดีใช้เวลาแค่ 3 วัน

โรงพยาบาลชุมแพ จ.ขอนแก่น โชว์ศักยภาพยกระดับบริการผ่าตัดแบบ One Stop Service ทั้งการผ่าตัดส่องกล้อง ผ่าตัดแผลเล็ก และผ่าตัดวันเดียวกลับ พร้อมย้ำให้บริการผู้ป่วยบัตรทองด้วยมาตรฐานเดียวกับสิทธิข้าราชการ ด้านผู้ป่วยปลื้มนัดผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดีใช้เวลาแค่ 3 วัน ไม่ต้องรอคิวนานนับเดือน

พญ.ดวงพร อัศวราชันย์

พญ.ดวงพร อัศวราชันย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมแพ กล่าวว่า โรงพยาบาลชุมแพ ได้รับนโยบายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และผู้ว่าราชการจังหวัด ในการลดความแออัดจากโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น ดูแลโซนตะวันตกของจังหวัดและรอยต่อรวม 9 อำเภอ (พื้นที่รอยต่อ จ.เพชรบูรณ์ จ.เลย จ.ชัยภูมิ) โดยได้รับการยกระดับเป็นโรงพยาบาลทั่วไปขนาดเล็ก พ.ศ.2558 และเพิ่มขนาดเตียงเป็น 250 เตียง ในปี พ.ศ.2562 ทำให้มีแพทย์เฉพาะทางครบทุกสาขา มีศักยภาพช่วยแบ่งเบาโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น ปัจจุบันมีเตียงที่ใช้งานจริงจำนวน 350 เตียง มีป่วยนอกมากกว่า 28,000 คน/เดือน ผู้ป่วยใน 1,800 คน/เดือน ให้บริการประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบและรับเคสส่งกลับจากโรงพยาบาลขอนแก่น ตลอดจนช่วยดูแลผู้ป่วยที่มีอาการแทรกซ้อน รวมทั้งเคสยากๆ บางส่วนอีกด้วย

พญ.ดวงพร กล่าวว่า สัดส่วนประชาชนที่มาใช้บริการกว่า 73% คือผู้ใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าหรือบัตรทอง ซึ่งประชาชนยังเข้าใจผิดว่าสิทธิบัตรทองจะได้รับบริการชั้นสอง ขอยืนยันว่าสิทธิบัตรทองไม่ใช่คนไข้ชั้นสอง โรงพยาบาลให้การบริการที่มีมาตรฐานเทียบเท่ากับสิทธิสวัสดิการข้าราชการและประกันสังคม

"คนไข้ในเขต อ.ชุมแพ และอำเภอใกล้เคียงเดินทางไปโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่นลำบาก และกว่า 20% ยังเป็นผู้สูงอายุ การจะดูแลคนไข้ได้เต็มที่เราก็ต้องเพิ่มศักยภาพ ซึ่งในช่วง 2-3 ปีนี้เรามีแพทย์เพิ่มขึ้น พัฒนาการผ่าตัดจนยกระดับบริการ “One Stop Service บริการแบบครบวงจร ใกล้ใจ” สามารถช่วยโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่นได้มากพอสมควร ส่วนทิศทางในอนาคตเราอยากเพิ่มศักยภาพเป็นโรงพยาบาลทั่วไปขนาดใหญ่ รวมทั้งเป็น Excellence Center ด้านศูนย์ส่องกล้องทางเดินอาหาร การผ่าตัดแบบแผลเล็ก และการผ่าตัดแบบไปกลับวันเดียว" พญ.ดวงพร กล่าว

ด้าน นพ.พศวีร์ เผ่าเสรี รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาคุณภาพบริการ โรงพยาบาลชุมแพ กล่าวว่า โรงพยาบาลมีแพทย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางครบทุกสาขา รวม 36 คน ในระยะหลังมานี้โรงพยาบาลรับเข้าผู้ป่วยมากกว่าส่งต่อ แสดงว่าศักยภาพดีขึ้นในการดูแลผู้ป่วยในพื้นที่ รวมทั้งรับส่งต่อจากโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่นเพื่อลดความแออัดประมาณ 400-500 เคส/ปี

สำหรับบริการ One Stop Service ใกล้บ้านใกล้ใจ เริ่มต้นจากสาขาจักษุ ซึ่งมีการรับผู้ป่วยผ่าตัดต้อกระจก แล้วขยายเป็นสาขาโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคไต ศัลยกรรม ออร์โธปิดิกส์ และโรคมะเร็ง โดยสาขาจักษุ โรงพยาบาลชุมแพเป็นศูนย์กลางที่ผ่าต่อกระจกได้จำนวนมาก ส่วนผู้ป่วยเบาหวานสามารถเข้าถึงบริการได้ง่ายขึ้น โรคหลอดเลือดสมองสามารถเข้าถึงยาขยายหลอดเลือดประมาณ 12% และระยะเวลาการเข้าถึงยาเร็วขึ้น สาขาโรคไตมีอายุรแพทย์โรคไต 2 ท่าน รับวาง CAPD ได้ทั่ว จ.ขอนแก่น ถ้าผู้ป่วยคิวช้าคิวนาน มาที่โรงพยาบาลชุมแพก็จะได้วางสายล้างไตเร็วขึ้น

