12 เม.ย. ‘COVID-19’ น่าตกใจที่กว่า 20% ของผู้ติดเชื้อรายใหม่เป็นบุคลากรทางการแพทย์

Mon, 2020-04-13 09:45 -- hfocus
Print this pagePrint this page

สวัสดีวันอาทิตย์... 12 เมษายน 2563

33 คน...เป็นตัวเลขที่รัฐประกาศในวันนี้ เป็นตัวยืนยันว่าสิ่งที่เราช่วยกันทำมานั้นได้ผล

รวมแล้วคนติดเชื้อสะสมในประเทศไทย 2,551 คน

ประเทศอื่นๆ รอบข้างเราล้วนกำลังเจอปัญหาจำนวนเคสติดเชื้อกำลังพุ่งมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นหลักร้อย ในขณะที่ประเทศสหรัฐอเมริกาติดเชื้อแต่ละวันหลายหมื่นคน รวมแล้วเค้าโดนไปกว่าห้าแสนคน

ดังนั้นทุกประเทศในโลกนี้ไม่มีที่ใดปลอดภัย

เราต้องรักษาฐานที่มั่นให้แข็งแรง ฝันจะไปเที่ยวได้ ต้องอยู่รอดให้ได้ก่อน

จากสถิติวันนี้ น่าตกใจที่กว่า 20% เป็นบุคลากรทางการแพทย์ และส่วนใหญ่มาจากการปฏิบัติงาน บ่งถึงปัญหาเกี่ยวกับกระบวนการทำงานและการขาดแคลนอุปกรณ์ป้องกัน ซึ่งแม้กำลังได้รับการแก้ไขอย่างเต็มที่ แต่ต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งกว่าจะได้รับอย่างเพียงพอทั่วถึง ประชาชนทุกคนจึงต้องช่วยกันดูแลตัวเองให้ดี อย่าให้ติดเชื้อ และหากมีอุปกรณ์ป้องกันที่เหลือพอ กรุณานำไปให้บุคลากรทางการแพทย์ของเรา

เรื่องเร่งด่วนที่รัฐ เอกชน และประชาชน ควรช่วยกันทำตอนนี้มีหลายด้าน

หนึ่ง "กลุ่มคนละเมิดกฎหมาย" ไม่แยแสใครในช่วงค่ำคืน และมีโอกาสแพร่เชื้อต่อคนอื่นในวงกว้างได้นั้น ข้อมูลชัดเจนคือ ออกไปตั้งวงเหล้า ตั้งวงเสพยาเสพติด แข่งรถ และเล่นการพนัน

หน้าที่นี้คงต้องพึ่งตำรวจเป็นหลัก ในการ"ตรวจ จับ ปรับ ปิด" ทั้งต่อกิจการที่ดำเนินการฝ่าฝืน และต่อบุคคลที่ฝ่าฝืน

เรื่องนี้เป็นเรื่องซีเรียส เพราะหากวันใดแจ็คพอต เจอ Super-spreader เข้า ก็จะเกิดเหตุการณ์บานปลายจนยากจะควบคุมได้ ดังนั้นต้องทำให้ความเสี่ยงเป็นศูนย์ หรือน้อยที่สุดเท่าที่จะน้อยได้

สอง "อุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อ" ทั้งสำหรับประชาชน และบุคลากรทางการแพทย์ยังคงไม่เพียงพอ และไม่ทั่วถึง ทั้งหน้ากากผ้า หน้ากากอนามัย หน้ากาก N95 และชุดป้องกันชนิดต่างๆ ทางการแพทย์ รวมถึงเจลแอลกอฮอล์

ปัญหานี้ต้องช่วยกันทุกภาคส่วน ประชาชนช่วยกันทำหน้ากากผ้า แจกจ่ายกันได้ก็ควรช่วยกันทำไปด้วย รัฐเองกำลังจะแจกหน้ากากผ้าแก่ประชาชน แต่กว่าจะได้ครบถ้วนทั้งประเทศจะใช้เวลาพอสมควร เอกชนกำลังตั้งโรงงานหน้ากากอนามัยหลายแห่ง และหากเริ่มเปิดโรงงานได้ก็จะนำส่งหน้ากากอนามัยแก่บุคลากรทางการแพทย์ ในขณะที่เรื่องอุปกรณ์อื่นๆ ก็ทยอยดำเนินการภายใต้การนำของรัฐ

