กรมอนามัยเตือน กม.ไม่อนุญาตให้ร้านอาหารใช้อุปกรณ์ปิ้งย่างบนโต๊ะเป็นแก๊ส-ถ่าน ชี้เกิดเหตุแล้วคุมยาก

Mon, 2020-01-20 20:04 -- hfocus
Print this pagePrint this page

กรมอนามัยเตือน กฎหมายไม่อนุญาตให้ร้านอาหารใช้อุปกรณ์ปิ้งย่างบนโต๊ะเป็นแก๊สหรือถ่าน ให้ใช้เฉพาะที่ใช้ไฟฟ้าเท่านั้น เพราะเวลาเกิดเหตุแล้วควบคุมได้ยาก เป็นหน้าที่ท้องถิ่นเข้าไปควบคุมกำกับ หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ห้างฟอร์จูน ต้นเพลิงมาจากร้านปิ้งย่าง

เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2563 พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ห้างสรรพสินค้าฟอร์จูน รัชดา กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีต้นเพลิงมาจากร้านอาหารปิ้งย่าง ว่า เรื่องนี้ยังไม่ทราบรายละเอียดแน่ชัด แต่ปัจจุบันมีกฎหมายกำหนดเรื่องอุปกรณ์ที่ใช้เสิร์ฟบนโต๊ะอาหาร ซึ่งอุปกรณ์ที่ให้ความร้อนนั้นกฎหมายอนุญาตเฉพาะอุปกรณ์ที่ใช้ไฟฟ้าเท่านั้น ส่วนชนิดอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นแก๊ส หรือถ่าน กฎหมายไม่อนุญาตให้ทำได้ เพราะเวลาเกิดเหตุแล้วควบคุมกำกับได้ยาก ยกเว้นในห้องครัวซึ่งมีระบบดูแลเฉพาะอยู่ แต่ถ้าเป็นภายในร้าน บนโต๊ะอาหารของผู้บริโภคจะไม่อนุญาตเลย ทั้งนี้เพื่อลดความเสี่ยงอันตรายที่จะเกิดขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่ามีการเกิดเหตุอันตรายอยู่บ่อยครั้ง การใช้งานของพวกนี้เหมือนว่าต้องมีความรู้เกี่ยวกับอุปกรณ์ว่าเป็นรุ่นไหน ใช้อย่างไร ควบคุมอย่างไร ไม่อย่างนั้นจะเป็นอันตรายได้

ผู้สื่อข่าวถามว่าตอนนี้ร้านปิ้งย่างที่ให้ผู้บริโภคปิ้งย่างกันเองบนโต๊ะอาหาร กรมอนามัยได้สำรวจหรือไม่ว่ามีลักษณะอย่างไร พญ.พรรณพิมล กล่าวว่า กรมอนามัยจะดูตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งออกเป็นแนวทางให้ท้องถิ่นเป็นผู้รับไปดำเนินการสุ่มตรวจ เพราะเวลาเปิดร้านอาหารต้องมาขออนุญาตและระบุประเภทร้านอาหารที่จะเปิด ดังนั้นพอลงไปตรวจก็จะพบว่าปฏิบัติตามที่มาขออนุญาตหรือไม่ แต่ตอนนี้ในส่วนของกรุงเทพฯ นั้นปริมาณร้านอาหารมีเยอะมาก ทั้งนี้ หลังจากกรมอนามัยมอบอำนาจให้ท้องถิ่นดูแลจัดการแล้ว ทางท้องถิ่นไม่จำเป็นต้องรายงานให้กรมอนามัยทราบก็ได้ แต่ที่ผ่านมาก็มีความร่วมมือกันทำงานมาตลอด กรมฯ ก็ลงพื้นที่บ้าง บางเรื่องที่ท้องถิ่นไม่สามารถดำเนินการได้ในทางเทคนิค กรมอนามัยก็จะลงไปช่วยสนับสนุน

“กรณีเกิดเหตุไฟไหม้ หรืออันตรายที่เกิดในร้านอาหารต่าง ๆ โดยหลักการเราจะลงไปสอบสวนสาเหตุเพื่อหาวิธีการป้องกัน แต่ถ้าเป็นเพลิงไหม้ ระบบสอบสวนต้องชัดเจนอยู่แล้วว่าเป็นแบบไหน อย่างไร ต้นเพลิงมาจากไหน ตามกฎหมายท้องถิ่นจะต้องเป็นผู้ดำเนินการเอาผิด” พญ.พรรณพิมล กล่าว

Add new comment