ในส่วนของงานศัลยกรรม สิ่งที่โรงพยาบาลเพิ่มศักยภาพ เช่น การพัฒนาหน่วยตรวจวินิจฉัยและการรักษาด้วยการส่องกล้อง ให้บริการผ่าตัดแบบวันเดียวกลับ บริการผ่าตัดแบบแผลเล็ก การผ่าตัดไทรอยด์โดยไร้แผลเป็น ในกลุ่มโรคมะเร็งก็มีบริการศัลยกรรมในกลุ่มโรคมะเร็ง เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ มะเร็งทางเดินปัสสาวะ นอกจากนี้ ในปี 2562 โรงพยาบาลยังจัดโครงการคัดกรองมะเร็งลำไส้ให้กับประชาชนใน อ.ชุมแพ และพื้นที่ใกล้เคียง 12 อำเภอ พบผู้ที่มีความเสี่ยงและรับบริการส่องกล้อง 211 ราย ผลการตรวจพบเป็นมะเร็ง 7 ราย ได้รับการผ่าตัดรักษาแล้ว 5 ราย และเป็นเนื้องอก 83 ราย

นพ.เกียรติตะวัน กิ่งแฝง

นพ.เกียรติตะวัน กิ่งแฝง หัวหน้ากลุ่มงานศัลยกรรม โรงพยาบาลชุมแพ กล่าวว่า กลุ่มงานศัลยกรรมของโรงพยาบาลชุมแพให้บริการเกือบทุกโรคของงานศัลยกรรม แต่ที่เน้นเพิ่มขึ้นมาคือการพัฒนางานผ่าตัดด้วยการส่องกล้อง การผ่าตัดแผลเล็ก และการผ่าตัดแบบวันเดียวกลับ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็ว ลดภาวะแทรกซ้อน ลดการส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลขอนแก่น ทำให้ผู้ป่วยในพื้นที่ไม่ต้องเดินทางไกล ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายทั้งการเดินทางและค่ากินอยู่อื่นๆ

ทั้งนี้ กรณีโรคภาวะฉุกเฉินที่ผู้ป่วยเข้าผ่าตัดอันดับแรก คือ ไส้ติ่งอักเสบ รองลงมาคือ นิ่วในถุงน้ำดี ทั้งถุงน้ำดีอักเสบ ท่อทางเดินน้ำดีอุดตัน ส่วนกรณีไม่ฉุกเฉินที่ผู้ป่วยรับการรักษา ส่วนใหญ่เป็นการผ่าตัดเนื้องอกลำไส้ใหญ่ที่การผ่าตัดส่องกล้องค่อนข้างได้ผลดี นอกจากนี้ยังมีการผ่าตัดก้อนเนื้อไทรอยด์ แก้ไขภาวะไส้เลื่อนหน้าท้องและขาหนีบ รวมถึงผ่าตัดไส้ติ่ง เป็นต้น โดยโรงพยาบาลได้พัฒนาความรู้เทคนิคการส่องกล้องรวมถึงทีมงานพยาบาลช่วยส่องกล้อง ทำให้คนไข้ในพื้นที่ได้รับประโยชน์มากที่สุด นอกจากนี้ยังได้พัฒนาการดูแลและรักษาผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่เป็นมะเร็งพบบ่อยในหญิงไทย ให้บริการตั้งแต่ตรวจวินิจฉัยด้วยเครื่องแมมโมแกรม การผ่าตัดเต้านม คนไข้ผ่าที่ตัดเสร็จ ถ้าจำเป็นต้องให้ยาเคมีบำบัดก็จะดูแลต่อโดยศัลยแพทย์ แต่ถ้าต้องฉายรังสีจะส่งต่อไปโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น

นางสมบูรณ์ โสภาคุณ

ด้าน นางสมบูรณ์ โสภาคุณ อายุ 64 ปี ประชาชนในเขต อ.หนองเรือ หนึ่งในผู้รับบริการผ่าตัดที่โรงพยาบาลชุมแพ กล่าวว่า ตนป่วยเป็นโรคนิ่วในถุงน้ำดีโดยตรวจพบตั้งแต่ปี 2560 แต่ตอนนั้นยังไม่ยอมเข้ารับการผ่าตัด จนกระทั่งปีนี้ไปเข้าโรงพยาบาลหนองเรือและถูกส่งตัวไปผ่าตัดที่โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น แต่เนื่องจากตนสะดวกรับการผ่าตัดในเดือน ก.ค. เพราะหลังจากนั้นเป็นช่วงเก็บเกี่ยวข้าวและอ้อย การจะรับบริการที่โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่นต้องรอคิวผ่าตัดนาน 2-3 เดือน จึงขอย้ายมารับการผ่าตัดที่โรงพยาบาลชุมแพแทน