สิ่งหนึ่งที่เราควรช่วยกันรณรงค์ให้เกิดโดยเร็วคือ วัฒนธรรมการจัดอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งหน้ากากให้มีเพียงพอทั่วถึงอย่างต่อเนื่อง และใช้กันอย่างเป็นปกติวิสัยในชีวิตประจำวัน

หากทำสองอย่างนี้ให้เกิดขึ้นได้ทุกที่ในประเทศ นี่คือวัคซีนชั้นดีสำหรับประเทศไทยในการควบคุมป้องกันโรคโควิด-19 และโรคอื่นๆ ที่จะมีมาในอนาคต

สาม "อาหารและน้ำดื่มเพื่อผู้ยากไร้และผู้ได้รับผลกระทบ" นี่คือเรื่องสำคัญมาก

ต้องไม่ปล่อยให้คนอดตาย

ตอนนี้เราพยายามทำทุกวิถีทางไม่ให้คนไทยเราตายจากการเป็นโรค COVID-19

แต่เราต้องหาทางให้เค้าอยู่รอด มีอาหารและน้ำ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นพื้นฐานของชีวิตด้วย ไม่งั้นเค้าจะไม่ได้ตายจากโรค แต่จะตายจากการไม่มีอะไรกิน

หน้าที่นี้เป็นของเราทุกคนเลยครับ

รอรัฐให้ช่วยเหลืออย่างเดียวคงไม่ได้ แต่ทั้งภาคเอกชน และประชาชนทุกครัวเรือนสามารถช่วยกันได้

หมู่บ้านแต่ละแห่ง ชุมชนแต่ละชุมชน ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ เราควรทำเรื่องนี้ โดยเลี่ยงการต้องมารวมกันเป็นคนหมู่มาก

แต่ควรทำอาหาร หรือใครจะอาสาจัดเตรียมอาหารและน้ำดื่ม เป็นจุดๆ แจกจ่ายช่วยเหลือกันแก่ผู้ยากไร้หรือผู้ได้รับผลกระทบ ที่อยู่ในละแวกพื้นที่เรา

ที่ใดเป็นร้านอาหารและเครื่องดื่มรายเล็กรายใหญ่อยู่แล้ว หากช่วยแบ่งปันได้ก็ดีเยี่ยม

หรือประยุกต์ใช้แนวคิด "Pay it forward" ของฝรั่ง คือ ใครพอมีกำลังทรัพย์ก็ช่วยสนับสนุนเงินให้แก่ร้านอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อทำแล้วแจกจ่ายแก่ผู้ยากไร้ได้เลย

นี่คือช่วงเวลาที่ดีมากที่เราควรทำเช่นนี้ เพราะการบริจาคเช่นนี้ก็ช่วยให้กิจการอาหารและน้ำอยู่ได้ และคนยากไร้หรือคนที่ได้รับผลกระทบก็อยู่รอด

...หากทำได้...รีบช่วยกันทำเถิดนะครับ...เพราะผลกระทบไม่ใช่จะเกิดแค่คนไม่มีจะกิน อาจมีปัญหาเรื่องอาชญากรรมต่างๆ ตามมาได้ ถ้าเราช่วยกัน ปัญหาผลกระทบที่ว่าก็จะลดลงตามลำดับครับ

อย่าลืมช่วยกันปฏิบัติตามหลักที่เน้นกันทุกวัน...

#อยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติ

#StayHome #อยู่บ้านกันนะครับ

#ออกจากบ้านยามจำเป็นจริงๆ

#หากออกนอกบ้านต้องใส่หน้ากากเสมอและอยู่ห่างคนอื่นอย่างน้อย1เมตร

#ดูแลสมาชิกในครอบครัวและคนใกล้ชิดให้ดี

#ช่วยเหลือแบ่งปันกันแล้วเราจะรอดไปด้วยกันครับ

...ไทยต้องทำได้...

ด้วยรักต่อทุกคน

โดย รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ รศ.ดร.พญ.ภัทรวัณย์ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

Add new comment