“จดหมายมรณกรรมถึงลูกสาวของฉัน” ผู้ป่วยมะเร็งในอเมริกา เมื่อกำไรมีอิทธิพลเหนือสุขภาพ

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2562 เว็บไซต์วอชิงตันโพสต์ได้เผยแพร่บทความของ Erika Zak ผู้ป่วยมะเร็งที่เขียนถึงลูกสาววัย 5 ขวบ ก่อนที่ Erika เสียชีวิต Erika บอกเล่าความยากลำบากของระบบประกันสุขภาพในสหรัฐอเมริกา และการต่อสู้ต่างๆ ที่เผชิญอยู่กับบริษัทประกันชีวิตเพื่อให้ได้รับการรักษา ซึ่งวอชิงตันโพสต์เผยแพร่บทความหลังจากที่ Erika Zak เสียชีวิตเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2562 อายุได้ 39 ปี เมื่อสิทธิการรักษาไม่ใช่สิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน

สรชัย จำเนียรดำรงการ ได้แปลเผยแพร่เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2562 Hfocus.org เห็นว่ามีประเด็นน่าสนใจ จึงนำมาเผยแพร่ต่อ

Erika Zak และลูกสาว

Loïe ลูกรัก,

แม่ยังจำได้ ตอนที่หนูยังตัวเล็กนิดเดียว เพิ่งจะลืมตาดูโลก หนูจ้องมองทุกสิ่งที่หนูเพิ่งเคยเห็นด้วยแววตาประหลาดใจราวกับหนูคือผู้ค้นพบเป็นคนแรก ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเหมือนมนตร์ขลัง

ตัวแม่เอง ก็มีภาพความทรงจำที่สวยงามมากมายในขณะเจริญวัย ขณะเดียวกัน แม่ก็ฉงนว่า ทำไม ยิ่งโตก็ยิ่งต้องดิ้นรนต่อสู้ให้มีความกล้าหาญยิ่งขึ้น บางครั้งก็ต้องส่งเสียงดังเหมือนเมื่อตอนเป็นเด็ก บางครั้ง เสียงของแม่ก็เบาลง เกือบเป็นการกระซิบ แน่ละมันคือช่วงเวลาที่ทุกสิ่งเป็นมนตร์ขลังเช่นกัน อย่างเช่นเมื่อครั้งที่แม่พบกับพ่อและได้ตกหลุมรัก แต่เจ้ามนตร์ขลังนี้มันขยายตัวใหญ่สุดเมื่อได้พบลูก Loïe ลูกรัก

พ่อกับแม่ต้องการมีลูกสักคนหนึ่ง แม้การรอคอยจะไม่เนิ่นนาน แต่แม่รู้สึกว่ามันช่างยาวนานเหลือเกิน และแล้ววันหนึ่ง แม่พูดกับตัวเองว่า “ใช่แน่เลย แม่รู้ว่าลูกอยู่ในนั้น” หลังจากแม่แน่ใจได้ด้วยชุดทดสอบการตั้งครรภ์ แม่ส่งผลให้พ่อดู พ่อดูผลด้วยตาลุกโพลง แววตาเป็นประกาย แล้วเราก็ฉลองด้วยการเต้นรำกันในห้องเช่าเล็กๆนั้น

ช่วงก่อนที่แม่จะรู้ว่ามีลูกอยู่ในท้องนั้น แม่เริ่มรู้สึกว่ามีการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ในตัวแม่ เสียงของแม่ดูมีพลังมากขึ้น.ร่างกายของแม่แข็งแรงขึ้นอย่างยากที่จะอธิบาย มันรู้สึกเหมือนว่ากำลังต่อสู้กับอะไรบางอย่าง และแล้วลูกก็เกิดมาอย่างสมบูรณ์ หวานแหววและมีมนตร์ขลัง เราตั้งชื่อลูกตามอย่างนักเต้นอเมริกันที่โด่งดังในปารีสนานมาแล้ว สวย สง่า มาดมั่น เคลื่อนไหวอย่างอิสระเสรี สุดยอดหาผู้ใดปาน