"เขาบอกว่านิ่วเต็มถุงน้ำดีเลย แต่เราไม่อยากรอคิวนาน เราเป็นชาวไร่ชาวนา ต้องเก็บเกี่ยวข้าว ตัดอ้อย พอดีกับมีญาติคนหนึ่งมาทำงานใน อ.ชุมแพ และแนะนำว่าถ้าจะผ่าตัดอะไรให้ลองมาที่นี่ดูก่อน ก็เลยมาผ่าที่นี่แทน ตอนแรกก็ไม่มั่นใจคุณหมอ คิดว่าหมอจะเก่งเทียบเท่าโรงพยาบาลขอนแก่นหรือไม่ แต่พอมาแล้วประทับใจมาก มา 3 วันผ่าตัดเลย วันแรกตรวจเสร็จ นัดนอนโรงพยาบาลวันที่ 29 ก.ค. พอวันที่ 30 ก.ค. ก็ผ่าตัดเลย ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้ ผ่าตัดออกมามีนิ่ว 78 ก้อน แต่หลังผ่าแล้วไม่มีอาการอะไรเลย โรงพยาบาลก็สะอาด เดินทางสะดวกสบาย ใกล้บ้าน ที่จอดรถสะดวก รู้สึกสบายใจที่มารับบริการที่นี่" นางสมบูรณ์ กล่าว

นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า การพัฒนาโรงพยาบาลชุมแพ เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดให้เป็น Smart City ซึ่งจะมี 2 ส่วนคือเมืองเดิม (เขตเทศบาลนครขอนแก่น) และเมืองใหม่อีก 6 อำเภอ โดย อ.ชุมแพ ก็เป็นหนึ่งในนั้น

"ในส่วนของ อ.ชุมแพ อยู่ทางทิศตะวันตก เราคิดว่าเพื่อลดความแออัดของผู้คน และให้เขาได้มีโอกาสขยายการบริการให้พี่น้องประชาชนละแวกนั้นได้เข้าถึงบริการได้มากขึ้น ก็จะวางตำแหน่งการพัฒนาเมืองใหญ่ไว้ที่ อ.ชุมแพ ตอนนี้ในเขตเทศบาลนครเราพัฒนาเป็น Smart Cityได้รุดหน้ามากทีเดียว อีก 2 เดือนจะเป็นจุดทดสอบ 5G ซึ่งสิ่งสำคัญก็คือ Telemedicine เราคิดว่าจะให้ทางโรงพยาบาลชุมแพเป็นหน่วยบริการด้านสาธารณสุขที่สำคัญและบอกให้เขาพัฒนาตัวเองให้เป็น Excellence Center ให้ได้ ตลอดจนพัฒนารูปแบบบริการทั้งหมดเพื่อสร้างความมั่นใจ ให้คนในละแวกนั้นไปใช้บริการ ทั้งนี้เพื่อลดความแออัดของคนที่จะเข้ามาในเขตเมือง" นายสมศักดิ์ กล่าว

อย่างไรก็ดี นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า อ.ชุมแพ จะพัฒนาด้านการแพทย์อย่างเดียวคงไม่พอ เพราะการเป็น Smart City จะต้องมีองค์ประกอบ 7 ด้าน ไม่ว่าจะเป็น Smart Mobility, Smart Community, Smart Economy, Smart Environment, Smart Governance, Smart Building และ Smart Energy มันก็ต้องพัฒนากันต่อไปด้วย

Comments

มาถูกทาง • 2019-08-30, 20:42
นโยบายการลดเวลารอคอยและการลดความแออัดจากโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไปประจำจังหวัดต่าง ๆ ด้วยการพัฒนาศักยภาพ ขยายขนาดโรงพยาบาลขุมชนประจำอำเภอขนาดใหญ่ให้เป็นโรงพยาบาลทั่วไป น่าจะเป็นแนวทางที่ถูกต้องที่สุดในการแก้ปัยหาลดเวลารอคอยและการลดความแออัดดังกล่าว รัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขควรมีนโยบายที่ชัดเจนในการพัฒนาโรงพยาบาลชุมชนขนาดใหญ่ทั่วประเทศ ในอำเภอที่มีจำนวนประชากรตั้งแต่ 50,000 หมื่นคนขึ้นไป พัฒนาให้มีศักยภาพให้เป็นโรงพยาบาลทั่วไป ทั้งในเรื่องจำนวนเตียง เครื่องมือทางการแพทย์ อัตรากำลังบุคลากรทางการแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ฯลฯ ให้เพียงพอ เพื่อแบ่งเบาภาระและลดความแออัดใน รพ.ประจำจังหวัด เช่นเดียวกับที่ สธ.ได้ให้นโยบายและดำเนินการไปสำเร็จแล้วที่ รพ.ชุมแพ.

ความคิดเห็นล่าสุด

กรกฎ อินต๊ะผัด
14 ชั่วโมง 17 นาที ago

ข่าวล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

กรกฎ อินต๊ะผัด
14 ชั่วโมง 17 นาที ago
กลับด้านบน