ศบค.รื้อระบบจัดสรรหน้ากากอนามัยใหม่ ให้ สธ.-มท. วันละ 2.3 ล้านชิ้น เริ่ม 5 โมงเย็นวันนี้

Mon, 2020-03-30 18:15 -- hfocus
Print this pagePrint this page

“วิษณุ เครืองาม” รองนายกฯ เปิดแผนกระจายหน้ากากอนามัย เริ่ม 5 โมงเย็นวันนี้ (30 มี.ค.) กระจายส่ง สธ. โควตาให้บุคลากรทางการแพทย์วันละ 1.3 ล้านชิ้น และมหาดไทยอีก 1 ล้านชิ้นให้ อสม.จนท.ใกล้ชิดผู้ป่วย ระบุจะทำแบบนี้ 3-4 วัน เพื่อให้บุคลากรภาครัฐมีหน้ากากอนามัยใช้เพียงพอ จากนั้นจะกรจายไปที่ร้านค้าเพื่อจำหน่ายให้ประชาชน

วันที่ 30 มี.ค.2563 ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา (ศบค.) นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวถึงการดำเนินการกระจายหน้ากากอนามัย ว่า เรื่องหน้ากากอนามัยนั้น เรามีการประเมินใหม่ ทำแผนจ่ายใหม่ โรงงานผลิตหน้ากากมีทั้งหมด 11 โรงงาน แต่เปิด 8 โรงงาน โดยกระทรวงพาณิชย์ไปขอร้องอย่าเพิ่งหยุด จนเขายอมกลับ โดย 1 วันผลิตได้ 2.3 ล้านชิ้นโดยประมาณ ดังนั้น ของเก่าไม่ต้องพูดถึง ว่ากันใหม่วันนี้ และ 5 โมงเย็น จะใช้บริการของไปรษณีย์ไทยขนหน้ากากอนามัย(สีฟ้า) กระจายทั่วประเทศ

นายวิษณุ กล่าวอีกว่า โดยผู้รับจะมี 2 หน่วยงานหลัก คือ กระทรวงสาธารณสุข ได้โควตาจำนวน 1.3 ล้านชิ้น และกระจายไปยังโรงพยาบาลต่างๆ ซึ่งจะให้บุคลากรทางการแพทย์เท่านั้น และกระทรวงมหาดไทยมีโควตา 1 ล้านชิ้นจะส่งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัดบวก กทม. โดยจะให้แก่บุคคลที่ไม่ใช่แพทย์ แต่ต้องใกล้ชิดกับผู้ป่วย เช่น อสม.เฝ้าระวังผู้ป่วยต่างจังหวัด ให้แก่เจ้าหน้าที่บริการประชาชน เช่น เจ้าหน้าที่อำเภอ เจ้าหน้าที่ที่มีความเสี่ยง เช่น พนักงานขนขยะ ตำรวจ ทหารตั้งด่านตรวจระหว่างทาง และผู้กลุ่มเสี่ยงคนชราอายุ 70 ปีขึ้นไป ผู้ป่วยและเด็ก เริ่ม 5 โมงเย็น รถประมาณ 40 คันจะขนสินค้าออกหน้าโรงงานไปยังทุกจังหวัด โดยสายกระทรวงสาธารณสุขจะตรงไปยังโรงพยาบาลประจำจังหวัด ผ่านจังหวัดไหน แวะจังหวัดนั้น ส่วนสายกระทรวงมหาดไทยจะตรงไปยังศาลากลางจังหวัด หากต้องส่งต่อไปยังอำเภอ ตำบล จะมีรถของไปรษณีย์ไทยในระดับตำบลแยกขนส่งต่อไป

“ทั้งหมดจึงยังไม่ไปที่ร้านค้า เพราะหมดแล้ว แต่ขอให้อดทนไปก่อนสัก 3-4 วัน เราจะทำแบบนี้ทุกวัน หลังจากนั้นบุคลากรภาครัฐจะมีหน้ากากพอใช้ไปสักระยะหนึ่ง หลังจากนั้นเราจะเปลี่ยนการจ่ายไปยังประชาชน ร้านค้า เหมือนเดิม ส่วนการส่งหน้ากากไปต่างประเทศ โดยหลักการไม่มี เพราะเป็นสินค้าควบคุม และหากมีสัญญาว่าจ้างใดๆ ก็ตามก็ต้องยกเลิก ยกเว้นมีพันธะทางกฎหมาย คือ 1. ส่งออกเพราะกรณีบีโอไอ 2. ส่งออกเพราะเป็นทรัพย์สินทางปัญญา จ้างมาจากต่างประเทศ 3. มีสัญญา หรือ FTA ระหว่างประเทศระหว่างกัน แต่ก็จะพยายามเจียดใช้ในประเทศให้มากที่สุดเท่าที่มากได้ เช่นกรณีบัตรบีโอไอ พบว่า ม.47 แม้จะส่งออกได้ แต่หากรัฐมีมาตรการเพื่อความมั่นคงอาจห้ามได้ ซึ่งรัฐพร้อมใช้มาตรานี้ สั่งเบรกหรือแบ่งส่วนหนึ่งเพื่อใช้ในประเทศ” นายวิษณุ กล่าว

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ส่วนภาคเอกชนจะนำหน้ากากอนามัยเข้ามาประเทศไทย ขณะนี้กรมศุลกากรออกประกาศยกเว้นภาษีนำเข้าหน้ากากตั้งแต่วันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา ส่วนน้ำยา เวชภัณฑ์ เครื่องมือชุดตรวจ จะมีการดำเนินการเช่นกัน แต่อยู่ระหว่างการจัดทำรายการระหว่างกรมศุลกากรและกระทรวงสาธารณสุขว่ามีอะไรบ้าง ซึ่งคาดว่าจะทำได้ใน 1-2 วันนี้ ต่อไปก็จะนำเข้าจากต่างประเทศไทย โดยเฉพาะจีน ส่วนเรื่องสินค้า ไข่ นั้น ขณะนี้ห้ามส่งออกแล้ว ส่วนข่าวลือที่ว่ามีส่งออกอันนั้นจริงถ้าเป็นของเดิม แต่ประกาศใหม่ไม่ได้แล้ว ขณะนี้เราห้ามผู้ค้ากักตุนขาย และขอความกรุณาประชาชนอย่าไปซื้อกักตุน เพราะไม่ขาดตลาด เมื่อไม่ส่งออกก็จะหมุนเวียนในประเทศ โดยการบริโภคไข่ไก่ทั่วประเทศอยู่ 39 ล้านฟอง ซึ่งจากการผลิตยังเหลืออีก 2 ล้านฟอง โดยการซื้อเก็บมากๆ กระทรวงพาณิชย์คาดว่าจะทำให้ไข่ล้นตลาด

Add new comment