สามเดือนต่อมา หมอโทรมาขณะที่แม่อุ้มลูกอยู่ บอกว่าแม่เป็นมะเร็งระยะที่สี่ เริ่มที่ลำไส้ใหญ่และลามไปที่ตับ วันที่แม่รับสารเคมีครั้งแรก แม่ถ่ายรูปลงอินสตาแกรมและเขียนว่า “เอาล่ะ เราพร้อมไปกับเวทมนตร์” ความจริงแม่ควรจะเขียนว่า “เอาละ เราพร้อมไปกับสารพิษ”

วันแล้ววันเล่า แม่บอกกับตัวเองว่าจะไม่บ่นและเข้าร่วมกลุ่มบำบัดรักษาอย่างสม่ำเสมอ แต่หลังจากที่อาการดีขึ้น มันก็กลับมาอีก แม่ต้องผ่านเคมีบำบัด 70 ครั้ง เพื่อนใหม่ในกลุ่มตาย คุณตาของลูกก็ตาย ตัวลูกเองก็โตขึ้นเรื่อยๆ และหัดพูดหัดเดิน แม่ไม่ต้องการอะไร เพียงแต่อยากให้ทุกชีวิตกลับคืนมา แม่อยากให้มนตร์ขลังกลับมาอีก

และแล้ว ระหว่างที่หมอปฏิบัติรักษาแม่ไปตามปกติ ตับของแม่ก็วาย เลือดและน้ำดีไหลเวียนไม่ปกติ ต้องเจาะหน้าท้อง 2 ช่องเพื่อถ่ายเทของเสียออกจากร่างกายเพื่อให้มีชีวิตรอดอยู่ได้ต่อไป สีผิวของแม่เปลี่ยนเป็นสีเหลือง กินไม่ลง เลือดออกมากขึ้น ความแข็งแกร่งของร่างกายลดทอนลงอย่างช้าๆ ทุกวัน แต่เหมือนมีบุญบันดาล แม้เริ่มกินยาเกี่ยวกับภูมิคุ้มกัน และมันได้ผลดี

ขณะที่ดูเหมือนมะเร็งจะหายไป แม่ก็จำเป็นจะต้องเปลี่ยนตับใหม่ มันเป็นโอกาสสุดท้ายแล้ว แม่พยายามสู้เพื่อจะมีชีวิตต่อไป แต่มนุษย์ในโลกนี้ก็ช่างสรรสร้าง ทำอะไรต่ออะไรให้มันยากขึ้นไปอีก

เริ่มจาก บริษัทประกันอันแสนยิ่งใหญ่ปฏิเสธการจ่ายเงินค่าเปลี่ยนถ่ายตับ โดยบอกว่า กรณีนี้ไม่อยู่ในสัญญา เขาบอกว่า แม่เป็นมะเร็งซึ่งได้รับการรักษาจนหายแล้ว แต่แม่ก็เถียงว่า การไม่ตอบสนองต่อเคมี ทำให้ต้องใช้ยาเกี่ยวกับภูมิคุ้มกัน และตับของแม่วายเพราะยานี้ซึ่งนับว่าได้ช่วยชีวิตของแม่ไว้

ด้วยไม่มีทางเลือกอื่น แม่เล่าเรื่องราวนี้แก่นักข่าวเพื่อออกสื่อ ปรากฏว่าได้ผล และหลังจากที่บริษัทประกันอนุมัติให้สิทธิการรักษาดังกล่าว เรา 3 คน (ลูก แม่และพ่อ) ก็บินไปคอยตับ แม่บอกกับตัวเองว่า “ทนอีกสักหน่อย เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น”

(อุปสรรคขั้นที่สอง)

