“เทศบาลตำบลพุเตย” ตั้งศูนย์โควิด-19 บล๊อกไม่ให้โควิด-19 เข้าสู่ชุมชน

Wed, 2020-04-01 15:16 -- hfocus
Print this pagePrint this page

สสส.หนุน “เทศบาลตำบลพุเตย” ผนึกกำลังทุกหน่วยงานตั้งศูนย์ “โควิด-19” บล๊อก ไม่ให้โควิด-19 เข้าสู่ชุมชน เคร่งครัดสวมหน้ากาก-ล้างมือ ชื่นชมคนกลับบ้านเกิดยอมกักตัว 14 วันเพื่อความปลอดภัยส่วนรวม

นางจินตนา ทองใจสด นายกเทศมนตรีตำบลพุเตยอำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์หนึ่งในศูนย์จัดการเครือข่ายสุขภาวะชุมชน (ศจค.) ภายใต้การสนับสนุนของสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน(สำนัก 3) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวถึงแผนรับมือกับโควิด-19ในพื้นที่ว่า หลังทราบถึงการแพร่ระบาดเกี่ยวกับโควิด-19 ก็เริ่มประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านรับรู้ เพื่อสร้างความเข้าใจและป้องกันตัวเองในเบื้องต้น เมื่อเริ่มเห็นตัวเลขผู้ป่วยเพิ่มขึ้น จึงตั้ง ศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังการระบาดไวรัสโควิด-19 เพื่อเตรียมรับมือ โดยศูนย์เฝ้าระวังฯดังกล่าวเป็นการทำงานร่วมกันของเทศบาล โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) อสม.กรรมการชุมชน ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน และตำรวจ

โดยมีศูนย์เฝ้าระวังฯ ทำหน้าที่เป็นศูนย์อำนวยการวางแผนติดตาม การเฝ้าระวังการระบาด จัดทำแผนปฏิบัติการ ใช้สื่อประชาสัมพันธ์รณรงค์เพื่อให้เกิดการตระหนักและเข้าใจเช่น ใช้เสียงตามสายเน้นย้ำวันละ 3 เวลาสื่อแผ่นพับแจกชาวบ้าน ใช้การสื่อสารผ่านสื่อโซเชียล อย่าง FB และ Line จัดทำป้ายประชาสัมพันธ์ในพื้นที่เพื่อให้ชาวบ้านเข้าใจยิ่งขึ้น

“เราจะมีการประชุมสรุปรายงานผลทุกวันผ่านการสื่อสารทางไลน์กลุ่มของคณะทำงาน แบ่งงานกันทำตามบทบาทหน้าที่ เทศบาลจะเป็นจุดอำนวยการวางแผนการทำงาน ขณะเดียวกัน รพ.สต. และ อสม. จะลงพื้นที่ให้ความรู้ร่วมกับกำนันผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการชุมชน และชาวช้านจะช่วยกันเฝ้าระวังในพื้นที่ของตัวเอง ถ้ามีใครเข้ามาในหมู่บ้านก็จะต้องแจ้งหรือรายงานให้ผู้ใหญ่บ้านทราบก่อนเลย” นางจินตนา กล่าว

นางจินตนา กล่าวต่อว่า สำหรับพื้นที่ในการดูแลของเทศบาลตำบลพุเตยมีทั้งหมด 9 ชุมชน 6 หมู่บ้าน ประชากรรวม 7,800คน แต่มีคนที่อยู่ในพื้นที่จริงประมาณ 3,000 คนที่เหลือก็ออกไปทำงานนอกพื้นที่ จากการเฝ้าระวังที่ผ่านมา ยังไม่พบผู้ป่วยไวรัสโควิด-19แต่มีเคสที่ต้องเฝ้าระวังและกักตัวไว้ 14 วันแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่กลับมาจากต่างประเทศ คือ ประเทศสหรัฐอเมริกา แอฟริกาใต้เกาหลี และ ญี่ปุ่น 7 ราย ซึ่งพ้นกำหนดการกักตัว 14 วันไปแล้ว 5 ราย ยังคงเหลืออีก 2 รายที่ต้องเฝ้าระวังต่อ ส่วนอีกกลุ่มเป็นผู้ที่เดินทางกลับมาจากกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ข้อมูล ณ วันที่ 22 มีนาคม2563 มีจำนวน 67 ราย ขณะนี้ยังต้องกักตัวเอง 14วัน เพื่อเฝ้าดูอาการ และทุกวันก็จะมี อสม. รพ.สต. กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ลงไปตรวจเยี่ยมวัดไข้

“การกักตัวและเฝ้าดูอาการทำทั้งการแยกห้อง ใส่หน้ากากแยกจาน ชาม ทานอาหารแยกกับครอบครัว และถ้าเป็นไปได้ก็ให้อยู่เฉพาะในห้องตัวเองซึ่งทุกคนก็ให้ความร่วมมือ เพราะที่ผ่านมาเคยมีกรณีไม่ให้ความร่วมมือ เจ้าหน้าที่ก็ลงพื้นที่และนำตำรวจลงไปช่วยเจรจาทำความเข้าใจ ตอนนี้ชาวบ้านและผู้นำชุมชน ช่วยกันเฝ้าระวังไม่ออกนอกบ้านโดยไม่จำเป็น หากไปซื้อของในตลาดสด ถ้าใครไม่สวมหน้ากากอนามัย แม่ค้าจะไม่ขายของให้ชาวบ้านที่นี่จึงสวมหน้ากาก และ หมั่นล้างมือ เพราะ เขากลัวกัน ส่วนสภาพในหมู่บ้านตอนนี้เงียบ ทุกคนพยายามอยู่ในบ้าน ระมัดระวัง เพราะกลัว เขาก็ปฏิบัติตัวกันอย่างเคร่งครัดทั้งคณะกรรมการหมู่บ้าน หมอ อสม.ทำงานหนักมาก แต่ก็ช่วยกันทุกคนเพื่อให้ผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปให้ด้วยกัน” นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลพุเตย กล่าว

Add new comment