แต่เมื่อถึงคิวรอคอยของแม่ หลังจากรอมา 1 ปีใน Cleveland ระบบการเปลี่ยนถ่ายอวัยวะของทางการก็ชกแม่ล้มพับอีกครั้ง เขาบอกว่าแม่ไม่ได้ป่วยมากพอที่จะได้รับสิทธิ และประวัติการเป็นมะเร็งของแม่ทำให้ถูกตัดออกจากการได้รับการพิจารณา เมื่อแม่ชี้ว่า พวกเขาเล่นตั้งกติกาขึ้นมาใหม่เพื่อตัดคนไข้อย่างแม่ออก พวกเขาก็ยังยืนกรานและไม่ทำอะไร

ดังนั้น เสียงของแม่จึงดังขึ้นแม้ว่าร่างกายจะอ่อนล้าลงทุกที กระแสแห่งมนตร์ขลังและความหวังช่วยจุดประกาย สาธารณชนเป็นกำลังใจ สื่อสนใจ พวกเขายกเรื่องของแม่ขึ้นเป็นตัวอย่างของระบบเปลี่ยนอวัยวะที่ใช้ไม่ได้ แม่ได้พิสูจน์ให้โลกได้รับรู้ว่า เราคนเดียวตัวเล็กๆ สู้ทนทำอะไรที่แตกต่างแล้วทำให้คนอื่นได้รับประโยชน์ด้วยได้ ซึ่งหลังจากที่สู้ทนกับทุกสิ่งแล้ว แม่ก็ตระหนักอย่างแท้จริงว่าการต่อสู้เพื่อตับใหม่นั้น มิได้มีความหมายเฉพาะแม่เท่านั้น

Loïe ลูกรัก วันที่แม่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งมันผ่านพ้นมาได้ 5 ปีแล้ว แม่เขียนจดหมายนี้เพื่อที่จะบอกว่า แม่อาจจะต่อสู้เพื่อลูกและพ่อในกาลข้างหน้าก็เป็นได้ แม่อยากจะอยู่ใกล้ๆเพื่อที่จะเล่าเรื่องที่จบลงด้วยความสุข แม่สู้อย่างทุ่มเทหมดทั้งตัว แต่ถ้าเรื่องนี้มันจบลงเร็วกว่าที่คาด จงรับรู้ว่า แม่ยังอยู่กับลูกเสมอ แม้ว่าลูกจะไม่สามารถเห็นหน้าแม่หรือให้แม่ลูบผมได้ แม่ยังอยู่กับลูกยามที่ใบหน้าอันหวานแหววของลูกได้สัมผัสกับลมโชยอันอบอุ่น แม่ยังอยู่กับลูกในวันแรกของฤดูใบไม้ผลิ ดอกไม้แรกแย้ม และทุกๆสิ่งดูใหม่เอี่ยมอ่องและถูกต้องเหมาะสมยิ่งนัก

โปรดระลึกเสมอว่าแม่ยังอยู่ที่นี่เพื่อปกป้องลูก ชี้ทางให้ลูกและส่งความรักที่แม่มีทั้งหมดให้แก่ลูกเท่านั้น

แม่ได้อ่านเรื่องเกี่ยวกับคนที่ใกล้จุดจบ ที่พยายามทำบางสิ่งเพราะมันเหลือเพียงสิ่งเดียวที่เขาทำได้ แม่เข้าใจพวกเขาแล้ว แม่ก็จะทำบางสิ่ง เพียงเพื่อให้มันปรากฎ เรียกมนตร์ขลังกลับคืนมายังแม่บ้างสิ ให้โอกาสแม่เป็นครั้งสุดท้ายเพื่อที่แม่จะได้ริเริ่มสิ่งใหม่ๆ

หมายเหตุ Erika Zak เสียชีวิตระหว่างการผ่าตัดเปลี่ยนตับที่ Cleveland Clinic ใน Ohio เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2562 อายุได้ 39 ปี

แปลจาก Erika Zak: A posthumous letter to my daughter จาก washingtonpost.com

ข่าวล่าสุด

กลับด้านบน